“หลบหน้ากันแบบนี้ มันไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยเหรอครับ เลขาฯ กันต์ธร?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับแรงบีบเบาๆ ที่ต้นแขน ทำเอาคนกำลังก้าวเท้าฉับๆ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่มุมมืดของสวนหลังรีสอร์ตต้องชะงักกึก กันต์ธรเม้มปากแน่น หัวใจที่พยายามเต้นให้เป็นปกติกลับรัวแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของคิมหันต์ที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด
“ผมไม่ได้หลบครับคุณคิม ผมแค่... จะมาสูดอากาศบริสุทธิ์” กันต์ธรตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งเอาไว้ แม้ในใจจะอยากวิ่งหนีไปให้ไกลจากสายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นก็ตาม
“อากาศบริสุทธิ์ หรือว่าหนีความจริงกันแน่?” คิมหันต์เอ่ยพลางเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของอีกฝ่ายที่ดูจะเลิกลั่กมากกว่าปกติ “เมื่อเช้าบนรถ คุณยังคุยกับผมดีๆ อยู่เลย พอมาถึงงาน Outing ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคนใบ้ไปล่ะ?”
“งานก็คืองานครับคุณคิม ผมเป็นเลขาฯ มีหน้าที่ดูแลพนักงานคนอื่น ไม่ใช่คอยเดินตามก้นเจ้านายให้คนอื่นเขานินทา” กันต์ธรสะบัดแขนออกเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับคนตัวสูงกว่าอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วก็รบกวนคุณคิมช่วยรักษาภาพลักษณ์ด้วยนะครับ ท่านประธานมาเดินป้วนเปี้ยนกับเลขาฯ ในที่ลับตาคนแบบนี้ มันดูไม่ดี”
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาขยับก้าวเข้ามาปิดช่องว่างจนกันต์ธรต้องถอยหลังไปชนกับผนังไม้ของซุ้มต้นไม้โดยอัตโนมัติ
“ภาพลักษณ์เหรอ? ผมไม่เคยแคร์หรอกนะ” คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มใส “ที่ผมแคร์มีแค่อย่างเดียว... คือทำไมคุณต้องทำเหมือนผมเป็นเชื้อโรค ทั้งที่เมื่อคืนก่อน คุณยัง...”
“หยุดครับ!” กันต์ธรยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้น—จูบที่ร้อนแรงและสับสนวุ่นวายในห้องทำงาน—ทำให้ใบหน้าของเขาเห่อร้อนขึ้นมาทันที “เรื่องคืนนั้นมันคือความผิดพลาด... ผมเมา คุณเองก็ไม่ได้สติ เลิกพูดถึงมันเถอะครับ”
คิมหันต์มองท่าทีที่สั่นไหวของกันต์ธรด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้ปากเก่งแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่เขาต้อนให้จนมุม กันต์ธรก็มักจะเผยความประหม่าออกมาให้เห็นเสมอ
“ผิดพลาดงั้นเหรอ?” คิมหันต์แค่นยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของกันต์ธรตรึงไว้กับผนัง “ถ้ามันเป็นความผิดพลาด งั้นผมขอ ‘แก้ไข’ มันเดี๋ยวนี้เลยดีไหม?”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนที่ขับกล่อม แต่ในใจของกันต์ธรกำลังพายุเข้าอย่างหนัก เขาพยายามจะดันอกแกร่งของอีกฝ่ายออก แต่ทว่ากลับเหมือนดันกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
“คุณคิม! อย่าทำแบบนี้... มีคนอื่นอยู่เยอะแยะ ถ้าใครมาเห็นเข้า...”
“เห็นก็ดี” คิมหันต์กระซิบเสียงพร่า “ผมจะได้บอกให้ทุกคนรู้ไปเลยว่าเลขาส่วนตัวของผมคนนี้... เป็นสมบัติส่วนตัวที่ใครก็ห้ามแตะต้อง”
คำว่า ‘สมบัติส่วนตัว’ ทำเอาหัวใจของกันต์ธรกระตุกวูบ มันไม่ใช่คำพูดของเจ้านายที่สั่งลูกน้อง แต่มันเป็นคำพูดของคนที่กำลังประกาศความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง
ขณะที่คิมหันต์กำลังจะโน้มหน้าลงไปใกล้กว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากมือถือที่ส่องผ่านพุ่มไม้เข้ามา
“อ้าว... อยู่กันตรงนี้เองเหรอครับคุณคิม?”
น้ำเสียงกวนประสาทของ ‘กรณ์’ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด เขาถือแก้วไวน์ในมือพลางคลี่ยิ้มหยันมาให้ทั้งคู่ กันต์ธรฉวยโอกาสนั้นสะบัดตัวออกจากการพันธนาการของคิมหันต์ทันที ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว
“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ คุณกรณ์?” คิมหันต์หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคู่แข่งธุรกิจด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาคลั่งรักเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามฉบับ CEO จอมเผด็จการอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีอะไรมากครับ แค่เห็นเลขาฯ คุณคิมเดินออกมานานแล้ว เลยเป็นห่วงน่ะครับ” กรณ์หันมามองกันต์ธรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนัย “คนเก่งๆ แบบคุณกันต์ อยู่กับเจ้านายที่ทั้งเผด็จการทั้งเอาแต่ใจแบบนี้ คงอึดอัดแย่เลยนะครับ... สนใจมาช่วยงานผมไหม? ผมรับรองว่าดูแลดีกว่านี้แน่นอน”
กันต์ธรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นมือของคิมหันต์ที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาที่หลังมือ
“ขอบคุณที่หวังดีนะครับคุณกรณ์ แต่ผมพอใจกับตำแหน่งงานปัจจุบันมาก” กันต์ธรตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “เพราะงานของผมไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะรับมือกับ ‘อะไรที่ยากกว่าธุรกิจ’ หลายเท่าเลยล่ะครับ”
คิมหันต์แค่นยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้ามาโอบไหล่กันต์ธรไว้แน่นต่อหน้ากรณ์อย่างถือสิทธิ์ “ได้ยินแล้วนะคุณกรณ์ เลขาฯ ผมน่ะ... เขาชอบความท้าทาย โดยเฉพาะความท้าทายที่เรียกว่า ‘ผม’”
บรรยากาศในสวนหลังรีสอร์ตพุ่งสู่จุดเดือดทันทีเมื่อสายตาของคิมหันต์และกรณ์ประสานกันราวกับจะฆ่ากันให้ตายไปข้าง แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของกันต์ธรก็สั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วใบหน้าก็ถอดสีทันทีเมื่อเห็นข้อความจากคนปริศนาที่ส่งภาพถ่ายมุมไกลของเขากับคิมหันต์เมื่อสักครู่เข้ามา
‘อย่าคิดว่าไม่มีใครเห็นนะครับ... ถ้าไม่อยากให้รูปนี้ว่อนไปถึงบอร์ดบริหาร ก็จงเลิกเล่นละครรักกับเจ้านายของคุณซะ!’
กันต์ธรหน้าซีดเผือด เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ สวนด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความลับที่เขากำลังปิดซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดโปง และดูเหมือนว่าคนที่ส่งข้อความมานี้... จะอยู่ใกล้กว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ตุ๊กตาโบราณ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 28
งานอีเวนต์กระชับมิตร
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!