ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า... แต่เป็นผืนผ้าใบที่พวกมันรอเวลาแต่งแต้มด้วยเลือด
ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่สว่างวาบขึ้นในรอยแยกถนนคอนกรีตเก่าแก่ของเขตมหานครร้าง ไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนเพียงแค่ภัยอันตรายระดับธรรมดา แต่พิกัดความดันอากาศรอบตัวกำลังดิ่งฮวบลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนผสมกับกลิ่นคาวสนิมเลือดโชยเข้าจมูกจนเรย์ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบประมวลผลอัจฉริยะในสมองของโปรแกรมเมอร์หนุ่มคำนวณอัตราการเกิดของมอนสเตอร์ประเภท 'สวอร์มการ์กอยล์' (Swarm Gargoyle) ระดับสามสิบห้าขึ้นไปทันทีที่เห็นเงาปีกสีดำทะมึนกางออก
"คำนวณผิดพลาดงั้นหรือ... ไม่สิ ข้อมูลแบ็กเอนด์ของเซิร์ฟเวอร์เบต้าเซ็ตนี้ถูกบิดเบือนตั้งแต่ขั้นตอนซิงโครไนซ์แล้วสินะครับ"
เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ มือข้างหนึ่งขยับกรอบแว่นตาโฮโลแกรมเพื่อรีเช็กค่าพารามิเตอร์ของทักษะประจำตัว [อัลกอริทึมวิเคราะห์จุดอ่อน] โครงสร้างข้อมูลสามมิติสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นเส้นทางการเคลื่อนที่ของฝูงอสูรกลายพันธุ์นับร้อยที่กำลังพุ่งเป้าไปยังจุดอับสายตาเบื้องล่าง—จุดที่ร่างของเด็กหนุ่มปริมาณพลังชีวิตเหลือน้อยนิดกำลังยืนพิงซากตึกด้วยความสิ้นหวัง
คีย์ หายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อเสมือนจริงไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อผ้าขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นเก่าแก่ที่ไร้ที่มา ดาบยาวในมือสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องเตือนว่าเขากำลังจะถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ในอีกไม่ถึงสามวินาทีข้างหน้า
"หนีไป... ซะ" เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากแห้งผากของคีย์ แม้ความทรงจำในอดีตจะว่างเปล่าราวกับหน้ากระดาษสีขาว แต่ร่างกายนี้กลับจดจำความตายได้เป็นอย่างดี เขายกดาบขึ้นตั้งรับด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ แต่นั่นคือความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ผู้ปฏิเสธการจำนน
ทว่า ก่อนที่กรงเล็บเหล็กกล้าคู่แรกจะตะปบลงมายังร่างของคีย์ ร่างของเรย์ก็พุ่งทะยานผ่านม่านหมอกสีเทาออกมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามาตรฐานผู้เล่นทั่วไป ระบบช่วยเหลือการเคลื่อนไหวถูกปิดตาย เรย์ใช้ "ตรรกะทางฟิสิกส์ดิบ" ในการคำนวณแรงเหวี่ยงและมุมปะทะอย่างแม่นยำ
*เคร้ง! ฉับ!*
มีดสั้นคู่ใจเคลือบด้วยรหัสคำสั่งโอเวอร์คล็อก (Overclock) สีฟ้าเข้มสะท้อนกับแสงไฟนีออนที่กะพริบใกล้พัง เรย์ไม่เพียงแต่ปัดป้องกรงเล็บของการ์กอยล์ตัวแรกได้อย่างไร้ที่ติ แต่เขายังหมุนตัวแทรกเข้าไปในจุดบอดสายตาของพวกมัน แรงเสียดทานจากการเคลื่อนไหวสร้างประกายไฟเสมือนจริงสว่างวาบไปทั่วตรอกแคบ
"อย่าเพิ่งรีบตายสิครับ คุณยังติดค้างคำตอบผมเรื่องข้อมูลของรอยแยกนี่อยู่นะครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทรงพลัง
คีย์เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เงาของชายหนุ่มที่สวมเสื้อโค้ทคลุมยาวสีเข้มสะท้อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทของเขา เรย์ไม่ได้เข้ามาช่วยอย่างไร้เหตุผล มือข้างซ้ายของเรย์ดีดนิ้วเบาๆ ส่งคำสั่งลัดเข้าสู่ระบบสิ่งแวดล้อมรอบตัว เสาไฟฟ แรงดันสูงที่ชำรุดอยู่เหนือหัวของพวกมันเกิดการลัดวงจรขึ้นอย่างฉับพลัน ประจุไฟฟ้าแรงดันสูงนับหมื่นโวลต์พุ่งทะยานลงมาผสานกับสายฝนจำลองที่โปรยปรายลงมาพอดี เกิดเป็นสนามพลังช็อตเวฟวงกว้างที่ทำให้ฝูงการ์กอยล์นับร้อยชะงักงันและร่วงหล่นลงมากองกับพื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้... แต่มันคือการเขียนโปรแกรมใหม่สนามรบให้กลายเป็นลานประหารในพริบตา
"ระวังข้างหลัง!" คีย์ตะโกนลั่นเมื่อสังเกตเห็นการ์กอยล์ตัวใหญ่มหึมาตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่หลังกลุ่มควัน มันง้างกรงเล็บมหึมาเตรียมพุ่งเข้าใส่เรย์จากมุมอับ
แต่เรย์ไม่มีแม้แต่จะหันกลับไปมอง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของนักกลยุทธ์หนุ่ม "ผมคำนวณไว้แล้วครับ"
สัญชาตญาณการต่อสู้ของคีย์ทำงานเร็วกว่าความคิด มือที่สั่นเทาเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทราวกับเหล็กกล้า เขาก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ ทักษะลับที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของความทรงจำถูกปลุกเร้าโดยอัตโนมัติ คีย์สะบัดดาบยาวในมือออกไปสุดแรงเกิด คลื่นดาบสุญญากาศสีเงินยวงแหวกอากาศพุ่งทะลุร่างของการ์กอยล์ตัวยักษ์จนแหลกสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีทองระยิบระยับในดาบเดียว
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมตรอกแคบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังประสานกันท่ามกลางสายฝนปรอยๆ
เรย์เก็บมีดสั้นเข้าฝักช้าๆ เขาสกิมมองหน้าจอสถานะที่แสดงผลลัพธ์การต่อสู้ด้วยความพึงพอใจระดับหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำที่ยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้า
"ฝีมือดาบเมื่อครู่นี้... ไม่ใช่ทักษะของผู้เล่นทั่วไปในแพตช์ปัจจุบันแน่นอนนะครับ คุณคีย์" เรย์ทักขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือความสงสัยอย่างปิดไม่มิด
คีย์ก้มมองมือของตัวเองที่ยังคงมีละอองข้อมูลจางๆ หลุดลอยอยู่ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเรย์ด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย "ผม... ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมร่างกายถึงขยับไปเองแบบนั้น... เหมือนกับว่า... ฉันเคยใช้ดาบเล่มนี้ฟันฟ่าอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่านี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน"
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยวิเคราะห์สมมติฐานเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานระดับวิกฤตก็ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วทั้งเขตมหานครเสมือนจริง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานนับร้อยจอดีดเด้งขึ้นปิดกั้นทัศนียภาพรอบตัวโดยปราศจากการเตือนล่วงหน้า เสียงสังเคราะห์ของระบบ AI กลางประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ชีวิตชีวา
*[แจ้งเตือนระบบหลัก: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดปริศนาจากพื้นที่รอยแยกชั้นที่ 0]*
*[คำเตือน: เอนทิตีระดับภัยพิบัติ [ผู้กล้าสีครามผู้ทรยศ] ได้ทำการรีเซ็ตพิกัดและกำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งของคุณในอีก 10 วินาที]*
เรย์หรี่ตาลงทันที ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง นี่ไม่ใช่บัคธรรมดาและไม่ใช่เหตุการณ์สุ่มในเกม แต่มันคือการ "ตื่นขึ้น" ของบางสิ่งที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ฐานข้อมูลเก่าแก่ที่แม้แต่ผู้สร้างก็ยังหวาดกลัว
และในเสี้ยววินาทีที่หน้าจอนับถอยหลังศูนย์ลง ร่างของใครบางคนในชุดเกราะโบราณสีครามเข้มพร้อมดาบยาวที่อาบไปด้วยโลหิตดิจิทัล ก็ก้าวทะลุผ่านม่านบาเรียมิติออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งสอง...
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ" ในตอนนี้นะครับ*
อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับเจ้าชายไร้บัลลังก์ในโลกเสมือน•ตอนที่ 2
พบเจอนักดาบไร้ชื่อ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับเจ้าชายไร้บัลลังก์ในโลกเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!