เสียงกึกกักของปลายปากกาหมึกซึมที่กระทบลงบนกระดาษเอกสารรายงานงบประมาณรายไตรมาส เป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานกระจกใส แอร์ยี่ห้อดังตัวใหญ่ถูกเร่งความเย็นจนต่ำกว่ายี่십องศาเซลเซียส ทว่าบรรยากาศรอบตัวพนักงานในแผนกเลขานุการกลับร้อนระอุราวกับถูกจับไปย่างบนเตาไฟ พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานชนิดที่เรียกว่าแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังต้องผ่อนเข้าออกอย่างแผ่วเบาที่สุด เพราะไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะไปกระตุกหนวดเสือสมิงหนุ่มที่กำลังแผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาเป็นระลอกๆ ตั้งแต่ช่วงสายของวัน
กันต์ธรนั่งหลังตรงแน่วอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสม่ำเสมอพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับผนังห้องให้มากที่สุด ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองร่างสูงโปร่งของซีอีโอหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ผ่านกระจกเงาสะท้อน คิมหันต์ในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่พร้อมจะถล่มลงมาทับทุกคนได้ทุกเมื่อ ปมปัญหาเรื่องงานโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับบริษัทคู่แข่งอย่างกรณ์ยังไม่ทันเคลียร์ให้ลงตัว ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของคนปากแข็งเมื่อวานซืนก็ยังคงค้างคาอยู่ในใจ จนกลายเป็นสงครามความเงียบที่ทรงอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดเท่าที่กันต์ธรเคยเจอมาตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่
เอกสารปึกหนาถูกวางกระแทกซ์ลงบนโต๊ะทำงานของกันต์ธรเสียงดังจนสะดุ้งสุดตัว
"แก้ใหม่ทั้งหมด... ตรงหัวข้อแผนกลยุทธ์การตลาด คุณใช้สมองส่วนไหนคิดถึงได้เสนอตัวเลขที่ดูไร้เดียงสาขนาดนี้ออกมาได้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีโดยไม่มีการเกริ่นนำ คิมหันต์ยืนค้ำหัวร่างบางด้วยใบหน้าเรียบสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือด้วยแววตาตำหนิอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ
กันต์ธรเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความดื้อรั้นในสายเลือดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อเจอคำพูดดูถูกสติปัญญาจากอีกฝ่าย ร่างบางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ตัวเลขตรงนั้นผ่านการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงมาอย่างรอบคอบแล้วค่ะท่านประธาน หรือถ้าคุณคิมหันต์มีอคติส่วนตัวจนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก ก็กรุณาบอกกันตรงๆ ดีกว่ามานั่งหาเรื่องจับผิดกันแบบนี้" กันต์ธรสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับกรามกระตุก
"คุณกันต์ธร! นี่คุณกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับผมในเวลางาน" คิมหันต์กัดฟันกรอด สันจاوนูนเด่นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด มือหนากำปึกเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ "จำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้ด้วยว่าผมเป็นเจ้านายของคุณ และในห้องนี้ ผมมีสิทธิ์ขาดทุกอย่าง!"
"ใช่สิคะ... คุณคิมหันต์เป็นเจ้านาย เป็นท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ จะใช้อำนาจกดขี่ใครก็ได้นี่นา" กันต์ธรยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาสั่นระริกด้วยความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่ากันต์ไม่ใช่ลูกน้องที่ยอมก้มหัวให้คนไม่มีเหตุผล ถ้างานมันขัดหูขัดตาคุณนัก คุณก็ไล่กันต์ออกสิคะ!"
สิ้นคำพูดท้าทายนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งดิ่งลงเหวลึกจนแทบหายใจไม่ออก พนักงานรอบข้างต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองสถานการณ์ตรงหน้า ทุกคนรู้ดีว่าคิมหันต์เกลียดการท้าทายมากแค่ไหน และกันต์ธรก็คือคนเดียวในบริษัทที่กล้าเหยียบหางพญานาคตัวนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเลขาส่วนตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างระว่างกัน ร่างสูงก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธปนความน้อยใจที่อัดแน่นอยู่ในอก ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ต่อปากต่อคำเขาไม่หยุดราวกับอยากจะปิดปากนั้นด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุด
"คุณอยากให้ผมไล่คุณออกมากใช่ไหม... หื้ม?" คิมหันต์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนกันต์ธรต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "จะได้หนีไปซุกหัวนอนกับไอ้กรณ์มันสินะ ถึงได้กล้าทำตัวแข็งกระด้างใส่ผมแบบนี้ทุกวัน!"
"คุณคิมหันต์! พูดจาให้มันเกียรติกันบ้างนะคะ!" กันต์ธรตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธที่พุ่งทะยาน "เรื่องของคุณกรณ์มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องงานเลย ทำไมคุณต้องคอยพาลใส่คนอื่นเพราะความหึงหวงไร้สาระของคุณด้วย!"
คำว่า 'หึงหวง' พ่นหลุดออกจากปากของนายเอก ทำเอาคนฟังชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงผละถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยของความจำนนต่อหลักฐานชั่วขณะ ก่อนที่กำปั้นหนาจะถูกยกขึ้นมาเสยผมตัวเองอย่างหัวเสีย
"ผมไม่ได้หึง!" คิมหันต์เถียงเสียงแข็ง ทว่าใบหูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "ผมแค่รำคาญที่เลขาฯ ของตัวเองเอาเวลาไปยุ่งเรื่องไร้สาระจนงานในหน้าที่เสียหายต่างหาก!"
"ถ้ารำคาญนักก็เซ็นใบลาออกให้กันต์ตอนนี้เลยสิคะ!" กันต์ธรยื่นคำขาด ยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลที่เตรียมไว้ใต้กองเอกสารขึ้นมาวางกระแทกตรงหน้าอีกฝ่าย "กันต์เบื่อเต็มทีแล้วกับเจ้านายเอาแต่ใจ ปากร้าย ใจแคบแบบคุณ!"
คิมหันต์มองซองเอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับซีอีโอหนุ่มผู้เพียบพร้อมคนนี้มาก่อน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าซองใบนั้นมาฉีกทิ้ง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดน ประตูกระจกห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรغتของกรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินيسพิเคราะห์บนใบหน้าหล่อเหลาแบบเจ้าเล่ห์ ในมือถือแฟ้มเอกสารโครงการร่วมทุนพร้อมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง
"ขอโทษทีครับที่เข้ามาขัดจังหวะ... พอดีผมเอาเอกสารด่วนมาให้คุณกันต์ธรช่วยตรวจทานหน่อย เห็นบรรยากาศข้างนอกดูเครียดๆ กัน นึกว่ากำลังเคลียร์เรื่องสำคัญอยู่ซะอีก"
คิมหันต์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาร้ายกาจราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่กันต์ธรเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ากรณ์เลือกเวลาโผล่หัวเข้ามาได้จังหวะบรรลัยที่สุดในรอบศตวรรษ
--------------------------------------------------
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอนะคะ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 25
สงครามความเงียบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!