โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนกระดาษยันต์สีชาด เสียงดังราวกับเสียงคำรามของอสนีบาตฟาดลงกลางใจ ยันต์อักขระเก้าสวรรค์ที่ฉินมู่เฉินบรรจงสลักขึ้นด้วยสมาธิอันกล้าแข็ง กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา ไอสังหารพวยพุ่งทะลักออกจากม้วนคัมภีร์โบราณราวกับอสุรกายที่ถูกปลดปล่อยจากขุมนรก
ดวงตาคมกริบของฉินมู่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวปักลายเมฆาไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขารู้ดีว่าวิชา 'นิมิตสวรรค์' ที่แลกมาด้วยการเผาผลาญอายุขัยครึ่งหนึ่งนี้ ไม่มีทางแสดงภาพลวงตาอันไร้สาระ
เบื้องหน้าของเขา ห้วงอากาศบิดเบี้ยวเป็นรอยแยกสีม่วงคล้ำ ภาพเหตุการณ์ในอีกสามเดือนข้างหน้าหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงนิตยสารความคิดของเขาดั่งกระแสน้ำป่าที่ไร้ทำนบกั้น
ยุทธภพ... กำลังจะลุกเป็นไฟ
ในนิมิตนั้น ยอดเขาเซียนทั้งเจ็ดถูกย้อมด้วยโลหิตจนกลว่าเป็นสีแดงฉาน สำนักคุณธรรมทั้งหลายที่เคยอ้างตนว่าเป็นผู้พิทักษ์ความสงบ กลับกลายเป็นซากปรักหักพังที่เกลื่อนกลาดไปด้วยศพไร้หัว จ้าวสำนักเทียนเฉิน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม บัดนี้กลับสวมเกราะโลหิต นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากกระดูกของผู้บำเพ็ญเพียรนับหมื่น มันถือครองกระบี่มารกลืนฟ้า พลังปราณสีดำทมิฬแผ่ขยายปกคลุมทั่วหล้า ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงตะวัน ผู้คนนับล้านล้มตายราวกับใบไม้ร่วง
นี่ไม่ใช่เพียงแค่การแย่งชิงความเป็นใหญ่ แต่มันคือการ "ล้างบาง" สรรพชีวิตเพื่อบรรลุนิพพานแห่งวิถีมารอันบิดเบี้ยว
"อึก..." ฉินมู่เฉินกระอักโลหิตออกมาคำโต ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและราบเรียบมาตลอดกลับซีดเผือดลงถนัดตา ปราณในร่างปั่นป่วนจนเกือบจะธาตุไฟเข้าแทรก
"มู่เฉิน!"
เสียงหวานใสที่เจือด้วยความร้อนรนดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่พุ่งเข้ามาประคองร่างเขาไว้ ไป๋หลินฮวาใช้นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวกดลงที่จุดชีพจรด้านหลังของเขาถ่าย
ถ่ายทอดพลังปราณไอเย็นบริสุทธิ์เพื่อกดขี่พิษโลหิตที่ตีกลับ ไอร้อนจากร่างของฉินมู่เฉินปะทะเข้ากับไอเย็นของนางจนเกิดเป็นกลุ่มควันสีขาวจางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องหนังสือลับ
สัมผัสอันคุ้นเคยและกลิ่นอายดอกเหมยจางๆ จากกายนาง ทำให้จิตใจที่กำลังเคว้งคว้างของฉินมู่เฉินสงบลงอย่างรวดเร็ว เขาลืมตาขึ้น มองสตรีผู้ซึ่งปกติแล้วมักจะสง่างามและเยือกเย็นดั่งเทพเซียนบนหอคอยน้ำแข็ง บัดนี้แววตาคู่สวยกลับฉายแววตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"เจ้าเห็นสิ่งใดในคัมภีร์นั้น?" ไป๋หลินฮวาเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย นางไม่เคยเห็นชายหนุ่มผู้ทะนงตนผู้นี้อยู่ในสภาพย่ำแย่ถึงเพียงนี้มาก่อน
ฉินมู่เฉินไม่ตอบทันที เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะที่แก้มเนียนนุ่มของนางเบาๆ ความอบอุ่นจากผิวเนื้อของนางคือสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ย้ำเตือนเขาว่า โลกใบนี้ยังคงมีสิ่งที่ควรค่าแก่การปกป้อง
"หลินฮวา..." เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาสะท้อนภาพใบหน้าของนางอย่างลึกซึ้ง "หากข้าบอกว่า... อีกสามเดือนข้างหน้า แผ่นดินนี้จะไม่เหลือแม้แต่ที่ซ่อนสำหรับพวกเรา เจ้าจะกลัวหรือไม่?"
ไป๋หลินฮวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรดปราน เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น
"ตั้งแต่ข้าเลือกที่จะยืนเคียงข้างท่านบนเส้นทางนี้ ข้าก็ไม่เคยรู้จักคำว่าหวาดกลัวอีกเลย" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และมั่นคงยิ่งกว่าภูผา "ไม่ว่ายุทธภพจะล่มสลาย หรือฟ้าดินจะพลิกคว่ำ หากท่านต้องการขวางกั้นจ้าวสำนัก ข้าก็จะถือกระบี่เคียงข้างท่าน... สู่ความตายก็มิหวั่น"
หัวใจของฉินมู่เฉินกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้พลังนิมิตสวรรค์มลายหายไปสิ้น เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง สูตรดมกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยชำระล้างจิตใจอันมืดมน
"ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด" ฉินมู่เฉินกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด "จ้าวสำนักคิดจะใช้ชีวิตของคนทั้งยุทธภพเป็นบันไดไต่เต้าสู่ความอมตะ เช่นนั้นข้าก็จะใช้สติปัญญาและค่ายกลทั้งหมดที่มี... ฝังมันลงไปพร้อมกับความทะเยอทะยานของมัน!"
เขายันกายลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกلاดดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก แผนการนับร้อยนับพันถูกจัดเรียงใหม่อย่างเป็นระบบในหัวสมองอันฉลาดเป็นกรดของเขา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นเอง...
*เปรี้ยง!*
เสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงมากลางสำนัก ทั้งที่ท้องฟ้ายามราตรีไร้ซึ่งเมฆฝน แรงระเบิดมหาศาลทำลายค่ายกลป้องกันรอบหอตำราเยือกแข็งจนแหลกละเอียดเป็นจุล ไอสังหารสายหนึ่งที่ทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวแผ่พุ่งเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี
ประตูห้องหนังสือถูกผลักออกด้วยพลังปราณรุนแรง ร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักธรรมะก้าวเข้ามา ชายชราแย้มยิ้มเยือกเย็น ดวงตาส2ข้างเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง พร้อมกับกระบี่ในมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ ของศิษย์เฝหายาม
"ฉินมู่เฉิน... เจ้าแอบค้นคว้าคัมภีร์ต้องห้าม สมควรมีโทษตายสถานเดียว" ผู้อาวุโสสูงสุดหัวเราะลั่น "แต่หากเจ้าส่งม้วนคัมภีร์นิมิตสวรรค์มาให้ข้าแต่โดยดี บางทีข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิต... คนรักของเจ้าสักคน!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพแห่งนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 21
นิมิตแห่งอนาคต
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!