เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 26

ธิชาเป็นกาวใจ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้านายยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนี้ ฉันจะเรียก รถพยาบาลมารับจริงๆ ด้วยนะกันต์" เสียงหวานใสแต่แฝงความเอือมระอาของธิชาดังขึ้น พร้อมกับเสียงกุ๊งกิ๊งของช้อนที่กระทบเข้ากับแก้วกาแฟเย็นในคาเฟ่กึ่งออฟฟิศย่านอารีย์ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ แต่กันต์ธรกลับไม่ได้กลิ่นหอมเหล่านั้นเลยสักนิด ในหัวของเขามีแต่ภาพดวงตาร้ายกาจของคิมหันต์กับรอยยิ้มพะเน้าพะนอของกรณ์ที่ซ้อนทับกันจนปวดขมับ กันต์ธรทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้โซฟาบุผ้ากำมะหยี่ ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สิบของวันจนธิชาต้องวางแก้วลงแล้วเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด "ถอนหายใจแรงขนาดนี้ กระบังลมไม่พังเหรอคะคุณเลขา" ธิชาท้าวคางมองเพื่อนสนิทที่นั่งคอตกอยู่ฝั่งตรงข้าม "เล่ามาเลยนะ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 'ระเบิดเวลา' ที่มีตากรณ์หน้ามึนโผล่เข้าไปแจมในออฟฟิศวันนั้น นายก็ทำตัวเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างตลอดเวลา คิมหันต์เขาทำอะไรอีก หรือว่าตากรณ์ไปทำอะไรให้แกประสาทกิน?" กันต์ธรยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้น "ทุกอย่างนั่นแหละยัยชา!" กันต์ธรโودเสียงกระซิบลอดไรฟัน พยายามเก็บอาการไม่ให้โต๊ะข้างๆ หันมามอง "วันนั้นหลังจากที่นายกรณ์มันทำหน้าหนาเดินเข้ามาตีสนิทฉัน แถมยังทิ้งท้ายด้วยคำพูดกำกวมชวนเข้าใจผิด แกเชื่อไหมว่าตาภูตน้ำแข็งคิมหันต์หน้าตึงจนกรามแทบแตก แล้วพอกรณ์ออกไป... เขาก็เงียบใส่ฉันแบบสนิทศิษย์ส่ายหัว!" "เงียบแบบไหนล่ะ เงียบแบบดุ หรือเงียบแบบงอน?" ธิชาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เงียบแบบที่เรียกว่า 'ความเงียบพิฆาต'!" กันต์ธรเบะปากคว่ำ "ไม่พูด ไม่จา เอาแต่เซ็นเอกสารตึงๆใส่หน้า แถมยังสั่งงานโปรเจกต์ใหม่เพิ่มอีกสามเท่าตัวเหมือนจะใช้แรงงานฉันให้ตายคาโต๊ะทำงาน วันๆ เอาแต่มองฉันด้วยหางตาแถมปล่อยรังสีอำมหิตใส่จนพนักงานทั้งฟลอร์ไม่กล้าหายใจแรง แกคิดดูเถอะ คนอะไรปากหนักเป็นหินแกรนิต แต่ขี้หึงยิ่งกว่าเด็กอนุบาลแย่งลูกอม!" ธิชาหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ กับท่าทางฟัดเหวี่ยงของเพื่อนรัก เธอหยิบหลอดดูดน้ำขึ้นมาเคี้ยวเล่นพลางส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "แล้วนายได้เคลียร์กับเขาไหมล่ะคะ" "เคลียร์อะไรเล่า! แค่เห็นหน้าเขานิ่งๆ ฉันก็อยากจะคว้าแฟ้มฟาดหัวสักทีสองทีแล้ว ใครจะไปกล้าเริ่มก่อน ในเมื่อเขาทำตัวเหมือนคนเป็นใบ้แต่มีรังสีความหึงแผ่ซ่านรอบตัวขนาดนั้น" กันต์ธรบ่นอุบอิบ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดเพื่อดับความหงุดหงิดในอก ธิชาเปลี่ยนสีหน้าจากความขบขันเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที เธอโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือวางไว้บนโต๊ะแล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิท "กันต์... ฟังฉันนะ" เสียงของธิชานุ่มนวลแต่จริงจัง "นายกับคิมหันต์เนี่ย... เล่นเกมซึนใส่กันมานานเกินไปแล้วนะ อีกฝ่ายปากร้าย แต่อีกฝ่ายก็ปากแข็งไม่แพ้กัน ถ้าวันๆ เอาแต่รอให้อีกฝ่ายเดินมาง้อโดยที่ต่างคนต่างถืออีโก้ค้ำคอ ระวังเถอะ... จะมีหมาคาบไปกินจริงๆ โดยเฉพาะไอ้คุณกรณ์อะไรนั่นน่ะ ดูท่าทางมันไม่ได้มาดีแน่ๆ" คำพูดของธิชากระแทกใจกันต์ธรเข้าอย่างจัง ภาพรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และสายตากรุ้มกริ่มของกรณ์ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกหวาดหวั่นแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก ไม่ใช่เพราะเขากลัวกรณ์ แต่เขากลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่กำลังคลุมเครือกับคิมหันต์จะพังทลายลงเพราะความไม่ชัดเจน "แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะชา... ให้เดินไปบอกเขาโต้งๆ ว่า *'เจ้านายครับ เลิกหึงแล้วมาเคลียร์กันเถอะ'* มีหวังโดนไล่ออกข้อหาลามปามท่านประธานพอดี" กันต์ธรทำหน้าเหเก "ก็ไม่ต้องพูดแบบนั้นสิยะ!" ธิชาค้อนให้หนึ่งวง "ผู้ชายอย่างคิมหันต์น่ะ ภายนอกเหมือนเสือสมิงดุๆ แต่จริงๆ แล้วเปราะบางเรื่องความรู้สึกจะตาย นายก็รู้ว่าเขามีปมเรื่องความไว้ใจ แค่ลองเปิดใจคุยกันตรงๆ สักครั้ง ลดกำแพงลงบ้าง ใช้ความอ่อนโยนเข้าสู้... เชื่อฉันเถอะว่า เสือตัวนี้จะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ให้อุ้มทันทีเลยล่ะ" กันต์ธรนิ่งเงียบไป ปล่อยให้คำแนะนำของเพื่อนสนิทซึมซับเข้าไปในความคิด ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะบึ้งตึงแต่แฝงความห่วงใยในยามที่เขาป่วยหรือเผชิญปัญหาลอยเข้ามาซ้อนทับกัน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนน่าประหลาดใจ นั่นสินะ... เขาจะมัวแต่ฟอร์มจัดแล้วรอให้ความสัมพันธ์นี้พังเพราะความเงียบงันไปถึงไหนกัน? "อื้ม... ฉันเข้าใจแล้วล่ะ" กันต์ธรพยักหน้ารับเบาๆ แววตาฉายความมุ่งมั่นขึ้นมาวับหนึ่ง "กลับไปออฟฟิศรอบนี้ ฉันจะไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง ไม่ยอมแพ้ไอ้ประธานหน้ามึนเด็ดขาด" "เยี่ยมมากเพื่อนรัก!" ธิชาตบมือเบาๆ ด้วยความสะใจ "เอาให้มันรู้ไปเลยว่าระหว่างปากกาของเลขา กับปากหมาของซีอีโอ อันไหนจะคมกว่ากัน!" ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน ความตึงเครียดที่เกาะกุมจิตใจของกันต์ธรมาหลายวันคลี่คลายลงจนเบาสบาย ทว่า ในขณะที่กันต์ธรกำลังจะหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสงครามประสาทที่ออฟฟิศ เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* กันต์ธรขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นกลับทำให้เลือดในกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที *[รูปภาพ]* *ข้อความ: "ถ้าคุณเลขาอยากรู้ว่าประธานของคุณเขาร้อนรนแค่ไหนตอนไม่มีคุณ... ลองแวะมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินตอนนี้สิครับ พอดีผมกำลัง 'คุยธุระ' กับคุณคิมหันต์อยู่พอดี"* ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่าคนในรูปคือคิมหันต์ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับกรณ์ด้วยบรรยากาศคุคุกรุ่นที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ! กันต์ธรผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้เลื่อนถอยหลังเสียงดังลั่น ธิชาสะดุ้งโหยง "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นกันต์ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย" "ชา... ฉันต้องไปแล้ว!" กันต์ธรคว้ากระเป๋าพาดบ่าอย่างลนลาน "กรณ์มันกวนประสาทคิมหันต์ที่ลานจอดรถ! ถ้าฉันไปช้ากว่านี้ มีหวังได้เห็นข่าวหน้าหนึ่งซีอีโอต่อยกับนักธุรกิจดังแน่ๆ!" ร่างบางไม่รอช้า พลิกตัววิ่งฝ่าฝูงชนออกจากคาเฟ่ด้วยความเร็วสูงสุด สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นว่าครั้งนี้กรณ์ไม่ได้มาเล่นๆ และสถานการณ์ที่กำลังรอเขาอยู่เบื้องล่างอาจจะร้อนระอุเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง! กันต์ธรก้าวพ้นประตูลิฟต์ที่เปิดออกสู่ชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงาน ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งระหึก เสียงฝีเท้าหยุดชะงักลงทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของคิมหันต์ที่ยืนหันหลังให้อยู่ไม่ไกล... ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม คือจังหวะที่กรณ์กำลังเอื้อมมือออกไปหมายจะแตะแขนของคิมหันต์ด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับพูดประโยคเย้ยหยันบางอย่างที่ดังแว่วมาเข้าหูพอดี— ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของพวกเขานะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%