เสียงแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของกันต์ธรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของสวนหย่อมหลังรีสอร์ท
*“เกมเริ่มแล้ว... หันไปมองทางซ้ายสิครับ คนที่ยืนถือแก้วไวน์อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนที่คุณกำลังหนีหน้าอยู่ยังไงล่ะ”*
กันต์ธรหน้าซีดเผือด เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ สวนด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความลับที่เขากำลังปิดซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดโปง และดูเหมือนว่าคนที่ส่งข้อความมานี้... จะอยู่ใกล้กว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ดวงตากลมโตสודส่ายไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสูงโปรดของคิมหันต์ยืนพิงเสาไฟสนามอยู่ไม่ไกล แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่คมกริบของซีอีโอหนุ่มกำลังจ้องตรงมาที่เขา นิ่งสนิท ทว่าลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ
“เล่นอะไรของเขาอีกเนี่ย...” กันต์ธรพึมพำกับตัวเอง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ทว่ามือที่ถือโทรศัพท์อยู่กลับสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่
ในขณะที่เขากำลังลังเลว่าจะเดินหนีหรือเดินเข้าไปเผชิญหน้า หน้าจอโทรศัพท์ก็สั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
*“ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่อง ‘จดหมายสารภาพรัก’ ในกระเป๋าเสื้อของคุณถูกประกาศให้คนทั้งบริษัทรู้... ก็เดินมาหาผมซะดีๆ ครับ เลขากันต์”*
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้มันปีศาจชัดๆ!
กันต์ธรกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ จดหมายฉบับนั้นเขาตั้งใจจะทิ้งตั้งแต่เมื่อวานแล้วเชียว แต่เพราะความวุ่นวายหลายอย่างทำให้มันยังติดอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทตัวนอก คิมหันต์ไปรู้เรื่องนี้มา1ได้ยังไง หรือว่า... ตาบ้านี่จะแอบรื้อค้นของใช้ของเขาตอนเผลอ!
ด้วยความจำยอมผสมกับความโกรธที่พุ่งปรี๊ด กันต์ธรจึงสาวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยท่าทางฮึดฮัดราวกับแมวเปอร์เซียกำลังพองขน
“คุณคิมเล่นตลกอะไรเนี่ย!” กันต์ธรเปิดฉากต่อว่าทันทีที่ยืนระยะประชิด “ส่งข้อความบ้าๆ แบบนั้นมาขู่กัน มันสนุกนักหรือไงครับ... เอ๊ย! มันสนุกนักหรือคะ!” เกือบหลุดปากพูดคำผู้ชายออกไปตามความเคยชิน ดีที่เบรกปากทันเวลาและเปลี่ยนหางเสียงเป็นสุภาพแบบประชดประชันแทน
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เขายังคงถือแก้วไวน์แกว่งไปมาอย่างใจเย็น กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาประจำตัวลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดและเร้าใจในคราวเดียวกัน
“ผมไม่ได้เล่นตลกสักหน่อย เลขากันต์ต่างหากที่กำลังเล่นซ่อนหา... กับหัวใจตัวเอง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก
“ผมไม่ได้ซ่อน! และผมก็ไม่ได้ชอบคุณด้วย เลิกมโนไปเองสักทีเถอะครับ... เอ๊ย! เถอะค่ะ!” กันต์ธรเชิดหน้าขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น แม้ว่าแก้มใสทั้งสองข้างจะแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูแล้วก็ตาม
“ปากแข็งจังนะ” คิมหันต์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางทีละก้าว บีบบังคับให้กันต์ธรต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไฟสนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ปากบอกว่าไม่ชอบ แต่จดหมายในกระเป๋าเสื้อคุณนี่เขียนซะหวานหยด... ‘ถึงคุณคิม คนซึนที่น่าหยิก...’ อยากให้ผมอ่านให้ทุกคนในงานฟังไหมล่ะว่าคุณเขียนอะไรไว้อีกบ้าง”
“อย่านะ!” กันต์ธรลิ้มรสความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง มือเล็กยกขึ้นยันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ายิ่งขัดขืน คิมหันต์ก็ยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรดแก้ม
ระยะห่างระหว่างเขาทั้งคู่แทบจะกลายเป็นศูนย์ ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากเม้มแน่นของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มันไม่ใช่แววตาเจ้าเล่ห์เอาแต่ใจแบบทุกที แต่เป็นความลึกซึ้งจริงจังที่ทำเอาจังหวะการเต้นของหัวใจกันต์ธรเพี้ยนไปหมด
“ถ้าไม่อยากให้ผมอ่าน... ก็ต้องมาเล่น ‘เกมวัดใจ’ กับผมก่อน” คิมหันต์กระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “กติกาง่ายมาก... ตอบคำถามของผมมาตามตรงทุกข้อ ห้ามโกหก ห้ามบ่ายเบี่ยง ถ้าตอบไม่ตรงกับใจ... คุณต้องโดนลงโทษ”
“ลง... ลงโทษอะไรของคุณ” กันต์ธรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบนสายตาหนีใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันแค่คืบ แต่ก็ถูกปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเชยคางให้กลับมาสบตาตรงๆ
“คำถามแรก...” คิมหันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับพวงแก้มเนียน “...ตั้งแต่รู้จักกันมา เคยมีสักวินาทีไหม ที่คุณ... รู้สึกใจเต้นเพราะผม”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนจนเงียบสงบ เสียงดนตรีจากงานเลี้ยงด้านในแว่วมาไกลลิบราวกับอยู่คนละโลก กันต์ธรเบิกตากว้าง สมองขาวโพลน คำปฏิเสธนับร้อยที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำคอ เปล่งเสียงไม่ออกสักแอะเมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเขาชัดเจน
ทว่า... ในวินาทีที่กันต์ธรอ้าปากเตรียมจะตอบคำถามเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของพุ่มไม้ใหญ่
“อ้าว... อยู่นี่กันนี่เอง ผมตามหาคุณซะทั่วเลยครับคุณกันต์ พอจะมีเวลาให้ผมสักนิดไหมครับ?”
ร่างสูงของ ‘กรณ์’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมรอยยิ้มพินพิเทวดาที่แฝงแววตาร้ายกาจไว้มิดชิด เขากำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนด้วยท่าทีคุกคาม!
คิมหันต์ผละตัวออกจากกันต์ธรช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเย็นชาดังเดิม ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความไม่พอใจอย่างชัดเจน
กันต์ธรลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากคำถามวัดใจเมื่อครู่... แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวกลับกรีดร้องเสียงดังลั่น ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำลงมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 29
เกมวัดใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!