กระแสไฟที่แล่นแปล๊บจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของ CEO หนุ่มก็ระอุยิ่งกว่าเดิม เมื่อกรณ์เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ทิ้งไว้ต่างหน้า คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นเยียบจนกันต์ธรที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
"คุณกรณีนี่ขยันหาเรื่องมาหยอดจริง ๆ นะคะ... หรือฉันควรจะสมัครเป็น PR บริษัทควบตำแหน่งเลขาดีล่ะเนี่ย" กันต์ธรเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดประชดนิด ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก
คิมหันต์หันขวับมามองทันที ดวงคมดุวาวโรจน์ด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "กันต์ธร! ถอยคำพูดนั้นกลับไปเดี๋ยวนี้ คุณคิดว่าเล่นขายของอยู่หรือไงถึงได้ทำตัวสนิทสนมกับคู่แข่งขนาดนั้น!"
"อ้าว ท่านประธานคะ ฉันจะคุยกับใคร มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลนะคะ อีกอย่าง... ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้าเหมือนหมาหวงก้างแบบนี้ด้วยล่ะคะ" นายเอกฝีปากกล้าสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องตรงอย่างไม่เกรงกลัว
คำว่า 'หมาหวงก้าง' กระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจัง คิมหันต์ก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วสูงจนกันต์ธรต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังชนเข้ากับไม้เนื้อดีจนหนีไปไหนไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงมาใช้มือสองข้างยันขอบโต๊ะไว้ กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ตรงกลาง ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นระส่ำ
"อยากรู้เหรอว่าผมเป็นอะไรกับคุณ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาของ CEO หนุ่มตอนนี้น่ากลัวเกินกว่าจะสบตาตรง ๆ "อย่าท้าทายความอดทนของผมนะกันต์..."
กันต์ธรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ถึงปากจะเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่คิมหันต์โหมดคลั่งรักและดุดันแบบนี้ทีไร สติสตางค์ของเขามักจะบินหนีหายไปทุกที
ก่อนที่บรรยากาศจะเตลิดไปไกลกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงแหลมขึ้นทำลายความเงียบ คิมหันต์สบถเบา ๆ อย่างหัวเสียในลำคอ ก่อนจะยอมถอยร่างสูงใหญ่ออกไปอย่างจำใจ ปล่อยให้กันต์ธรได้สูดอากาศหายใจเข้าปอดเต็ม ๆ
"รับสายซะสิครับ... เอ้ย! ค่ะ!" กันต์ธรเกือบหลุดปากพูดคำผู้ชายออกไปตามความเคยชิน ดีที่เบรกทันก่อนจะโดนดุซ้ำ
คิมหันต์ปรายตามองเลขาตัวแสบอย่างคาดโทษ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง "มีอะไร... เออ เดี๋ยวผมลงไปประชุม"
จังหวะที่คิมหันต์หันหลังเดินไปหยิบเอกสารสำคัญบนชั้นวางของชั่วพริบตานั้น สายตาของกันต์ธรก็บังเอิญเหลือบไปเห็นลิ้นชักล่างสุดของโต๊ะทำงานที่ปิดไม่สนิท มีมุมกระดาษสีขาวโผล่ออกมาเล็กน้อย ด้วยความสงสัยประกอบกับความอยากรู้อยากเห็นตามประสาคนไม่ยอมคน กันต์ธรจึงถือวิสาสะย่อตัวลงแล้วดึงลิ้นชักนั้นออกเบา ๆ
ไม่มีเอกสารลับทางธุรกิจอะไรอยู่ในนั้น มีเพียงซองกระดาษสีน้ำตาลเก่า ๆ ซองหนึ่ง
นิ้วเรียวรีบหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู ภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าเก็บใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือ กันต์ธรขมวดคิ้วด้วยความฉงน ภาพนั้นคือภาพของเด็กผู้ชายสองคนยืนยิ้มกว้างให้กล้อง หน้าตาของเด็กผู้ชายฝั่งซ้ายถอดแบบมาจากคิมหันต์ไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนเด็กอีกคน... ตัวเล็กกว่า ผิวขาวเนียมนัยน์ตาสดใส ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับคุ้นตาอย่างประหลาด
"กำลังทำอะไร?"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเหนือศีรษะทำเอาหัวใจกันต์ธรหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาสะดุ้งสุดตัว รีบยัดภาพถ่ายลงซองแล้วดันลิ้นชักปิดด้วยความลนลาน แต่ช้าเกินกว่าจะพ้นสายตาคมกริบของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
คิมหันต์ไม่ได้โกรธอย่างที่คิด แววตาคู่คมที่มองมากลับไหววับและสั่นระริกอย่างที่กันต์ธรไม่เคยเห็นมาก่อน ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมทั่วห้องทำงานชั่วขณะ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาคว้าข้อมือบางไว้เบา ๆ ไม่ให้ขยับหนี
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างของธิชาเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คิม! กันต์! แย่แล้ว! ในบอร์ดบริหารตอนนี้กำลังเปิดคลิปฉาวที่กรณีย์เอาไปปล่อย..."
ทว่าเสียงของธิชากลับเงียบหายไปเมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันเกินกว่าเหตุในห้องทำงานปิดตาย
----------------------------------------
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ, "ตุ๊กตาโบราณ"*
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 10
ความลับในแฟ้มเอกสาร
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!