กลิ่นอายคาวเลือดและละอองน้ำค้างยามราตรีผสานกลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็ก คละคลุ้งอยู่เบื้องหน้า หลิวชิงอวี้รู้สึกราวกับหูทั้งสองข้างอื้ออึง โลกหลากสีสันรอบกายพลันหดแคบเหลือเพียงเงาร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นางจ้องมองดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้น—ดวงตาที่เคยปรากฏในห้วงคำนึงอันเลือนรางยามที่นางเกือบเอาชีวิตไม่รอดท่ามกลางหุบเขาอัคคีผลาญเมื่อสามปีก่อน
ปาฏิหาริย์หรือความโหดร้ายของโชคชะตากันแน่? บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีแดงเพลิงดั่งโลหิต ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่า "ปีศาจกระหายเลือด" แห่งพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ แท้จริงแล้วคือคนเดียวกันกับบุรุษผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตเด็กสาวผู้ไร้เรี่ยวแรงในคืนอันหนาวเหน็บวันนั้น
"เจ้า..." น้ำเสียงของหลิวชิงอวี้สั่นพร่าไปชั่วขณะ ก่อนที่สติสัมปชัญญะอันเยือกเย็นจะดึงนางกลับสู่ความเป็นจริง ปราณกระบี่เหมันต์ในตันtian (จุดตันเทียน) พลันหมุนวนรุนแรงราวกับพายุหิมะเพื่อขับไล่ความหวั่นไหวออกไป ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ความรู้สึกผิดบาปและความแค้นตระกูลที่สุมอกอยู่พลันปะทุขึ้นมากลบเกลื่อนความอ่อนแอในแววตาจนหมดสิ้น
มู่หรงเฟิงเองก็ชะงักไปชั่วลมหายใจ รังรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาลดฮวบลงอย่างผิดวิสัย ประมุขพรรคอัคคีผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจเมื่อได้สบตากับประกายความเย็นชาที่เจือรอยร้าวรานในดวงตาของสตรีตรงหน้า ภาพอดีตอันเลือนรางซ้อนทับขึ้นมา—เด็กหญิงผู้มีรอยแผลเป็นจากความหนาวเหน็บในอ้อมแขนของเขาเมื่อหลายปีก่อน แท้จริงแล้วคือศัตรูตัวฉกาจจากหุบเขากระบี่เหมันต์ผู้นี้หรอกหรือ?
"หึ..." มู่หรงเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "ที่แท้ศิษย์เอกแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ผู้สูงส่ง... ก็คือแม่นางน้อยผู้เคยร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนข้าเมื่อวันวาน ช่างเป็นเรื่องตลกขบขันเสียจริง"
"หุบปาก!"
เปรี๊ยะ!
สิ้นเสียงหวีดร้องของหลิวชิงอวี้ ไอความเย็นจัดระดับแช่แข็งวิญญาณก็ระเบิดออกจากร่างของนางเป็นวงกว้าง เกล็ดน้ำค้างนับหมื่นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะจับตัวกันกลายเป็นคมกระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มที่ชี้ตรงไปยังเป้าหมาย แรงกดดันจากลมปราณเหมันต์แผ่ซ่านจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกเป็นริ้วสีขาวโพลน นางไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้ ความอ่อนโยนในอดีตเปรียบเสมือนรอยด่างพร้อยในเส้นทางกระบี่ของนาง ยิ่งเขาคือคนคนนั้น นางก็ยิ่งต้องเด็ดเดี่ยวเพื่อสะบั้นสายใยแห่งความอาลัยอาวรณ์นี้ให้ขาดสะบั้น!
ฉัวะ! หลิวชิงอวี้สะบัดข้อมือ กระบี่เหมันต์ในมือพุ่งทะยานออกไปด้วยวิถีที่รวดเร็วและไร้ความปรานี ประดุจสายธารน้ำแข็งพันปีที่พังทลายลงมาจากยอดเขาอันสูงชัน
ทว่า มู่หรงเฟิงหาใช่คนที่จะยอมจำนนต่อความตาย เขายกย่องความกล้าหาญนี้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ห่อหุ้มร่างของเขาราวกับอาภรณ์เทพสงคราม อุณหภูมิรอบกายพุ่งสูงขึ้นจากจุดเยือกแข็งจนกลายเป็นไอเดือดพล่านในชั่วพริบตา
"หากเจี้ยนอวี้ (กระบี่หยกเหมันต์) ของเจ้าปรารถนาจะปลิดชีพข้า เช่นนั้นก็ลองดูว่ากระบี่ของเจ้า... จะทนทานต่อเพลิงอัคคีโลหิตของข้าได้นานเพียงใด!"
ตูーム! (เสียงระเบิดกัมปนาท)
การปะทะกันครั้งแรกระหว่างพลังสองขั้วระเบิดขึ้นกลางอากาศ คลื่นกระแทกสีฟ้าครามและสีแดงชาดแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยลี้ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในเสี้ยววินาที และในขณะเดียวกันก็ถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำหนาเตอะจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในเวลาต่อมา ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันย้อนแย้งนี้สะท้อนความดุเดือดของการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งทางถอย
หลิวชิงอวี้กัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของนางเนื่องจากแรงสะท้อนของพลังปราณที่ต้านทานกันอย่างดุเดือด แม้เคล็ดวิชาเหมันต์ของนางจะล้ำลึกเพียงใด แต่เพลิงอัคคีโลหิตของมู่หรงเฟิงกลับมีความดุดันและร้อนแรงเสียจนหลอมละลายเกราะป้องกันของนางทีละน้อย ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอีกครั้งท่ามกลางละอองประกายไฟและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีฝ่ายใดปริปากยอมจำนน มีเพียงจิตวิญญาณที่กระหายการพิสูจน์ตนเองและโชคชะตาอันบิดเบี้ยว
ในขณะที่การปะทะกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหัก ร่างเงาสายหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากความมืดมิดของพงไพร พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของไป๋ลี่หลิน ผู้อาวุโสสำนักมารดังขึ้นว่า "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ประมุขมู่... แม่นางหลิว... พวกท่านคงลืมไปกระมังว่ายังมี 'ของขวัญ' อีกชิ้นที่ข้าเตรียมไว้ให้ต้อนรับการพบกันของพวกท่าน!"
สิ้นเสียงนั้น อักขระมารสีดำสนิทนับร้อยสายก็ผุดขึ้นจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองคน ก่อตัวเป็นค่ายกลโลหิตขนาดมหึมาที่กำลังสูบฉีดพลังปราณของทั้งหลิวชิงอวี้และมู่หรงเฟิงเข้าไปหล่อเลี้ยงบางสิ่งใต้พิภพ ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์อสูรบรรพกาลก็ดังขึ้นจากใต้ดิน พร้อมกับพื้นดินที่แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นกรงเล็บมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรทมิฬพุ่งทะยานขึ้นมาคว้าตัวหลิวชิงอวี้หายลับลงไปในความมืดเบื้องล่างท่ามกลางความตกตะลึงของมู่หรงเฟิง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันหนาวเหน็บและร้อนระอุนี้ไปด้วยกันนะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าตอนหน้า ความจริงเบื้องหลังค่ายกลโลหิตจะถูกเปิดเผยค่ะ
กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต•ตอนที่ 2
ประกายเพลิงท่ามกลางเหมันต์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!