"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้บุกเข้ามาถึงในนี้"
น้ำเสียงของมู่หรงเฟิงแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบกายสั่นไหว เขาพิงแผ่นหลังกับเสาหินเย็นเยียบภายในห้องลับใต้ดิน ลมหายใจหอบถี่ราวกับสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิวพรรณที่เคยเข้มข้นดั่งโลหิตบัดนี้กลับซีดเผือดสลับกับริ้วรอยสีดำคล้ำที่แล่นพล่านดั่งเส้นเลือดรากไม้ใต้ชั้นผิวหนัง
หลิวชิงอวี้ก้าวเข้ามาโดยไม่หยุดยั้ง สายตาของนางจ้องมองชายผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย กลิ่นอายของ 'ทัณฑ์อัคคีโลหิต' ที่กำลังตีกลับเข้าสู่หัวใจของเขานั้นรุนแรงจนทำให้นางรู้สึกปวดแปลบที่ปลายนิ้ว
"ถ้าข้าไม่เข้ามา เจ้าคงได้กลายเป็นศพที่ร่างแตกสลายก่อนรุ่งสาง" นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความเด็ดขาด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขาโดยไม่สนคำขู่
"ถอยไป... ข้าไม่ได้ต้องการความเมตตาจากศิษย์แห่งหุบเขากระบี่เหมันต์!" เขาคำรามพลางพยายามจะขยับกาย ทว่าทันทีที่มู่หรงเฟิงขยับ ลมปราณอัคคีก็ตีกลับจนเขากระอักเลือดสีดำออกมาคำโต หยากเลือดนั้นหยดลงบนชุดคลุมสีนิลของเขาดั่งดอกเหมยในฤดูหนาวที่ถูกย้อมด้วยความแค้น
ชิงอวี้ไม่ปล่อยให้เขาได้ทำลายตนเองไปมากกว่านี้ นางคว้าข้อมือหนาของเขาไว้แน่น ผิวสัมผัสที่ร้อนผ่าวราวกับเตาหลอมของเขาสั่นสะท้านไปถึงหัวใจของนาง "หยุดดื้อรั้นเสียที มู่หรงเฟิง! หากเจ้าตายตอนนี้ พลังลมปราณทั้งหมดจะระเบิดออกเผาผลาญทั้งเมืองหน้าด่านแห่งนี้ให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน เจ้าอยากให้ผู้คนต้องสังเวยชีวิตเพราะความทะนงตนของเจ้าเพียงคนเดียวงั้นหรือ?"
นางหลับตาลง รวบรวมสมาธิถ่ายทอดลมปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าสู่ชีพจรที่กำลังเดือดพล่านของเขา ความเย็นเยียบปะทะกับความร้อนแรงจนเกิดเสียงดัง 'ฉ่า' ราวกับเหล็กกล้าที่ถูกจุ่มลงในน้ำแข็ง ไอหมอกสีขาวจางๆ พวยพุ่งออกจากร่างของคนทั้งสอง
มู่หรงเฟิงนิ่งค้างไป สายตาที่เคยดุดันจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ดูสงบนิ่งและเคร่งขรึม นางกำลังเผชิญหน้ากับพิษร้ายแทนเขาอย่างไม่กลัวเกรง หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนของนาง ความหนาวเย็นจากวิชากระบี่เหมันต์ค่อยๆ ขับไล่ไออัคคีที่กัดกินชีวิตเขาออกไปอย่างช้าๆ
"ทำไม..." เขาเค้นเสียงถามเบาหวิว "เจ้าเกลียดข้าไม่ใช่หรือ? เจ้าควรจะปล่อยให้ข้าทรมานจนตายด้วยมือของข้าเองเสียด้วยซ้ำ"
ชิงอวี้ลืมตาขึ้น ดวงตาสีรัตติกาลของนางวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด "เพราะข้าไม่ได้ต้องการชัยชนะบนกองซากศพที่น่าสมเพช ข้าต้องการทวงถามความยุติธรรมจากเจ้า... ในวันที่เจ้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนที่สุดเท่านั้น"
มือของนางยังคงวางบนแผ่นอกของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ มู่หรงเฟิงสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่มันกลับเป็นความเย็นที่น่าโหยหาอย่างประหลาด มันไม่ใช่เพียงลมปราณ แต่มันคือความผูกพันที่เขากดทับไว้ภายใต้ทิฐิมานานปี
ทันใดนั้นเอง พลังอัคคีที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดกลับตีกลับอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! ร่างของชิงอวี้สั่นสะท้าน นางกระอักเลือดออกมาเช่นกัน ทว่ามือของนางกลับไม่ยอมปล่อยออกแม้แต่น้อย
"เจ้าจะทำลายตัวเองเพื่อช่วยข้าไปทำไมกัน!" เขาตวาด พยายามจะผลักนางออกเพื่อหยุดการสูญเสีย
"ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายด้วยวิธีนี้!" ชิงอวี้กัดฟันกรอด ลมปราณเหมันต์ของนางโหมกระหน่ำจนกลายเป็นพายุหิมะขนาดย่อมที่พัดวนอยู่ภายในห้อง นางเร่งเร้าพลังจนถึงขอบเขตที่เรียกว่า 'การหลอมรวมทวิธาตุ' ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามของสำนักนาง
ประกายแสงสีฟ้าครามและสีเพลิงถักทอเข้าหากันเป็นเส้นใยแห่งโชคชะตาที่บิดเบี้ยว มู่หรงเฟิงมองดูดวงตาของหญิงสาวที่บัดนี้กลับกลายเป็นสีเงินนวลพรายด้วยความตะลึงลาน ในชั่วขณะนั้นเอง เขารู้สึกเหมือนห้วงเวลาหยุดหมุน... เขามองเห็นภาพสะท้อนของนางในดวงตาของตนเอง เป็นภาพที่เขากำลังกุมกระบี่ไว้ในมือ แต่กลับไม่ได้หวังจะแทงใคร
ทว่าในจังหวะที่ลมปราณกำลังจะประสานเป็นหนึ่งเดียว เสียงประตูห้องลับก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับไอสังหารที่เย็นเยียบยิ่งกว่าวิชากระบี่เหมันต์ของนาง
"มู่หรงเฟิง... เจ้าคิดจะทรยศต่ออุดมการณ์ของพรรคอัคคีโดยการยอมรับความช่วยเหลือจากนางปีศาจผู้นี้น่ะหรือ?"
เสียงของไป๋ลี่หลินดังก้องไปทั่วห้อง พลางปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่านักฆ่าในชุดคลุมสีเลือดที่ปิดล้อมทางออกไว้จนหมดสิ้น นางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาหยามเหยียดราวกับมองมดปลวก ชิงอวี้ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง พลังงานในร่างของนางยังคงผูกติดอยู่กับมู่หรงเฟิง หากนางหยุดตอนนี้ ทั้งคู่จะต้องระเบิดเป็นผุยผง
มู่หรงเฟิงแสยะยิ้ม ทั้งที่เลือดสดยังไหลเปรอะเปื้อนมุมปาก "ผู้อาวุโส... บางทีสิ่งที่พรรคเรายึดถือมาตลอด อาจเป็นเพียงความโง่เขลาที่ข้าเพิ่งจะมองเห็นในคืนนี้เอง"
เขากระชับฝักกระบี่ในมือแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตที่ขวางหน้า ก่อนจะหันมามองชิงอวี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือคำสัญญาที่ไม่มีใครคาดคิด
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างตัวละครของข้าในตอนถัดไปนะคะ
กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต•ตอนที่ 7
บาดแผลที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!