เสียงหัวpsstเบาๆ พร้อมกับเสียงรัวแป้นพิมพ์ที่ดังประสานกันราวกับเสียงฝนตกบนหลังคาสังกะสี เป็นฉากหลังที่คุ้นเคยของห้องซ้อมทีม Esport ในยามค่ำคืน แต่บรรยากาศในรัศมีสามเมตรจากมุมจอคอมพิวเตอร์ของฉัน... ไม่สิ ของกันต์คนนี้นี่สิ ที่กำลังทำให้บรรยากาศรอบตัวมันอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนน่าประหลาด
“พอดีผมถือวิสาสะเปิดเข้ามา... หวังว่าผมคงไม่ได้พลาด ‘ฉากสำคัญ’ อะไรไปหรอกนะครับ?”
เสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มมุมปากของ ‘พี’ กัปตันทีมตัวแสบดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่พิงสะโพกติดวงกบประตู ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองสำรวจตั้งแต่ปลายนิ้วที่ยังคงค้างอยู่ใกล้ขอบโต๊ะของธาม ไล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงใบหน้าของฉันที่คงจะขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิดแล้วแน่ๆ
ให้ตายเถอะ! ไอ้บ้านี่โผล่มาถูกจังหวะนรกเสียจริง
ฉันรีบดึงมือออกจากรัศมีอันตราย ขยับเก้าอี้ถอยหลังออกมาครึ่งก้าวด้วยความรวดเร็ว พยายามจัดคอเสื้อฮู้ดของตัวเองให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ดังโครมครามจนกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน
“พลาดอะไรของนายวะไอ้พี สมองกลับรึไง ถึงได้เดินละเมอมาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้” ฉันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ดวงตาตีรันฟันแทะส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนมาใหม่ที่ทำลอยหน้าลอยตาเดินนゆるๆ เข้ามาในห้อง
“อ้าว... เพ้อเจ้อเหรอครับ? แต่เมื่อกี้ผมเห็นพี่ธามโน้มตัวลงมาซะชิด จนจมูกแทบจะชนแก้ม ‘สตรีมเมอร์หน้าตาย’ แถวนี้อยู่แล้วนะ” พีลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พลางยกมือขึ้นกอดอก สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองฉันกับธามสลับกันไปมาอย่างจับผิด “หรือว่าพวกนายกำลัง... ตกลงเรื่องลับอะไรกันอยู่? แบบว่า... เรื่องนอกจอไรงี้?”
ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหลือบตาไปมอง ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ เจ้าของฉายาสตรีมเมอร์ชื่อดังที่นั่งอยู่ข้างๆ
แต่ให้ตายเถอะ... ธามไม่มีท่าทีร้อนรนหรือกระวนกระวายใจเลยสักนิด!
ร่างสูงยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ดวงตาสีนิลคู่คมมองตรงไปที่พีด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี่เป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านหน้าต่างเท่านั้น
“ถ้าว่างมากนัก นายเอาเวลาไปเช็คสถิติการดราฟต์ตัวละครในแมตช์หน้าไม่ดีกว่าเหรอพี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ความเกรงกลัว แต่น้ำหนักของคำพูดกลับเฉียบคมจนกัปตันทีมตัวแสบถึงกับชะงักรอยยิ้มไปนิด
“โห... ดุจังเลยนะครับพี่ธาม ปกติเห็นนิ่งเป็นก้อนหิน พอเป็นเรื่องของคนแถวนี้ทีไร... ปากคอเราะร้ายขึ้นมาทันทีเลยนะ” พีหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่เขาจะหันมาทางฉัน “ว่าไหมกันต์? ฉันสังเกตมาหลายทีละ เวลาพี่เขาอยู่ใกล้แกทีไร รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมามันเปลี่ยนเป็น... โหมดไมโครเวฟอบอุ่นแปลกๆ นะ”
“พูดมากน่า!” ฉันแยกเขี้ยวใส่ ยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาซดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม “ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไสหัวกลับห้องไปซะ ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังจะมาเดินเสือกเรื่องชาวบ้านอีก”
“โอ๊ะๆๆ เขินแล้วพาลนะเราน่ะ” พีหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เดินเข้ามาตบไหล่ฉันเบาๆ สองที “ฉันไม่ได้อยากเสือกหรอกนะ... แค่ในฐานะเพื่อนร่วมทีมที่หวังดี กลัวว่าคนแถวนี้จะใจอ่อนยอมให้ ‘แฟนเก่า’ กลับมากลืนน้ำลายตัวเองรอบสองซะก่อน ต่างหากเล่า”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปถนัดตา
คำว่า ‘แฟนเก่า’ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน ฉันชะงักค้างในท่าถือแก้วน้ำ หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับกระหน่ำรัวแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นปฏิกิริยาของคนข้างๆ
ธามไม่ได้หลบสายตา ร่างสูงเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นหันกลับมามองฉันเต็มๆ ตา สายตาที่มองมามันลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ฉันไมกล้าแม้แต่จะแปลความหมายมันออกมาในวินาทีนี้
“ใครบอกว่าฉันจะกลับไป... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของนายวะพี!” ฉันรีบแก้ตัวเสียงดังกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอก พร้อมกับผลักไหล่กัปตันตัวแสบให้ออกไปจากรัศมีโต๊ะคอมพิวเตอร์ “ออกไปเลยนะ! บอกให้ไปก็ไปสิโว้ย!”
“โอเคๆ ยอมแพ้แล้ว ไม่กวนก็ได้ กลัวโดนแฟนเก่าเขม่นตายพอดี” พียกมือยอมแพ้ทั้งสองข้าง หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหมุนตัวเดินถอยหลังออกจากห้องไป แต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำเอาฉันอยากจะปาแก้วน้ำใส่หัวมันจริงๆ “แต่บอกไว้ก่อนนะ... กองเชียร์อย่างฉัน เชียร์ให้รีเทิร์นร้อยเปอร์เซ็นต์นะเว้ย!”
ประโยคสุดท้ายจบลงพร้อมกับบานประตูห้องที่ปิดสนิทลง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องซ้อมอีกครั้ง แต่ทว่า... บรรยากาศระหว่างฉันกับธามในตอนนี้มันกลับอึดอัดและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
ฉันนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตากับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่ในอากาศ ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของฉันตื่นตัวอย่างไร้เหตุผล
“หึ...”
เสียงหัวเราะทุ้งต่ำหลุดออกมาจากลำคอของคนข้างๆ แผ่วเบา แต่ชัดเจนในความรู้สึก
ฉันเม้มปากแน่น รีบขยับมือรัวแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อทำเป็นสนใจงานตรงหน้า ทั้งที่ในหัวสมองตอนนี้ว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด
“รำคาญผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ... ที่โดนแซวแบบนั้น?” เสียงนุ่มลึกเอ่ยถามขึ้นช้าๆ น้ำเจือแววขบขันเล็กน้อย
“ใครรำคาญ... นายอย่ามามั่ว” ฉันตอบเสียงแข็ง โดยไม่ยอมหันไปมอง
“เหรอครับ...” ธามเว้นจังหวะไปนิด ก่อนที่เสียงฝีเท้าเบาๆ จะขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาหาช้าๆ จนไหล่ของเราแทบจะแนบชิดกันอีกครั้ง “แต่ผมว่า... ที่ไอนั่นพูดเมื่อกี้ ก็ไม่ได้แย่นะครับ”
ฉันสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองหน้าเขาในระยะประชิด “นายหมายความว่ายังไง?”
ดวงตาสีนิลคู่คมมองลึกลงมาในดวงตาของฉัน รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของธามในตอนนี้ มันช่างดูร้ายกาจและทรงพลังเสียจนคนใจแข็งอย่างฉันแทบจะหลอมละลายคาที่
“ก็หมายความว่า...” ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ริมฝีปากของฉัน “เรื่องที่มันบอกว่า... ผมอยากจะกลับมา ‘กลืนน้ำลายตัวเอง’ น่ะ”
หัวใจของฉันกระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะที่คางของฉันแผ่วเบา บังคับให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสและสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักคู่นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ธาม... นายจะทำอะไร...” เสียงของฉันสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความป๊อปอัพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของทีมก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงเด่นชัดที่ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
*[SYSTEM ALERT]: มีผู้ใช้งานปริศนา ‘Unknown_01’ กำลังแฮกเข้ามาในระบบสตรีมมิ่งส่วนตัวของพวกคุณ... และกำลังถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ในห้องนี้ออกสู่สาธารณะ!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สตรีมเมอร์หน้าตายคนนั้น... เป็นแฟนเก่าผมเองครับ!•ตอนที่ 7
กองเชียร์ตัวแสบ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สตรีมเมอร์หน้าตายคนนั้น... เป็นแฟนเก่าผมเองครับ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!