เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 19

อาการหึงแบบไม่เนียน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“คุณกรณ์คะ... ฉันเกรงว่าเอกสารฉบับนี้คงต้องรอให้ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดเรื่องข้อสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟเสียก่อนค่ะ ถึงจะสามารถเซ็นอนุมัติผ่านระบบภายในของบริษัทเราได้” กันต์ธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายความระแวดระวังอย่างชัดเจน นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำเบาๆ เป็นจังหวะ เพื่อส่งสัญญาณเตือนกลายๆ ว่าเขากำลังหมดความอดทนกับความพยายามล้ำเส้นของคู่สนทนา ชายหนุ่มตรงหน้าคือกรณ์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเล่ห์จากบริษัทคู่แข่งที่ช่วงนี้ขยันแวะเวียนมาป้วนเปี้ยนแถวแผนกเลขานุการเสียเหลือเกิน ด้วยข้ออ้างสารพัดเรื่องโปรเจกต์ร่วมทุนที่ถูกพับเก็บไปนานแล้ว แต่เป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะคืออะไร... กันต์ธรย่อมรู้ดีแก่ใจ “แหม คุณกันต์ก็ระเบียบจัดเสียจริงนะครับ เรื่องแค่นี้ถ้าคุณช่วยเซ็นผ่านให้เป็นกรณีพิเศษ ผมรับรองว่าโปรเจกต์หน้าที่จะถึง เราคงได้ร่วมงานกันอย่างราบรื่นแน่นอนครับ” กรณ์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับเลื่อนช่อดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ซ่อนไว้ข้างหลังขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเลขาฯ หนุ่มอย่างถือวิสาสะ “ดอกกุหลาบขาวนี่เหมาะกับคุณกันต์ดีนะครับ สดใสและดูสะอาดตาดี... เหมือนเจ้าของโต๊ะไม่มีผิด” กันต์ธรขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธและผลักช่อดอกไม้นั้นคืนให้เจ้าของ ทว่าจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานกระจกใสบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องทำงานส่วนตัวของ CEO ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกที่ไม่เบานัก ตุบ! เสียงแฟ้มเอกสารหนาหนักถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนกรณ์และกันต์ธรต้องสะดุ้งสุดตัวหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดปรานของคิมหันต์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มคู่ดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองช่อดอกไม้บนโต๊ะสลับกับใบหน้าของกรณ์ด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล บรรยากาศรอบตัวของ CEO หนุ่มตอนนี้เย็นเยียบเสียจนอุณหภูมิในห้องแอร์ลดฮวบลงหลายองศาอย่างฉับพลัน “ถ้าเวลาว่างระหว่างวันมันเหลือเฟือขนาดมาเดินแจกดอกไม้จีบเลขาฯ คนอื่นเขา... ผมแนะนำให้เอาเวลาพวกนั้นไปทบทวนแผนกลยุทธ์บริษัทตัวเองดีกว่านะครับ คุณกรณ์” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมบาดลึกจนคนฟังถึงกับหน้าชา คิมหันต์ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ยืนบังกันต์ธรไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองคู่แข่งทางธุรกิจหัวจรดเท้าด้วยสายเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง กรณ์หน้าเสียไปชั่วขณะ แต่ก็ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่า “ผมก็แค่มอบดอกไม้แสดงความยินดีกับโปรเจกต์ที่เพิ่งเคลียร์ไปเองครับ ท่านประธานคิม... อย่าซีเรียสเลยน่า” “บริษัทผมไม่มีนโยบายให้พนักงานรับของกำไรจากบุคคลภายนอกในเวลางาน... และที่สำคัญที่สุด” คิมหันต์เว้นจังหวะ ปรายตามองช่อดอกไม้สีขาวราวกับมันเป็นขยะชิ้นหนึ่ง “เลขาฯ ของผม เขาไม่ชอบดอกไม้ที่ไร้รสนิยมแบบนี้หรอกครับ เชิญกลับออกไปได้แล้ว ประตูอยู่ทางโน้น” น้ำเสียงเด็ดขาดและท่าทีคุกคามอย่างเปิดเผยทำให้กรณ์จำต้องยอมถอยกรูดอย่างเสียไม่ได้ เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อนความอับอาย ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยลาคำเดียว เมื่อประตูกระจกปิดลงและความเงียบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง กันต์ธรก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายจอมเผด็จการที่ยังคงยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึงไม่เลิก “คุณคิมนี่ไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะคะ ไปไล่แขกของบริษัทแบบนั้น เดี๋ยวเขาก็เอาไปฟ้องบอร์ดบริหารหรอกว่าเราไร้มนุษยสัมพันธ์” กันต์ธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ แกล้งยั่วประสาทคนตัวโตที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน “ช่างหัวบอร์ดสิครับ!” คิมหันต์หันขวับมาสวนกลับทันควัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ยังระบายออกไม่หมด “แล้วนี่อะไร... ไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงขนาดรับดอกไม้จากมันฮึ?” “เขาก็แค่เอามาวางไว้เองนี่คะ ฉันยังไม่ทันได้บอกรับเลย” “แต่คุณก็ไม่ได้ปฏิเสธทันทีตั้งแต่แรก!” คิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานมากขึ้น มือหนาวางทับลงบนแฟ้มเอกสารใกล้ตัว ก้มตัวลงต่ำจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากปลายจมูกของคนนั่งเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือความหึงหวงพ่นรดรินอยู่ใกล้ชิด “รู้ไหมว่าผมยืนมองผ่านกระจกมาตั้งนานเท่าไหร่... เห็นมันส่งยิ้มหวานให้คุณ เห็นมันส่งสายตาแพรวพราวใส่คุณ... รู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะพังกระจกออกมาอัดมันให้รู้แล้วรู้รอดอยู่แล้วเนี่ย!” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำเอาจังหวะการเต้นของหัวใจกันต์ธรสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนอย่างคิมหันต์จะกล้าพูดจาเปิดเผยความรู้สึกดิบเถื่อนตรงไปตรงมาขนาดนี้ “นี่คุณ... หึงฉันเหรอคะ?” กันต์ธรแกล้งเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากบางอย่างนึกสนุก แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอกแล้วก็ตาม “ใช่! ผมหึง! หึงจนแทบคลั่งอยู่แล้ว!” คิมหันต์ตวาดเสียงแข็งใส่ด้วยความจำยอมเมื่อถูกจับไต๋ได้ ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิมจนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบที่มักจะเยียบเย็นเสมอ บัดนี้กลับฉายแววเว้าวอนและร้อนรุ่มอย่างชัดเจน “จำเอาไว้เลยนะกันต์ธร... ห้ามรับของจากมันอีก ห้ามคุยกับมันเกินความจำเป็น และที่สำคัญที่สุด... ห้ามยิ้มหวานใส่ไอ้เวรนั่นแบบนั้นอีกเด็ดขาด!” “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วยล่ะคะ ในเมื่อเราเป็นแค่...” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของคนตัวโตทาบทับลงมาปิดกลีบปากของเขาอย่างไร้การเต้นล่วงหน้า! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดันและเอาแต่ใจ คิมหันต์กดจูบย้ำๆ ลงบนริมฝีปากนุ่มราวกับต้องการลงโทษคนปากเก่งที่กล้าท้าทายอารมณ์หึงของเขา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างอุกอาจจนกันต์ธรสมองขาวโพลน มือเรียวที่พยายามจะผลักอกอีกฝ่ายออกในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นอย่างไร้เรี่ยวแรงต้านทาน สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง “อื้อ...” เสียงครางประท้วงเบาๆ ในลำคอหลุดลอดออกมาเมื่อคิมหันต์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้คนใต้ร่างได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มเนียนใสอย่างคลั่งไคล้ ดวงตาสคมกริบมองสำรวจริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำของคนตรงด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ทีนี้เข้าใจหรือยังครับ... ว่าผมหวงคุณขนาดไหน” กันต์ธรหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท เขาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบทะลุอกกับความรุก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต! “ท่านประธานคิมคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องประชุมใหญ่แล้วค่ะ ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทกำลังถูกเจาะข้อมูลจากภายนอก!” เสียงร้องตกใจของธิชาที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ทำเอาคิมหันต์และกันต์ธรต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ...และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือของธิชาในวินาทีต่อมา ก็ทำให้เลือดในกายของคิมหันต์เย็นเฉียบลงทันที! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ <3
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%