เสียงปิดประตูห้องประชุมใหญ่ดังปัง สะท้อนก้องความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยอุณหภูมิติดลบ
คำพูดของธิชาเมื่อครู่ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ทิ้งร่องรอยความตึงเครียดไว้บนใบหน้าของทุกคน โดยเฉพาะกันต์ธรที่ยืนขมวดคิ้วแน่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนระแวงอย่างปิดไม่มิด เจ้าบ้านั่น... กรณ์กล้าดียังไงถึงมาระรานถึงถิ่นแถมยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เบื้องล่างก่อนจะหางจุกตูดหนีไปแบบนั้น
"ไอ้กรณ์มันทำบ้าอะไรของมันอีกคะเนี่ย!" ธิชาสบถเบาๆ พลางกวาดตามองเอกสารบนโต๊ะสลับกับร่างสูงของเจ้านายหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้นหินอ่อน
คิมหันต์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ บัดนี้กลับมืดครึ้มราวมรสุมตั้งเค้า ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงกราฟความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันกำลังดิ่งลงเหวเพราะข่าวลือเสียๆ หายๆ ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
บรรยากาศรอบตัวซีอีโอหนุ่มแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง
"คุณคิมคะ..." กันต์ธรขยับตัวเล็กน้อย เอ่ยเรียกเสียงเรียบ แม้ในใจจะเริ่มร้อนรุ่มไม่แพ้กัน "ปล่อยให้มันลอยนวลแบบนี้ไม่ได้แน่ค่ะ ให้กันต์ลงไปจัดการ..."
"ไม่ต้อง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเออดขึ้นขัดทันท่วงที ดวงตาคมตวัดกลับมามองร่างบางที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งคู่ต่อสู้ให้แตกละเอียดเป็นจุณ
"เรื่องแค่นี้... ผมจัดการเองได้" คิมหันต์กล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะวางแท็บเล็ตกระแทกลงบนโต๊ะประชุมเสียงดังสนั่น "ธิชา ออกไปรอข้างนอกก่อน... ส่วนกันต์ อยู่ต่อ"
ธิชาสะดุ้งเล็กน้อย รีบพยักหน้ารับคำสั่งแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องประชุมขนาดใหญ่เหลือเพียงคนสองคน ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
กันต์ธรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม "มีอะไรคะ บอส... จะตำหนิที่กันต์รับมือไอ้บ้านั่นไม่ดีพอ หรือจะไล่กันต์ออกเพราะทำโปรเจกต์พังกันแน่"
คำถามประชดประชันหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบด้วยความเคยชิน แต่ทว่า... คิมหันต์กลับไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดอย่างที่คิด ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับร่างบางลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไออุ่นเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกจนกันต์ธรต้องผถะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับขอบกระจกใสบานใหญ่เบื้องหลังเสียก่อน
หนทางหนีถูกปิดตาย...
กันต์ธรเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ ความดื้อรั้นในแววตาฉายชัดเจน "มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยเปื้อนหรือไง"
"ปากเก่ง" คิมหันต์พึมพำเบาๆ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง ยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถาง แต่มันกลับทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
"กันต์ไม่ได้ปากเก่งค่ะ แต่กันต์พูดความจริง..." นายเอกหนุ่มเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ท่าทีตีฝีปาก "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวไปเคลียร์ข่าวข้างล่าง..."
"งานโปรเจกต์เมื่อกี้... ทำได้ดีมาก"
ประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก ทำให้โลกทั้งใบของกันต์ธรหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหู สมองที่เคยประมวลผลคำด่าและข้อโต้แย้งเตรียมไว้เป็นร้อยแปด กลับว่างเปล่าสนิท คำชม? เมื่อกี้... ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และจอมเผด็จการอย่างคิมหันต์ เอ่ยปากชมเขาอย่างนั้นเหรอ? จากปากของปีศาจน้ำแข็งเนี่ยนะ!
"คะ... คุณว่าอะไรนะ" กันต์ธรหลุดปากถามเสียงสั่น ทำตัวไม่ถูก มือเรียวที่กอดอกอยู่เมื่อครู่เผลอคลายออกอย่างไร้ทิศทาง แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาว ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ดวงตาคมกريบที่มักจะมองใครด้วยความเหินห่าง บัดนี้กลับพราวระยับไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำ
"ผมบอกว่า... เธอเก่งมาก, กันต์" คิมหันต์ทวนคำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลผิดจากปกติ นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาคนถูกกระทำถึงกับตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน
นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม? เจ้านายจอมซึนของเขากำลังเล่นมุกอะไร หรือโดนผีที่ไหนเข้าสิงถึงได้พูดจาชวนเลี่ยนแบบนี้ออกมาได้
"มะ... ไม่ต้องมาหยอดเลยค่ะ" กันต์ธรพยายามดึงสติกลับมา หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "จู่ๆ ก็มาชม... มีแผนอะไรหรือเปล่า หรือจะหักเงินเดือนฉันเรื่องที่ปล่อยให้ไอ้กรณ์มันเข้ามาป่วน"
คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ผมไม่เคยชมใครส่งเดช..." น้ำเสียงของซีอีโอหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่าง "โดยเฉพาะกับคนดื้อรั้นที่ชอบกวนประสาทผมทุกวันแบบเธอ... แต่วันนี้ ยอมรับเถอะว่าเธอทำได้ดีจริงๆ และผม... ภูมิใจในตัวเธอ"
ตู๊ดดด! เหมือนมีระเบิดลูกย่อมๆ มาจุดชนวนกลางอก กันต์ธรหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง คำว่า *'ภูมิใจในตัวเธอ'* จากปากผู้ชายคนนี้มันมีพลังทำลายล้างสูงเกินไปแล้ว!
"คุณ... คุณมันบ้า..." กันต์ธรพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยความเขินอายที่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง "ถอยไปเลยนะ ฉันจะ..."
ทว่า ก่อนที่กันต์ธรจะได้ผลักอีกฝ่ายออกไป เสียงเคาะประตูดัง *ก๊อกๆ* ก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ทั้งสองคนชะงัก คิมหันต์ขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัว ขณะที่กันต์ธรใช้จังหวะนี้มุดลอดแขนแกร่งถอยหลังออกมาตั้งหลักหายใจเข้าปอดลึกๆ
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแปลกๆ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่เปิดหน้าจอโชว์ภาพข่าวล่าสุดให้ทุกคนเห็น
"บอสครับ... คุณคิมครับ แย่แล้วล่ะสิ" ธิชาโพล่งขึ้นเสียงดัง สีหน้าตื่นตระหนก "ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นตกธรรมดาแล้วนะ... แต่ตอนนี้ *'คนนั้น'* กลับมาแล้ว และเขากำลังยืนรออยู่ตรงล็อบบี้ชั้นล่าง... พร้อมกับนักข่าวอีกเป็นกองทัพ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของบอสนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 13
คำชมจากปากปีศาจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!