"ถอยออกไปจากตัวเขา"
น้ำเสียงที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักของคิมหันต์นั้นต่ำทุ้ม เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน กรณ์ที่กำลังยกมุมปากยิ้มเยาะชะงักกึก ปลายนิ้วที่ทำท่าจะแตะลงบนแขนของกันต์ธรพลันแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มไฟแรงไม่ได้มองคู่แข่งทางธุรกิจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจดจ้องไปยังมือคู่เกะกะของอีกฝ่ายราวกับอยากจะเฉือนมันทิ้งเป็นชิ้นๆ
กันต์ธรยืนหอบหายใจเบาๆ อกบางกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความตกใจ ปลายเท้าที่วิ่งระหึกมาจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดินยังคงสั่นระริกเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววความประหลาดใจระคนความสับสน เมื่อครู่... เขาตาฝาดไปหรือเปล่า ที่เห็นแววร้อนรนเจือความหึงหวงพาดผ่านนัยน์ตาของคนปากแข็งอย่างคิมหันต์
"อ้าว... คุณคิมหันต์" กรณ์ชักมือกลับช้าๆ พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่เคลือบยาพิษ "ผมแค่วานคุณเลขาคนเก่งช่วยอธิบายเอกสารโปรเจกต์ใหม่ให้ฟังนิดหน่อยเองครับ ไม่คิดว่าจะทำให้ท่านซีอีโอถึงกับต้องลงมาตามหาด้วยตัวเองถึงชั้นใต้ดินแบบนี้... แหม ใส่ใจกันดีจังนะครับ"
"เรื่องงานบริษัทผม ผมจัดการเองได้" คิมหันต์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไหล่กว้างบังร่างเพรียวของกันต์ธรเอาไว้มิดชิด สายตาคมดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังกรณ์ "ส่วนเรื่องมารยาททางธุรกิจ... ดูท่าทางคุณคงต้องไปเรียนรู้มาใหม่ ตั้งหน้าตั้งตาจะเข้าหาคนของผมแบบนี้ มันน่าเกลียดเกินไปหน่อยไหมครับ"
"คนของคุณเหรอครับ?" กรณ์เลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างท้าทาย "เท่าที่ผมรู้ น้องกันต์เป็นแค่เลขา... หรือว่าพวกคุณมีสถานะอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น?"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกันในอากาศ กันต์ธรเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความกลัวว่าสถานการณ์จะบานปลายไปกันใหญ่ นิ้วเรียวเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทราคาแพงของคิมหันต์เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ไม่อยากให้ซีอีโอจอมเผด็จการต้องเอาตัวเข้าไปแลกกับการทะเลาะกับคนประเภทนี้
สัมผัสเพียงแผ่วเบาที่ชายเสื้อทำให้คิมหันต์ชะงัก ความโกรธเกรี้ยวที่กำลังพุ่งพล่านเมื่อครู่ราวกับถูกรดด้วยน้ำเย็นจัด ความนุ่มนวลจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายซึมซับเข้าสู่หัวใจที่แข็งกระด้างอย่างรวดเร็ว เขากลืนก้อนความหงุดหภูมิลงคอ หันไปปรายตามองกรณ์ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและเด็ดขาดกว่าเดิม
"เรื่องนั้นมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ เชิญกลับไปได้แล้วครับ ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกนอกอาคาร"
กรณ์หุบยิ้มลงทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อประเมินสถานการณ์รอบตัวแล้ว การปะทะกันตรงนี้คงไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของบริษัทเขาเองนัก ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กันต์ธรผ่านไหล่กว้างของคิมหันต์
"แล้วพบกันใหม่นะครับ... น้องกันต์ หวังว่าเราคงได้คุยกันยาวกว่านี้"
พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินกลับไปยังรถยนต์คันหรูของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์คำรามก้องก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นไอความคุกคามที่ยังคงลอยเค្វ้งอยู่ในอากาศ
เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายลับสายตาไปแล้ว ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง กันต์ธรยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วที่เคยจับชายเสื้อของคิมหันต์ค่อยๆ คลายออกช้าๆ ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งตามหาอีกฝ่ายผสมผสานกับความตึงเครียดเมื่อครู่ทำให้เรียวขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง
"คุณคิม..." กันต์ธรเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา
คิมหันต์หันขวับกลับมามองทันที ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันเมื่อครู่บัดนี้ฉายแววความกังวลระคนหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตามองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรวดเร็ว
"วิ่งลงมาทำไม ทำไมไม่รออยู่ข้างบน" น้ำเสียงของซีอีโอหนุ่มถึงแม้จะพยายามดุ แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความร้อนรน "รู้ตัวไหมว่าทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน ถ้ามันทำอะไรคุณขึ้นมาจะทำยังไง?"
กันต์ธรชะงักไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใยนั้น ฝีปากกล้าที่มักจะเตรียมคำพูดไว้เถียงกลับเสมอพลันจุกแน่นอยู่ในลำคอ ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของคนตรงหน้า
"แล้วทำไมคุณถึงเดินหนีผมล่ะครับ..." กันต์ธรตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตรงๆ น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ผมทำอะไรผิดนักหนาเหรอ คุณถึงต้องทำท่าเหมือนรังเกียจผม หลบหน้าผมแบบนั้น... ทั้งๆ ที่เมื่อคืน..."
ประโยคสุดท้ายขาดหายไปในลำคอ เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว สมลีสัมผัสอุ่นร้อนที่หน้าผาก น้ำเสียงนุ่มนวลยามที่อีกฝ่ายคอยดูแลยามไข้ขึ้นสูง และแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง มันช่างขัดแย้งกับท่าทีเย็นชาห่างเหินในห้องทำงานเมื่อเช้าเสียเหลือเกิน
คิมหันต์ชะงักกึก สันกรามคมขบเข้าหากันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นอย่างคนฟอร์มจัด มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่วิ่งผ่านไปไกลๆ แว่วมาให้ได้ยิน
"ผมไม่ได้รังเกียจ" สุดท้าย คิมหันต์ก็ยอมเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กระนั้นมันก็ชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจของกันต์ธรกระตุกวูบ
"แล้วทำไม..."
"เพราะผมไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงต่างหากเล่า!"
คิมหันต์หันขวับกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงที่หลุดออกมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บงั้นมาตลอดทั้งวัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความสับสนและทิฐิที่ค้ำคออยู่
กันต์ธรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่เคยเห็นซีอีโอผู้เย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบคนนี้แสดงอาการเสียอาการและหลุดฟอร์มแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"คุณกันต์..." คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดอารมณ์ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก สันกรามขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ อย่างหงุดหงิดตัวเอง "คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดจาหวานๆ หรือแสดงความรู้สึกอะไรพวกนี้ได้คล่องปาก... ปกติผมสั่งงานคนอื่นด้วยเหตุผลและคำสั่ง ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกบ้าๆ แบบนี้"
กันต์ธรเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ ที่หลุดออกมาจากปากของคนฟอร์มจัด มันทำให้ความโกรธเคืองทั้งหมดเมื่อเช้าปลิวหายไปในพริบตา เหลือเพียงความลึกซึ้งบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น
"แล้วความรู้สึกบ้าๆ ที่ว่า... มันคืออะไรล่ะครับ" กันต์ธรเอ่ยถามเสียงเบา ทว่าแววตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง "คุณพูดออกมาให้มันเคลียร์สิครับคุณคิม อย่ามาพูดครึ่งๆ กลางๆ ให้ผมต้องเดาอยู่คนเดียวแบบนี้"
คิมหันต์ชะงักค้าง ดวงตาคู่คมไหววับอย่างรุนแรงเมื่อเจอคำถามยิงตรงชนิดที่ไม่มีทางหลบเลี่ยง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังต่อสู้กับทิฐิอันสูงส่งและหัวใจที่กำลังสั่งให้เขาพูดความจริงทั้งหมดออกไป
ทว่า... ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ลึกที่สุดออกมา เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูตรของกันต์ธรก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
กันต์ธรขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าจอแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีไปในทันที ร่างบางชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
คิมหันต์สังเกตเห็นความผิดปกติทันที เขาขมวดคิ้วมุ่น "มีอะไร?"
กันต์ธรเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบซีดเผือดเล็กน้อย ปลายนิ้วที่ถือโทรศัพท์สั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา...
ภาพถ่ายของธิชา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขากำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนประกบตัวไว้หน้าอพาร์ตเมนต์ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามมาว่า—
*[ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอเป็นอะไร ให้เดินมาที่รถฝั่งตรงข้ามคนเดียวตอนนี้]*
หัวใจของกันต์ธรหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความซึนของพี่คิมกันนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 27
การสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!