กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 6

แสงดาวในคืนมืดมิด

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้ายังก้าวเท้าซ้ายนำหน้า อาคมดารากลืนนภาบทนี้จะสะท้อนเข้าใส่ชีพจรหัวใจของเจ้าเอง... คุณหนูไป๋" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงพายุหิมะที่โหมกระหน่ำหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี นัยน์ตาของฉินมู่เฉินสะท้อนแสงเรืองรองสีครามจากปลายพู่กันโลหิตที่เขากำลังจรดลงบนแผ่นศิลาจารึกโบราณ เลือดใน1หยดที่หยดลงไปบนอักขระไม่ได้ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ทว่ากลับแผ่ไอความร้อนระอุราวกับลาวาใต้พิภพที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ย่างกรายเข้ามา ไป๋หลินฮวาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามค่ายกลวงแหวนที่สาม นางเม้มริมฝีปากบางเฉียบจนซีดขาว ความเย็นยะเยือกของหิมะพันธนาการอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางจนแข็งกระ้าง แต่ความหนาวเหน็บภายนอกมิอาจเทียบเท่าความตึงเครียดภายในหอตำราเยือกแข็งแห่งนี้ได้ ในยามนี้ รอบกายของพวกเขาทั้งสองถูกปิดตายด้วยค่ายกลผนึกสวรรค์ที่พวกมัน—เหล่าผู้อาวุโสทรยศแห่งสำนักกระบี่เมฆา—จงใจสร้างขึ้นเพื่อฝังกลบพวกเขาทั้งเป็น นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ฉินมู่เฉิน ในยามนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นดั่งหินผาและความทะนงตนอันไร้ขอบเขตที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา แม้กระบี่ในฝักของเขาจะยังไม่ถูกชักออกมาแม้แต่เพียงครึ่งนิ้ว ทว่ารัศมีแห่งวิถีกระบี่ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกลับคมกริบเสียจนอากาศรอบกายแตกออกเป็นรอยร้าวเล็กๆ "ข้าไม่ได้หวาดกลัวความตาย... ข้าเพียงแต่เสียดายที่ตำราวิชาเซียนนับหมื่นเล่มต้องถูกฝังกลบไปพร้อมกับความโลภของพวกมัน" ไป๋หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาที่ทอดมองแผ่นหลังนั้นกลับซ่อนความห่วงใยที่นางไม่เคยหยิบยื่นให้ผู้ใดมาก่อนในรอบร้อยปี "ความตายเป็นเพียงสัจธรรมของการบำเพ็ญเพียร แต่การตายอย่างไร้ค่า... ข้า ฉินมู่เฉิน ย่อมไม่อนุญาตให้มันเกิดขึ้นในสถานที่ที่ข้าเหยียบย่ำ" ฉินมู่เฉินสะบัดข้อมือวาบ อักขระสีทองนับพันตัวพรั่งพรูออกจากปลายพู่กันราวกับฝูงผีเสื้อเพลิง พุ่งเข้าประสานกับผนังน้ำแข็งรอบด้านจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลป้องกันถูกกางขึ้นต้านทานแรงกดดันจากพายุหิมะด้านนอกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า นี่ไม่ใช่พายุธรรมชาติ หากแต่เป็น "ค่ายกลเพลิงอัสนีกลืนวิญญาณ" ที่ถูกชักนำโดยยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ *เปรี้ยง!* เสาอัสนีสีดำสนิทผ่าทะลุหลังคากระเบื้องเคลือบของหอตำราลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี แรงระเบิดมหาศาลซัดเอาชั้นหนังสือโบราณปลิวว่อนเป็นจุล ไป๋หลินฮวาเบิกตากว้าง พลังปราณเยือกแข็งในร่างถูกขับออกมาเป็นโล่โปร่งแสงโดยสัญชาตญาณ ทว่าแรงกระแทกนั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่นางในยามบาดเจ็บจะรับไหว ร่างระหงเซถลา กระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต หยดลงบนพื้นน้ำแข็งจนกลายเป็นดอกเหมียวแดงฉาน "ระวัง!" ฉินมู่เฉินพุ่งเข้ามาประคองร่างของนางไว้ด้วยมือข้างเดียว อีกมือหนึ่งดีดนิ้วกลางอากาศ อักขระยันต์แปดทิศหมุนวนรับสายฟ้าสายที่สองที่ตามมาติดๆ แรงปะทะทำให้แขนเสื้อของเขาขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ครั้งก่อนที่ยังไม่จางหาย ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน นางเซียนผู้สูงส่ง เย็นชา และไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา ลมหายใจของนางติดขัด ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษความเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจร "เจ้า... เหตุใดจึงต้องเอาตัวมารับความเสี่ยงเพื่อสตรีเยี่ยงข้า สำนักของข้าทรยศเจ้า เจ้าควรจะหลบหนีไปตั้งแต่แรก" ไป๋หลินฮวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาคู่งามฉายแววสับสนระคนซาบซึ้ง นางเป็นผู้ดูแลหอตำรา ผู้รักษาธรรมเนียมอันเคร่งครัด แต่วันนี้ ชีวิตของนางกลับต้องฝากไว้ในมือของชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ฉินมู่เฉินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาของเขายังคงจ้องมองไปยังเงาร่างลึกลับที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุหิมะบนยอดเขาเบื้องนอก "สำนักกระบี่เมฆาเนรคุณต่อเต๋า ทรยศต่อคุณธรรม ข้าฉินมู่เฉินหาได้สนใจความแค้นของพวกมันไม่... แต่ไป๋หลินฮวา เจ้ามิใช่คนของสำนักนั้นในความหมายของข้า" คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของนางเซียนสาว ไป๋หลินฮวานิ่งอึ้ง หัวใจที่เต้นช้าลงตามวิถีเซียนกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาที่แนบอยู่บริเวณแผ่นหลังเพื่อถ่าย1ทอดพลังปราณค้ำจุนนาง "พวกมันมาแล้ว..." ฉินมู่เฉินเอ่ยเสียงต่ำ เบื้องหน้าม่านพายุหิมะ เงาร่างสามร่างปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตมหาอำนาจ ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาถือกระบี่หิมะโลหิต ก้าวเท้าเดินผ่านค่ายกลเข้ามาทีละก้าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าชราภาพ "ฉินมู่เฉิน เจ้าหนูอวดดี เจ้าคิดว่าค่ายกลกระดาษของเจ้าจะปกป้องพวกเจ้าได้รึ? วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!" ฉินมู่เฉินค่อยๆ วางร่างของไป๋หลินฮวาพิงไว้กับชั้นหนังสือที่ยังเหลือรอด เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามฝักกระบี่ที่ทำจากไม้จันทน์ดำ ท่วงท่าช้าๆ นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองดูฝูงมดปลวกที่กำลังจะเข้ามาตาย "เจ้าแก่ชราผู้นั้น..." ฉินมู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัว "วิถีกระบี่ของเจ้าฝึกฝนมาสามร้อยปี แต่จิตใจกลับสกปรกโสมมยิ่งกว่าเด็กอมมือ... วันนี้ ข้าจะสอนเจ้าเองว่า กระบี่ที่แท้จริง... เขาใช้สมองฟาดฟัน หรือใช้ความโง่เขลาตัดหัวตัวเอง" สิ้นเสียงคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง อักขระนับหมื่นตัวที่ฉินมู่เฉินสลักไว้บนพื้นศิลาเมื่อครู่ก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน ทอประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวนับล้านดวงในคืนมืดมิด กล กลุ่มอักขระดาราเหล่านั้นหมุนวนเป็นค่ายกลยักษ์ครอบ 1 ลี้รอบหอตำรา สะท้อนแสงเงาของพายุหิมะให้กลายเป็นม่านกระบี่นับแสนเล่มที่ชี้ตรงไปยังผู้อาวุโสทั้งสาม ผู้อาวุโสใหญ่หน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองต่างหากที่เดินเข้ามาในกรงขังที่ฉินมู่เฉินเตรียมไว้ต้อนรับตั้งแต่แรก! *ฉับพลัน!* นิ้วมือเรียวยาวของฉินมู่เฉินขยับเพียงเล็กน้อย เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่ก็ดังขึ้น พร้อมกับคมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ถูกชักออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้วเต็ม... ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%