แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกเกือบสิบเล่มถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *‘ตุบ!’* จนเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นลอยฟุ้งขึ้นมาปะทะกับแสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะ
กันต์ธรสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตากลมโตที่ฉายแววคุกกรุ่นทันที สันจมูกรั้นเชิดขึ้นน้อยๆ เมื่อเห็นว่าใครคือต้นเหตุของเสียงน่ารำคาญเมื่อครู่ คิมหันต์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มคมกริบมองต่ำลงมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก—แต่สำหรับเลขานุการส่วนตัวผู้กำลังจะหมดความอด내อย่างเขา มันแปลความหมายได้คำเดียวคือ ‘หาเรื่อง’
“พรุ่งนี้เช้าผมต้องใช้เอกสารสรุปยอดโครงการร่วมทุนทั้งหมด พร้อมการวิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัทกรณ์อีกสามฉบับ… หวังว่าคุณจะเคลียร์เสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนะคะ เลขากันต์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ราวกับว่างานกองเท่าภูเขานั้นเป็นแค่เศษกระดาษที่ใช้แล้วทิ้ง
“นี่มันหสามทุ่มสิบห้านาทีแล้วนะครับคุณคิม!” กันต์สวนกลับทันควันโดยไม่คิดจะรักษามารยาททางสังคมอีกต่อไป สองมือเรียวบางกำคีย์บอร์ดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “อีกอย่าง โครงการร่วมทุนกับคุณกรณ์นั่นน่ะ มันเป็นดีลลับที่เพิ่งตกลงกันเมื่อตอนเย็น แถมคุณเพิ่งโยนข้อมูลดิบมาให้ผมสดๆ ร้อนๆ งานระดับนี้ ต่อให้ผมเป็นอัจฉริยะข้ามสายพันธุ์ก็ทำเสร็จไม่ทันรุ่งเช้าหรอกค่ะ!”
“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อบ่น แต่จ้างมาให้ทำงาน” คิมหันต์ตอบหน้าตาย สายตาคมกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท “ถ้าคิดว่าทำไม่ไหว จะลาออกตอนนี้ผมก็ไม่ว่า… แต่อย่าลืมว่าสัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่าถ้าออกก่อนกำหนดสามเดือน คุณจะต้องจ่ายค่าปรับชดเชยหกหลักนะ”
“คุณคิมหันต์!” กันต์ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่วิญญาณนักสู้ในตัวไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใครอยู่แล้ว ดวงตากลมโตจ้องเขม็งกลับราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “จู้จี้ ขี้เก๊ก เผด็จการ ไร้เหตุผล! รู้ตัวไหมครับว่าคุณทำตัวเหมือนมนุษย์วัยทองที่ขาดความอบอุ่นจนต้องมาลงกับลูกน้องตาดำๆ น่ะ!”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้าเงียบกริบลงทันที
คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายอย่างคุกคาม แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัว CEO หนุ่มจนกันต์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว… แต่เป็นเพราะความโกรธ (และลึกๆ ที่ไม่ยอมรับสารภาพคือความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปต่างหาก)
“ปากเก่งนักนะ…” คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูกvทำเอาขนลุกซู่ “ถ้ามีเวลามาเถียงผมฉอดๆ แบบนี้ เอาเวลาไปเปิดไฟล์เอกสารแล้วพิมพ์ให้มันเร็วกว่านี้ดีกว่าไหมครับ เลขาคนเก่ง”
“ถอยไปเลยนะ! ใครอนุญาตให้เข้ามาใกล้ขนาดนี้เล่า!” กันต์ใช้สองมือดันอกแกร่งเอาไว้เต็มแรง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเคืองโกรธปนกระดากอายที่ต้องมาเสียเปรียบระยะประชิดแบบนี้ “แล้วก็เลิกทำตัวงี่เง่าใส่ผมสักที! เพราะแค่เรื่องที่คุณหึง—เอ๊ย! เพราะแค่เรื่องที่คุณไม่ชอบหน้าคุณกรณ์ คุณก็เลยพาลมาลงที่ผมแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ!”
คำว่า ‘หึง’ ที่หลุดปากออกไปทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
ดวงตาสคมกริบของคิมหันต์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย แววตาที่มองกันต์เปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นประกายบางอย่างที่ร้อนแรงและลุ่มลึกขึ้นจนน่ากลัว
“ใครหึง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามช้าๆ พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายออกอย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาคนถูกกระทำแข็งทื่อราวกับโดนสาป “อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยกันต์ธร… ผมแค่เกลียดขี้หน้าไอ้กรณ์ และเกลียดพวกที่ชอบทำตัวสนิทสนมกับคนที่ไม่ควรสนิทด้วยก็เท่านั้น”
“แล้วมันหนักส่วนไหนของคุณไม่ทราบ! ผมจะสนิทกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของผม!” กันต์สะบัดหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่านั้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว ยิ่งเถียง ยิ่งเข้าใกล้ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้
“จำเอาไว้ว่าคุณเป็นคนของผม… หน้าที่การงานและเวลาของคุณตอนนี้เป็นของผมทั้งหมด” คิมหันต์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด ก่อนจะผละตัวออกห่างด้วยท่าทางเรียบเฉยดังเดิม “เคลียร์งานให้เสร็จตามสั่ง อย่าให้ผมต้องเดินมาตรวจรอบสอง ไม่อย่างนั้น… บทลงโทษพรุ่งนี้เช้าจะไม่ใช่แค่เอกสารพวกนี้แน่”
พูดจบ CEO ตัวร้ายก็หันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ปล่อยให้กันต์ยืนหายใจหอบฮืดกำมือแน่นด้วยความโมโหจนตัวสั่น
“ไอ้เจ้านายบ้าเอ๊ย! ขอให้ฟ้าผ่าหัวใจซึนๆ ของคุณสักทีเถอะ!” กันต์พึมพำลอดไรฟัน ทรุดตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้งด้วยความคับแค้นใจ นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์รัวๆ ระบายความโกรธลงไปในงานตรงหน้าอย่างดุเดือด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ตึกทั้งตึกเงียบสงัด มีเพียงเสียงพิมพ์ดีดและแสงไฟจากโคมไฟของเขากับคิมหันต์ที่ยังคงสว่างไสว กันต์หาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เอกสารกองโตถูกเคลียร์ไปได้ครึ่งทางแล้ว แต่ความง่วงและเพลียก็เริ่มเข้าจู่โจมอย่างหนัก
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้กันต์ที่กำลังสัปหงกสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง ใครกันที่จะมาหาเอาป่านนี้?
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของ ‘กรณ์’ ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ในมือถือถุงกระดาษแบรนด์ดังสำหรับใส่อาหารและกาแฟร้อนๆ มาด้วย
“ดึกป่านนี้แล้ว ยังทำงานอยู่อีกเหรอครับคนเก่ง?” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักอย่างสนิทสนม ดวงตาคู่คมพินิจมองใบหน้าอ่อนล้าของกันต์ด้วยความห่วงใยที่แสดงออกจนออกนอกหน้า “ผมผ่านมาแถวนี้ เห็นไฟห้องทำงานคุณยังเปิดอยู่ เลยแวะซื้อกาแฟกับแซนด์วิชมาฝาก… คงยังไม่ดึกเกินไปนะครับที่จะรบกวน?”
กันต์อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของ CEO พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิห้องลดฮวบลงทันที
“ดึกป่านนี้… และที่นี่คือเขตหวงห้ามของบริษัทผม คุณกรณ์คิดจะทำอะไรถึงได้บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้ครับ?”
คิมหันต์ยืนกอดอกจ้องมองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยสายตาดุจคมมีด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนมุมปาก ขณะที่สายตาคู่คมเหลือบมองถุงอาหารในมือของอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความซึนของบอสคิมกับเลขาปากแซ่บคนนี้นะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 4
OT นรกแตก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!