กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวเนื้อ กับสัมผัสนุ่มละมุนของผ้าปูที่นอนทอละเอียดระดับโรงแรมหรู คือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของกันต์ธรให้ตื่นตัวขึ้นจากห้วงนิทรา
ทว่า... สมองที่ยังประมวลผลไม่เต็มร้อยกลับต้องสะดุดกึก เมื่อเขารู้สึกถึงบางสิ่งที่หนักอึ้งและแนบชิดผิดปกติบริเวณเอวสอบ
แขนแกร่งของใครบางคนกำลังโอบกอดรัดร่างของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหมอนข้างมีชีวิตตัวนี้จะระเหิดหายไปในอากาศ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคออยู่เบาๆ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่มักจะลอยวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเขาเสมอในยามทำงาน ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอัตโนมัติ
*คิมหันต์!*
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ งานเลี้ยงต้อนรับโปรเจกต์ใหญ่ เสียงหัวเราะ รอยยิ้มของหญิงสาวปริศนาคนนั้น... และภาพตัดที่สิ้นสุดลงตรงที่เขาถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขนของเจ้านายจอมเผด็จการ ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย
กันต์ธรกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก เขาพยายามขยับตัวช้าๆ เพื่อแกะวงแขนแข็งแรงนั่นออก แต่ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่า เมื่อแรงรัดกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าตามสไตล์คนเพิ่งตื่นนอนที่ดังกระซิบอยู่ข้างใบหู
"จะดิ้นไปไหน... อยู่นิ่งๆ น่ากันต์ธร"
เสียงนั้นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กันต์ธรแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบหันขวับกลับไปเผชิญหน้า แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้จะแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศลอดผ่านก็ตาม
"เจ้านาย!" กันต์ธรโพล่งออกมาเสียงดัง ลืมตัวไปสนิทว่าสถานะตอนนี้คืออะไร "นี่คุณ... มานอนบนเตียงเดียวกับผมได้ยังไง แล้วเมื่อคืน... เกิดอะไรขึ้นทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้เลย!"
คิมหันต์ปรือตาขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความดุดันเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา ทว่าตอนนี้แว่นคู่นั้นถูกถอดวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูผ่อนคลายและอันตรายต่อหัวใจคนมองอย่างยิ่ง รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมาวับหนึ่ง ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ระคนใจสั่นในเวลาเดียวกัน
"จำไม่ได้จริงๆ เหรอครับ... หรือว่าความจำเสื่อมชั่วคราวเพราะฤทธิ์แชมเปญแก้วนั้นกันแน่" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ แต่อุ้งมือหนายังคงตรึงเอวบางเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เลขาตัวดีขยับหนีไปไหน
"อย่ามาพูดจาล่อแหลมนะ!" กันต์ธรดึงหน้าตึง ใส่เกียร์ฝีปากกล้าโต้กลับทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ผมถามจริงๆ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้... แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ ผู้หญิงคนที่ยืนยิ้มให้คุณตอนท้ายงานเลี้ยงนั่นหายไปไหน ทำไมคุณไม่ไปส่งเธอฟระ!"
คำถามสุดท้ายหลุดปากออกไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัวว่ามันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คิมหันต์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรือเขินอายกันแน่) ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
"หึงเหรอครับ?"
"ใครหึง! บ้าหรือเปล่า!" กันต์ธรปฏิเสธเสียงสูงทันควัน พยายามผลักอกแกร่งออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผล "ผมแค่ถามในฐานะเลขาที่ต้องดูแลตารางเวลาและภาพลักษณ์ของคุณก็เท่านั้นแหละ... ปล่อยผมนะเว้ย!"
"ถ้าบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่ลูกสาวหุ้นส่วนใหญ่ที่แม่ฉันบังคับให้มาดูตัว... เธอยังจะโวยวายอยู่อีกไหมล่ะ" คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด "แล้วอีกอย่าง... เมื่อคืนคนเมาแถวนี้แถแถกจะตามมาอาละวาดหาเรื่องฉันถึงห้องพักส่วนตัว แถมยังบอกว่า..."
เจ้านายหนุ่มเว้นจังหวะไว้แค่นั้น ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความลุ้นระทึก
"บอกว่าอะไรเล่า! พูดให้มันจบสิครับ!" กันต์ธรเร่งเร้า หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกไม่ออกว่าตัวเองเผลอทำอะไรน่าอายลงไปบ้าง
"บอกว่า... *'ถ้าคิมหันต์กล้าไปสนใจผู้หญิงคนอื่นอีกละก็ จะลาออกแล้วไปสมัครเป็นเลขาให้ไอ้กรณ์ซะให้เข็ด'*... จำไม่ได้จริงๆ เหรอหื้ม?"
เพล้ง!
เหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบลงกลางใจ กันต์ธรเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนคำพูดตัวเองลงท้อง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู ภาพความทรงจำเลือนรางบางอย่างแวบเข้ามาในหัว... ภาพที่เขาชี้หน้าคาดโทษเจ้านายตัวเองด้วยความน้อยใจปนกรุ่นโกรธ
ให้ตายเถอะ! นี่เขาเผลอพูดประโยคชวนเข้าใจผิดแบบนั้นออกไปจริงๆ น่ะหรือ!
"ผม... ผมไม่ได้..." กันต์ธรเสียงแผ่วลงทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหาย
"ไม่ได้พูดเหรอ?" คิมหันต์เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเลุกผุดขึ้นที่มุมปาก "แต่ฉันบันทึกเสียงเอาไว้นะ... อยากฟังไหมล่ะ เจ้าตัวแสบ"
"ไอ้..." คำด่าถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคิมหันต์เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นกายสะอาดผสมกับความอุ่นร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายทำให้สติของกันต์ธรเตลิดไปไกล
บรรยากาศในห้องพักกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้กันต์ธรต้องหลับตาปี๋ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกันตามแรงดึงดูดธรรมชาติ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายคุ้นหูของเพื่อนสนิทตัวดีที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"ไอ้กันต์! แกตื่นหรือยังวะ! ทำไมโทรหาไม่รับ... เฮ้ย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้นกับเจ้านายจอมเผด็จการ!"
เสียงของธิชาทำเอาคิมหันต์สบถเบาๆ อย่างขัดใจ ส่วนกันต์ธรลืมตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด รีบออกแรงผลักอกเจ้านายหนุ่มเต็มแรงแล้วกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที
เกมที่กำลังจะหวานซึ้ง... กลับมีมารผจญมาเคาะประตูบ้านเสียแล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของบอสคิมกับเลขาตัวแสบตอนนี้นะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 15
เช้าวันต่อมาที่ชวนช็อก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!