เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตัดเข้าสู่หน้าต่างสตรีมมิ่งสีดำสนิท เป็นสัญญาณว่าการซ้อมมาราธอนข้ามคืนของค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ
กันต์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้เกมing
chair ราคาแพงระยับอย่างหมดแรง มือเรียวถอดหูฟังไร้สายออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ตุบ’ ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงเอฟเฟกต์เกมและเสียงตะโกนโหลนโทนของผู้ชมในไลฟ์ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงลมหายใจผ่าวร้อนของคนสองคนที่อยู่ในห้องสตูดิโอแคบๆ นี้
“นายเล่นพลาดตรงจังหวะมังกรเกิดเมื่อกี้... รู้ตัวไหม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม ธามไม่ได้หันมามองหน้าเขาทันที เจ้าตัวกำลังก้มลงถอดสายแจ็คไมโครโฟนอย่างใจเย็น แสงไฟนีออนสีฟ้าอ่อนจากเคสคอมพิวเตอร์สาดกระทบกรอบหน้าคมคายสันกรามชัดเจน ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น มากกว่าจะเป็นโปรเพลเยอร์หรือสตรีมเมอร์ชื่อดังที่เพิ่งนั่งหัวร้อนใส่กันมาตลอดสี่ชั่วโมงเต็ม
กันต์เบะปากใส่ความนิ่งสงบนั้นทันที สัญชาตญาณความปากแจ๋วทำงานฉับพลันโดยไม่ต้องไตร่ตรอง “พลาดอะไรกันวะคุณธาม ตาบอดหรือไงไม่ทราบ? ฉันเปิดทางให้ต่างหาก นายต่างหากที่ซับพอร์ตช้าเป็นเต่าคลาน ถ้าฉันไม่เข้าไปรับดาเมจแทน นายคงนอนเป็นศพคามือป้อมไปนานแล้ว”
ธามชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบสายไฟ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่นั่งเถียงคอเอียงกระเทองอยู่ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่รื้นเหงื่อบางๆ ตรงข้ามขมับของอีกฝ่าย ก่อนมุมปากหยักสวยจะยกยิกลอยๆ เป็นรอยยิ้มที่กันต์เกลียดนักเกลียดหนา เพราะมันเดาไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังคิดเรื่องกวนประสาทอะไรอยู่
“รับดาเมจแทน... หรือตั้งใจโชว์เท่ให้คนดูในไลฟ์เห็นกันแน่ หืม? กันต์”
“นี่!” กันต์ดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ “ฉันจะโชว์เท่ทำไมในเมื่อคนในไลฟ์เขาก็รู้กิตติศัพท์ความเก่งกาจของฉันอยู่แล้ว นายต่างหากที่แก่แดดแก่ลม ชอบทำตัวเป็นพ่อพระคอยสอนคนอื่น ทั้งที่ความจริงแล้ว... นายแค่อยากเอาชนะฉันให้ได้ต่างหากล่ะ”
“ชนะนาย... ฉันไม่จำเป็นต้องพยายามหรอก” ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ทีละนิด บรรยากาศรอบตัวของอีกฝ่ายแผ่ซ่านความกดดันและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมนี้แคบลงไปถนัดตา “เพราะไม่ว่าเกมไหน หรือกระดานไหน... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าตั้งแต่วันแรก ก็คือฉันไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำเอาลมหายใจของกันต์สะดุดกึก กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์และกาแฟคั่วเข้มลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ที่ทั้งสองคนเคยใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะ ‘มากกว่าเพื่อนร่วมทีม’ ให้ย้อนกลับมาทับซ้อนในความเงียบยามวิกาลนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
กันต์ผถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังติดพนักเก้าอี้ แต่ธามกลับใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักเก้าอี้ไว้ กักขังร่างเพรียวบางให้อยู่ในอาณัติ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกสนุก
“ถอยไปเลยนะ นายเข้าใกล้เกินไปแล้ว” กันต์เอ่ยเสียงอู้อี้ พยายามซ่อนความหวั่นไหวที่ตีรวนขึ้นมาในอกด้วยการเชิดหน้าขึ้นสู้ “เราเลิกกันไปนานแล้วนะธาม เลิกทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้สักที นายมีแฟนคลับคอยติดตามเป็นแสน เดี๋ยวเขาก็เอาไปจิ้นจนเป็นเรื่องเป็นราวหรอก”
“แล้วไงล่ะ” ธามทวนคำเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวแก้ม “ปล่อยให้พวกเขาจิ้นไปสิ... เพราะสิ่งที่ฉันพูดกับนายเมื่อกี้ มันไม่ใช่เรื่องของการสตรีมมิ่ง แต่มันคือเรื่องจริง”
กันต์นิ่งงัด ดวงตาสบประสานกับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความเงียบยามดึกในห้องสตูดิโอแห่งนี้ราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด ความโกรธเคืองและความปากเก่งที่สะสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความโหยหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน
ธามมองท่าทางดื้อรั้นแต่หูแดงแจ๋ของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนกันต์เผลอหลับตาลงรับรู้โดยไม่รู้ตัว
“นายยังดื้อไม่เปลี่ยนเลยนะ... กันต์” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา “รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอกัน... ฉันต้องทนดูนายปากดีใส่กล้องไลฟ์ทุกวัน ทรมานแค่ไหน”
กันต์ลืมตาขึ้นเตรียมจะด่ากลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยค ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เสียงกุกกักแปลกๆ จากหน้าประตูสตูดิโอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ไม่ได้ถูกล็อคจากด้านในอย่างถือวิสาสะ
ธามขมวดคิ้วมุ่น ผละตัวออกจากกันต์ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่กันต์รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิมเมื่อหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลบนผนังที่บอกเวลาตีสามสิบนาทีพอดี
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟอุ่นในมือ รอยยิ้มกว้างขวางอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏบนใบหน้าของผู้มาใหม่ทันทีที่กวาดสายตามาเห็นสภาพของคนทั้งคู่ในระยะประชิด
“อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัว... แต่พอดีผู้จัดการวงฝากกาแฟมาให้พวกคุณน่ะครับ”
เสียงทุ้มใสของ ‘พายุ’ โปรเพลเยอร์รุ่นน้องตัวแสบประจำค่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาวกวนประสาท ดวงตาเรียวรีมองสลับระหว่างธามที่ยืนหน้าบึ้งตึงกับกันต์ที่นั่งหน้าแดงแจ๋อยู่บนเก้าอี้ด้วยประกายตารู้ทัน
“พอดีผมถือวิสาสะเปิดเข้ามา... หวังว่าผมคงไม่ได้พลาด ‘ฉากสำคัญ’ อะไรไปหรอกนะครับ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มความฟินในค่ำคืนนี้นะคะ
สตรีมเมอร์หน้าตายคนนั้น... เป็นแฟนเก่าผมเองครับ!•ตอนที่ 6
กลิ่นกาแฟและความลับยามดึก
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สตรีมเมอร์หน้าตายคนนั้น... เป็นแฟนเก่าผมเองครับ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!