"ถ้าคุณกรณ์ไม่มีธุระเรื่องงานสำคัญอะไร เกรงว่าคงต้องขอตัวนะคะ พอดีทางเรามีวาระประชุมด่วนกับท่านประธานต่อค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นอย่างลื่นไหลทำเอาคิมหันต์ที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธถึงกับชะงัก ดวงตาสคมกริบหันขวับไปมองเลขาส่วนตัวทันที ร่างบางของกันต์ธร้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับกรณ์อย่างแนบเนียน รอยยิ้มสุภาพที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยนั้นไร้ที่ติ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบและเฉียบคมจนคนมองต้องนึกทึ่ง
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรี่สายตาสำรวจเลขาหนุ่มหัวแก้วหัวแหวนของคู่แข่งด้วยความสนใจระคนแปลกใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่นึกเกรงกลัวบรรยากาศมาคุรอบตัว
"วาระประชุมด่วนเหรอครับคุณกันต์? ผมไม่ยักรู้ว่าบริษัทระดับนี้จะจัดการประชุมกะทันหันในห้องรับรองแขก แถมมีแค่คุณกับท่านประธาน... หรือว่าจะเป็นการประชุมลับเฉพาะตัว?" กรณ์จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท สายตาคมปลาบกวาดมองคิมหันต์ด้วยท่าทีเย้ยหยัน
"จะลับหรือไม่ลับ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณกรณ์ต้องใส่ใจนะคะ หน้าที่ของเลขานุการที่ดีคือการคัดกรองแขกที่ไม่ได้รับเชิญและไม่มีมารยาทออกไปให้พ้นจากสายตาของเจ้านาย... ดิฉันคิดว่าคุณกรณ์น่าจะเข้าใจความหมายนี้ดีนะคะ"
กันต์ธรยอกย้อนกลับนิ่มๆ แต่เชือดเฉือนจนกรณ์หุบยิ้มแทบไม่ทัน คิมหันต์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงโตที่เคยเต้นระรัวด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—ความรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นเลขาส่วนตัวฝีปากกล้าคนนี้ลุกขึ้นมาปกป้องเขาจากศัตรูหัวใจอย่างออกนอกหน้า
ให้ตายเถอะ... ยัยตัวแสบคนนี้ชักจะทำให้เขาคลั่งหนักขึ้นทุกวันแล้วสิ
"ปากเก่งไม่เบานี่ครับคุณกันต์ น่าสนใจดี... ถ้าวันไหนเบื่อตำแหน่งเลขาฯ เงินเดือนน้อยนิดที่นี่ สนใจมาเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจหรือผู้ช่วยส่วนตัวให้ผมไหมล่ะครับ? ผมให้ข้อเสนอที่ดีกว่าคิมหันต์หลายเท่าแน่นอน" กรณ์ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะหยั่งเชิง แถมยังจงใจยื่นนามบัตรหรูสีดำสนิทเข้าไปใกล้กันต์ธรมากขึ้น
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของกรณ์จะทันได้แตะชายเสื้อของเลขาร่างบาง ร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ก็ก้าวพรวดเดียวเข้ามาปัดมือนั้นออกอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาสสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกมารอบสอง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนติดลบ
"ถอยมือสกปรกของคุณออกไปจากคนของฉัน!"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด คิมหันต์ดึงข้อมือบางของกันต์ธรให้ถอยร่นมาอยู่ด้านหลังของตนเองโดยอัตโนมัติ การกระทำนั้นแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนจนกรณ์ถึงกับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"โอ๊ะ... ใจเย็นน่าท่านประธาน ผมก็แค่วัดกระแสความสนใจเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะหวงก้าง เอ้ย... หวงลูกน้องขนาดนี้" กรณ์ยักไหล่กวนๆ ก่อนจะหันไปสบตากับกันต์ธรที่ชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังไหล่กว้างของคิมหันต์
"ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะคุณกรณ์ แต่พอดีดิฉันเป็นคนเลือกนายจ้างและเลือกคนข้างกายด้วยรสนิยมสูงค่ะ... คนที่ทั้งงก ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมชอบทำตัวเป็นมารหัวใจคนอื่นแบบคุณ ดิฉันต่อให้เอาเงินมาฟาดหัวเป็นล้านก็ไม่ชายตาแลหรอกค่ะ"
กันต์ธรยิ้มหวานหยดทว่าวาจานั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน ทำเอาคิมหันต์ที่ยืนบังอยู่เกือบจะหลุดยิ้มมุมปากออกมาเสียให้ได้ ความขุ่นเคืองในอกเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
นี่สินะ... ฝีมือการจัดการมารหัวใจในแบบฉบับของกันต์ธร เด็ดขาด ชำนาญ และเจ็บแสบจนคู่ต่อเถียงแทบหาทางลงไม่เจอ
กรณ์หน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอหมัดฮุกชุดใหญ่เข้าเต็มเปา ชายหนุ่มกัดกรามกรอดด้วยความเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ปากดีทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง... ระวังเถอะครับ ของดีที่หวงนักหวงหนา วันหนึ่งอาจจะหลุดมือไปง่ายๆ โดยไม่รู้ตัว"
พูดจบร่างสูงของคู่แข่งทางธุรกิจก็สะบัดหน้าเดินฮึดฮัดออกไปจากห้องรับรองทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ คลี่คลายลงพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มหายใจได้คล่องขึ้น
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง คิมหันต์จึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างสูงหันขวับกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอย่างไม่รู้สำผิดชอบชั่วดี ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
"ใครอนุญาตให้เธอไปรับนามบัตรบ้าๆ นั่นจากมันหยะ?" น้ำเสียงดุๆ ถูกงัดขึ้นมาใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างในใจ
"ดิฉันไม่ได้ับสักหน่อยนะคะท่านประธาน ตาไม่ฝาดใช่ไหมคะ? หรือว่าซีอีโอใหญ่อย่างคุณคิมเริ่มสายตาฝ้าฟางจนมองอะไรผิดเพี้ยนไปหมดแล้วคะเนี่ย" กันต์ธรย้อนถามหน้าตาเฉย พร้อมกับเอียงคอส่งยิ้มกวนประสาทกลับไปให้อย่างไม่เกรงกลัว
"กันต์ธร!" คิมหันต์กัดฟันเรียกชื่อเต็มยศ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวคนปากเก่งจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวร่างบางไว้ตรงกลางทันทีเพื่อไม่ให้มีทางหนี
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดของศัตรูภายนอก มาเป็นความตึงเครียดอันตรายระลอกใหม่ที่เกิดจากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่กรุ่นอยู่ในบรรยากาศ
"หึ... เมื่อกี้กล้าหาญมากนักนะ ถึงกับกล้าออกตัวปกป้องฉันเหรอ หืม?" คิมหันต์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่าใจหาย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างพึงพอใจ
"ใครปกป้องคุณกันล่ะคะ... ดิฉันแค่รำคาญตาที่เห็นคนไม่มีมารยาทมายืนเกะกะขวางทางเดินต่างหากเล่า ปล่อยเลยนะคะ มายืนใกล้ขนาดนี้ทำไมเนี่ย" กันต์ธรพยายามดันแผงอกกว้างออก แต่แรงน้อยนิดนั้นแทบไม่สะเทือนคนตัวโตกว่าเลยสักนิด หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ปากแข็ง..." คิมหันต์กระิบชิดริมฝีปากบาง ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "แต่เวลาเธอด่าไอ้กรณ์เมื่อกี้... ยอมรับเลยว่าเซ็กซี่เป็นบ้า"
"คุณคิม! ทะลึ่งใหญ่แล้วนะคะ!" กันต์ธรหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ฝ่ามือบางตีเข้าที่อกอุทิศโทษฐานคนฉวยโอกาส ทว่าคิมหันต์กลับคว้าข้อมือนั้นไว้แล้วรวบเข้าหากตัวแน่นขึ้น ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาปกคลุม ความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้เริ่มเอ่อล้นทะลักผ่านสายตาจนแทบไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำใดออกมาอีก
ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเพื่อนสนิทที่ดังทะลุเข้ามาทันที
"ไอ้กันต์! แกเคลียร์แขกเสร็จยังวะ ฉันมีเรื่องด่วนจะเม้าท์... อุ๊ย!"
ธิชาผลักประตูเปิดพรวดเข้ามาหน้าตาเฉย ก่อนจะต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพเพื่อนสนิทคนเก่งถูกท่านประธานหนุ่มสุดโหดกักตัวติดผนังในท่าทางล่อแหลมสุดขีด
คิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาสคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาฆาตกรรมอย่างแท้จริง ขณะที่กันต์ธรหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความอับอาย
"เอ่อ... ฉัน... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย..." ธิชากะพริบตาปริบๆ ค่อยๆ ถอยหลังกรูดเตรียมปิดประตูหนีตาย
"อย่าเพิ่งไป!" คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือหนายังคงตรึงร่างกันต์ธรไว้ไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคมกวาดมองเพื่อนสนิทของนายเอกด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"เอ่อ... คือว่านะแก..." ธิชายิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทั้งห้องหยุดหายใจ "คือเมื่อกี้... ฉันเห็นไอ้กรณ์มันเดินหัวเสียออกไป แล้วก็เหมือนมันจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ข้างนอก... แกสองคนรีบออกมาดูเถอะวะ ก่อนที่หุ้นบริษัทจะร่วงหมดตูด!"
หวังว่ารี้ดเดอร์จะสนุกและฟินไปกับตอนนี้ด้วยกันนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 12
แผนกำจัดมารหัวใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!