เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 16

แกล้งตีมึน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ใครมาเคาะป่านนี้วะ..." กันต์ธรพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความกรุ่นอุ่นละมุนจากบรรยากาศเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเสียงทุบประตูด้านนอกยังคงดังรัวเร็วดั่งห่าฝน ไม่มีความเกรงใจหลงเหลือให้เห็นเลยสักนิด ร่างสูงโปร่งของเลขาหนุ่มขยับตัวจะผละออกจากโซฟาตัวนุ่ม แต่ทว่าข้อมือกลับถูกปลายนายนิ้วแกร่งคว้าหมับไว้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กмиจังหวะรั้งนั้นเด็ดขาดและมั่นคงจนกันต์ต้องชะงัก คิมหันต์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ใบหน้าคมคายที่เมื่อครู่ยังเจือความประหม่าจางๆ บัดนี้กลับเรียบตึง สนสนธยาเย็นชาถูกสวมทับลงบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับหน้ากากเหล็ก ดวงตาคมกริบกวาดมองประตูกับร่างของกันต์สลับกันด้วยประกายวาวโรจน์ที่อ่านไม่ออก "นั่งอยู่นี่แหละค่ะ" น้ำเสียงทุบต่ำเอ่ยเรียบๆ แต่ทรงอำนาจจนคนฟังต้องเลิกคิ้ว "แต่ข้างนอกนั่น..." "ฉันจัดการเอง" คิมหันต์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับดุดันผิดวิสัย ร่างสูงก้าวฉับๆ ไปยังประตูกระจกหน้าห้องชุด ทิ้งให้กันต์ยืนมองตามด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนกังวล *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "รู้แล้วๆ จะพังประตูรึไง" คิมหันต์เปิดประตูกระชากออกด้วยแรงเหวี่ยงที่ทำเอาคนด้านนอกเกือบเซถลา ทว่า... ร่างที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้องกลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'กรณ์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่มักจะโผล่มาในเวลาที่ชวนหงุดหงิดที่สุดในโลก และข้างกายยังมีถุงกระดาษแบรนด์ดังหิ้วมาพะรุงพะรัง "อ้าว... คุณคิมหันต์เองเหรอครับ นึกว่าเป็นเลขานั่งสมาธิอยู่ในนี้ซะอีก" กรณ์เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ดวงตาเรียวรีมองข้ามไหล่หนาเข้าไปด้านในราวกับจะสำรวจพื้นที่ "พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เห็นไฟห้องยังเปิดอยู่ เลยแวะเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้คุณกันต์ดูหน่อย กลัวว่าพรุ่งนี้เช้าจะไปประชุมไม่ทัน" กันต์ที่เดินตามหลังมาไม่ห่างได้ยินเข้าถึงกับเม้มปากแน่น ความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดจนอยากจะคว้าแจกันแถวนั้นมาฟาดหน้าไอ้คนช่างตื๊อเสียให้เข็ด โปรเจกต์บ้าบออะไรจะมาส่งดึกดื่นป่านนี้ เที่ยงคืนกว่าแล้ว! นี่มันมุกจีบเด็กใหม่ที่โบราณสิ้นดี "ดึกป่านนี้แล้ว คงไม่เหมาะที่จะรบกวนเวลาส่วนตัวของพนักงานผมหรอกมั้งครับ คุณกรณ์" คิมหันต์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงก้าวขวางประตูปิดกั้นมุมมองของอีกฝ่ายไม่ให้มองลอดเข้ามาด้านในแม้แต่น้อย รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวซีอีโอหนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "แหม... แค่ส่งงานเองครับ ไม่เห็นต้องหวงก้าง เอ้ย หวงลูกน้องขนาดนั้นเลยนี่ครับ" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน จงใจก้าวเท้าล้ำเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อกดดัน "อีกอย่าง... ผมกับคุณกันต์เราคุยกันถูกคอจะตายไป จริงไหมครับคุณกันต์?" ประโยคท้ายสุด กรณ์จงใจตะโกนข้ามไหล่คิมหันต์พุ่งตรงมายังร่างโปร่งที่ยืนกอดอกหน้าตึงอยู่ด้านหลัง กันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองผู้มาเยือนด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ฝีปากกล้าที่มักจะเตรียมพร้อมสวนกลับเสมอถูกงัดขึ้นมาใช้ทันที "ถ้าเป็นเรื่องงาน พรุ่งนี้เช้าที่ออฟฟิศคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะคุณกรณ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว... เกรงว่าฉันคงไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วยในเวลาพักผ่อนแบบนี้ เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ" คำพูดตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยนั้นทำเอาสีหน้าของกรณ์กระตุกไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดจากใบหน้า แต่เขาก็ยังฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน "คุณกันต์นี่ใจร้ายจังนะครับ ผมอุตส่าห์..." "ได้ยินชัดแล้วนะครับ?" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทรงอำนาจกดต่ำลงจนน่ากลัว "ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่น เชิญครับ" *ปัง!* ประตูกระจกถูกปิดกระแทกใส่หน้าแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่ไว้หน้า แรงลมจากการปิดประตูกระแทกจนกรณ์ต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธกรณีก่อนจะยอมหมุนตัวเดินจากไปพร้อมเสียงสบถเบาๆ ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กันต์ยืนนิ่งอยู่กับที่ สมองกำลังประมวลผลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือไอความร้อนระอุ ทว่าพอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้อยู่หน้าประตูแล้ว... เขาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบางๆ ออกมา ให้ตายสิ... เมื่อกี้ CEO จอมเผด็จการออกโรงปะทะเดือดเพื่อปกป้องเลขาฯ ของตัวเองอย่างนั้นเหรอ? "ยืนยิ้มอะไรอยู่" เสียงทุบห้วนเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่หันกลับมา คิมหันต์ถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อไล่ความหงุดหงิดที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด "เปล่าสักหน่อยค่ะ" กันต์ลอยหน้าลอยตาตอบ เดินเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด "แค่กำลังคิดว่า... เจ้านายของเราเนี่ย หวงของเก่งเหมือนกันนะยะคะ" คิมหันต์ชะงัก ร่างสูงหมุนตัวกลับมาทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในหน่วยตาดำสนิท คิมหันต์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ทีละก้าว จนกันต์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังโดยอัตโนมัติ กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีช่องว่างให้ออกตัว... "ใครหวง?" คิมหันต์เอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนจนกันต์ต้องกลั้นหายใจ "ก็... ก็คุณนั่นแหละค่ะ หน้าตาบอกบุญไม่รับตอนที่อีตากรณ์โผล่มาเนี่ย ชัดเจนซะยิ่งกว่าความคมชัดของทีวีจอแบนซะอีก" กันต์พยายามเถียงกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เบาๆ แต่ทว่าแรงน้อยนิดนั้นแทบไม่มีผลอะไรเลยกับคนตัวโตกว่า คิมหันต์ไม่ตอบ เขาก้มมองคนปากเก่งที่เริ่มหลบตา พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของกันต์แผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาทำเอาหัวใจของคนถูกกระทำเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ปากดี..." คิมหันต์พึมพำชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุบต่ำแหบพร่าจนสั่นสะท้อนในอก "ปากเก่งแบบนี้... ต้องโดนทำโทษรู้ไหม" กันต์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบวาบด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน สมองสั่งให้ผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของตนอย่างลึกซึ้ง ราวกับคิมหันต์กำลังอ่านทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความกวนประสาทของเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง... ปลายนิ้วแกร่งที่เกลี่ยเส้นผมเลื่อนลงมาแตะที่คางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น คิมหันต์หลุบตามองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาเก่งนักหนาด้วยแววตาดุจดั่งสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "เดี๋ยว... เดี๋ยวสิคะคุณคิม..." เสียงทุบหวานเอ่ยท้วงตะกุกตะกัก ความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ระเหิดหายไปในอากาศหมดสิ้น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ "เงียบก่อน... กันต์" เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกด ปลายจมูกโด่งแตะสัมผัสเข้ากับแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้กันต์หลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ ร่างกายเกร็งค้างด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่าง... *กริ๊งงงงงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้องก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน! คิมหันต์ชะงักกึก ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดถึงขีดสุดจนแทบจะคำรามออกมา ส่วนกันต์ลืมตาโพรง หายใจหอบถี่ด้วยความตกใจปนโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบพร้อมกับชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนนั้น... 'ธิชา' คิมหันต์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาด้วยความหัวเสียสุดกำลัง เขายืดตัวตรงอย่างไม่เต็มใจนัก ปรายตามมองหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับอยากจะหักมันให้แหลกคามือ กันต์รีบฉวยโอกาสนั้นมุดลอดแขนแกร่ง วิ่งพรวดพราดไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมารับสายด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ลมหายใจยังคงหอบกระชั้น "ฮะ... ฮัลโหลว่าไงยัยธิชา!" กันต์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความลนลาน ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดลั่นจนกันต์ต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน *(กรี๊ดดดด! แก! ชั้นเห็นนะเว้ยว่าแกไม่ได้อยู่คนเดียว! แล้วเมื่อกี้เสียงใครวะ... เสียงดุๆ ทุบๆ แบบนั้น หรือว่าแกกำลัง...) ธิชาแผดเสียงข้ามสายมาด้วยความตื่นเต้นระดับสิบ "แกอยู่กับคุณคิมหันต์ใช่ไหมยะ!สารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าเกิดอะไรขึ้น!"* กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหล่สายตากลับไปมองซีเอหนุ่มที่ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยแววตาคาดโทษและรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดในสามโลก ให้ตายเถอะ... งานนี้เขาไม่รอดเงื้อมมือคนปากร้ายใจคลั่งรักคนนี้แน่ๆ! (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาฟินและอินไปกับความซึนของบอสคิมกับเลขากันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ตุ๊กตาโบราณ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%