"ขยับเพียงนิ้วเดียว เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของท่านจะถูกตัดขาด... ฉินมู่เฉิน เจ้าฉลาดนักเรื่องค่ายกล ทว่าในยามที่คมกระบี่จ่ออยู่ตรงหน้า สติปัญญาเหล่านั้นช่วยเจ้าได้เพียงใด?"
เสียงทุ้มต่ำดุจน้ำแข็งกระทบหินผาดังขึ้นจากเงาร่างเบื้องหลัง ฉินมู่เฉินไม่ได้หันกลับไป แต่เขารับรู้ได้ถึงไอสังหารที่แหลมคมดั่งเข็มพิษที่แทรกซึมผ่านรอยแยกของอากาศ ความเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่ามุมปากของชายหนุ่มกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่หาได้ยากยิ่ง
"วิถีกระบี่ที่ไร้จิตสังหาร... เป็นเพียงขยะที่ชุบตัวด้วยความโอหัง ท่านคิดว่ากระบี่ของท่านรวดเร็วกว่าอักขระที่ข้าฝังไว้ในอากาศรอบตัวท่านงั้นหรือ?"
ฉินมู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ นิ้วชี้ที่กำลังจะดีดเพื่อปลดผนึกอักขระชะงักค้างไว้กลางอากาศ ทันใดนั้น แสงสีครามจางๆ ก็ปรากฏขึ้นรอบกายชายลึกลับราวกับใยแมงมุมที่ไร้ลักษณ์ ทันทีที่ชายผู้นั้นขยับกระบี่เพียงเล็กน้อย สายใยเหล่านั้นกลับสั่นสะท้านและพุ่งเข้าพันธนาการจุดลมปราณของเขาทันที
"อึก... ค่ายกลดักจับในพริบตา!"
ก่อนที่ชายลึกลับจะได้โต้ตอบ พลันมีกระแสพลังเซียนอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านม่านหมอกสีดำมืดมิดเข้ามา สายลมที่หอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวสะอาดตาโหมกระหน่ำปัดเป่าไอสังหารให้สลายไปในคราเดียว
ร่างระหงในชุดพริ้วไหวสีขาวพิสุทธิ์ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าฉินมู่เฉิน นางคือไป๋หลินฮวา ผู้คุมหอตำราเยือกแข็ง ดวงตางดงามคู่นั้นเย็นชาประหนึ่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาไกรลาศ ทว่าในวินาทีที่นางทอดสายตามองฉินมู่เฉิน ความเย็นชานั้นกลับสั่นคลอนด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
"เจ้าถอยไป... มู่เฉิน" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนได้
"หลินฮวา? เหตุใดท่านถึง..." ฉินมู่เฉินขมวดคิ้ว เขาเห็นความผิดปกติในไอพลังของนาง ยามนี้ลมปราณเซียนในกายของไป๋หลินฮวากำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุที่ใกล้ดับสูญ
"ข้าบอกให้เจ้าถอยไป!" นางตวาดเสียงแข็ง ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ไอเย็นจัดก่อตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งกั้นระหว่างเขากับศัตรู
ชายลึกลับแสยะยิ้ม "ไป๋หลินฮวา! เจ้ากล้าสละตบะเซียนพันปีเพื่อปกป้องมดปลวกผู้หนึ่งหรือ? รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เจ้าถูกขับออกจากสำนักและต้องกลายเป็นคนธรรมดาที่ไร้ซึ่งลมปราณไปชั่วชีวิต!"
ไป๋หลินฮวาไม่ตอบโต้ นางหลับตาลงช้าๆ พลันนั้น ร่างกายของนางก็เรืองแสงสีขาวนวลตาออกมาจากภายใน ทรวงอกที่เคยสงบนิ่งกลับสั่นไหวด้วยแรงกระแทกจากพลังที่กำลังถูกดึงออกมาจนถึงขีดสุด นี่คือวิชา 'ถ่ายโอนจิตจุติ' วิชาต้องห้ามที่แลกมาด้วยการดับสูญของดวงดาวในร่างเซียน เพื่อรักษากายสังขารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสของฉินมู่เฉินจากการโดนอักขระย้อนกลับเมื่อครู่
"ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์ของพวกท่าน... ข้าเพียงแค่ไม่อยากเห็นเขาต้องแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา" คำพูดนั้นแผ่วเบาดุจเสียงกระซิบ แต่มันก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของฉินมู่เฉิน
ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างกายของฉินมู่เฉินค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่อ่อนโยนและรุนแรงในคราวเดียวกัน พลังปราณของไป๋หลินฮวาไหลผ่านเข้าสู่เส้นชีพจรของเขา ชดเชยจุดที่เสียหายและขัดเกลาร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นจนถึงระดับที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
ทว่า... ร่างกายของนางกลับทรุดฮวบลง ใบหน้าที่เคยงดงามราวรูปสลักน้ำแข็งกลับซีดเผือดดุจแผ่นกระดาษ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยสละสลวยค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดุจหิมะแรก
"หลินฮวา!" ฉินมู่เฉินตะโกนสุดเสียง ความเย็นชาที่เขาเคยใช้ปกป้องหัวใจมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา เขาพุ่งเข้าไปรับร่างที่กำลังจะร่วงหล่นนั้นไว้ในอ้อมแขน
"ข้า... ไม่เป็นไร... มู่เฉิน" นางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา "ยามนี้... อักขระในร่างเจ้า... หลอมรวมกับพลังของข้าแล้ว... จงใช้วิชาของเจ้า... ทำลาย... เงามืดนี้เสีย..."
ฉินมู่เฉินกอดนางไว้แน่น พลังปราณเซียนที่นางมอบให้กำลังหมุนวนอยู่ในจุดตันเถียนของเขา มันไม่ใช่เพียงพลัง แต่มันคือชีวิต คือความรัก และความเชื่อมั่นที่นางมอบให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไอสังหารที่เย็นยะเยือกกว่าที่เคย
เขาวางร่างนางลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ พลังอักขระรอบกายของเขาไม่ใช่อักขระธรรมดาอีกต่อไป แต่มันถูกเคลือบด้วยแสงสีขาวพิสุทธิ์ของไป๋หลินฮวา
"เจ้า... เจ้าทำให้ข้าโกรธถึงขีดสุดแล้ว" ฉินมู่เฉินเอ่ยเสียงต่ำ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยซ่อนอยู่ในแขนเสื้อปรากฏออกมา มันไม่ได้แผ่รังสีคมกริบ แต่กลับกดดันอากาศรอบข้างให้บิดเบี้ยวจนน่าหวาดหวั่น
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงัดกลับมืดมิดลงฉับพลัน เสียงฟ้าร้องคำรามดังก้องลึกถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ อักขระนับหมื่นลอยขึ้นล้อมรอบร่างของฉินมู่เฉินและชายลึกลับไว้ในค่ายกลพันปีที่ไม่มีใครเคยทำสำเร็จมาก่อน
"ทัณฑ์สวรรค์?" ชายลึกลับเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว "เจ้าล่อฟ้าดินให้ลงทัณฑ์พวกเราทั้งคู่หรือ!"
ฉินมู่เฉินยิ้มที่มุมปาก ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของไป๋หลินฮวาที่กำลังหลับใหลอยู่เบื้องหลัง "ข้าไม่ได้ล่อทัณฑ์สวรรค์... ข้าเพียงแค่สร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะขยี้เจ้าให้แหลกคามือ"
ทว่าในจังหวะที่สายฟ้าฟาดลงมากลางวงล้อม อักขระที่ฉินมู่เฉินใช้ กลับเผยความลับที่น่าตกใจยิ่งกว่า... อักขระแต่ละตัวที่เขาสลักขึ้นบนอากาศ กลับเรียงร้อยเป็นชื่อของ 'อาจารย์' ผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
ฉินมู่เฉินชะงักงัน หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นี่หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเงาร่างที่จ่อกระบี่ที่คอเขา... แท้จริงแล้วคือคนที่เขารักและเคารพที่สุดในชีวิตที่แปรพักตร์ไปแล้ว?
นิยายเรื่องนี้ยังมีความลับอีกมากมายที่รอการเปิดเผย หากท่านอยากทราบว่าชะตากรรมของไป๋หลินฮวาและฉินมู่เฉินจะเป็นเช่นไรต่อไป โปรดติดตามตอนหน้าครับ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพแห่งนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 20
พลังแห่งรักและอักขระ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!