"ปัง!"
เสียงระเบิดของแก่นพลังปราณดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นหินศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน บรรยากาศ ณ ลานพิธีร้อยกระบี่เวลานี้ถูกกดทับด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก เงาร่างของฉินมู่เฉินยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ทะนงตน ดั่งยอดเขาไท่ซานที่ไม่เคยโน้มเอียงให้แก่พายุหมุน ในมือของเขามีกระดาษยันต์สีชาดเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่ง ซึ่งปรากฏอักขระโบราณเรืองแสงสีทองอร่ามสว่างวาบตัดกับความมืดมิดของยามสนธยา
เบื้องหน้าของเขาคือ 'เฉินเทียนอวี้' ผู้คุมกฎแห่งสำนักกระบี่นภาผู้เหี้ยมโหด ใบหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองเด็กหนุ่มที่มันเคยคิดว่าเป็นเพียงมดปลวกด้วยความหวาดระแวงระคนไม่อยากเชื่อสายตา
"เจ้า... เจ้าใช้กลอุบายสกปรกอันใดกัน ฉินมู่เฉิน!" เฉินเทียนอวี้คำรามเสียงต่ำ ลมปราณแท้จริงขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างจนเสื้อคลุมสีครามโบกสะบัดอย่างรุนแรง กระบี่ในมือสั่นระริกส่งเสียง "กริ๊ง" ราวกับกระหายเลือด
ฉินมู่เฉินเหลือบสายตาคมกริบมองผู้คุมกฎรุ่นพี่ มุมปากหยักยิ้มบางเบาด้วยความเย้ยหยัน เยือกเย็น และห่างเหิน
"กลอุบายงั้นหรือ?" น้ำเสียงของฉินมู่เฉินทุ้มนุ่ม ทว่ากังวานและทรงอำนาจจนสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา "ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้ที่อ่อนแอด้วยปัญญาเท่านั้นที่มักเรียกสติปัญญาของผู้อื่นว่าเล่ห์กล คนโง่เขลามักใช้กำลังเข้าห้ำหั่น ส่วนผู้มีปัญญา... ใช้เพียงปลายนิ้วพลิกฟ้าดินได้"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้ฟังราวกับคมกระบี่ เฉินเทียนอวี้บันดาลโทสะจนแทบกระอักเลือด พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นสีฟ้าคราม มันตวัดกระบี่ในมือวาดเป็นรูปจันทร์เสี้ยว พลังกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่าอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพฉินมู่เฉินในกระบวนท่าเดียว
ฉินมู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง สายตาของเขาจับจ้องวิถีของกระบี่ด้วยความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ เงาร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายก็ปรากฏขึ้นที่ระเบียงหอตำราเบื้องบน
ไป๋หลินฮวา นางเซียนผู้เย็นชาและสูงส่ง ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวดั่งลำหยกกำชายเสื้อแน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด แม้นางจะเชื่อมั่นในสติปัญญาของชายหนุ่มผู้นี้เพียงใด แต่คู่ต่อสู้คือผู้คุมกฎอาวุโสที่มีพลังเหนือกว่าถึงสองขั้นใหญ่ การใช้เพียงยันต์กระดาษแผ่นเดียวจะต้านทานพายุคมกระบี่นี้ได้อย่างไร?
*ระวังตัวด้วย... มู่เฉิน* เสียงทอดถอนหายใจแผ่วเบาดั่งสายลมผ่านหิมะดังขึ้นในจิตสำนึกของนาง
ทว่า ฉินมู่เฉินหาได้หวั่นไหวไม่ ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะถึงตัว นิ้วเรียวยาวของเขาก็สะบัดยันต์สีชาดในมือออกไปเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ
"อักขระโบราณ... เบิกเนตรมังกร!"
*ฟรึบ!*
ยันต์กระดาษแผ่นบางลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองเจิดจ้ากลางอากาศ พริบตานั้นเอง อากาศรอบกายก็บิดเบี้ยวกลายเป็นค่ายกลมังกรเพลิงเก้าตัวที่คำรามก้องฟ้า เสียงคำรามสะท้อนดังก้องไปถึงสวรรค์ ชั้นพลังปราณอัคคีอันร้อนแรงแผดเผาจนหิมะที่โปรยปรายรอบหอตำราละลายกลายเป็นไอหมอกพวยพุ่ง
มังกรเพลิงอักขระพุ่งทะยานเข้าปะทะกับคมกระบี่ไร้ลักษณ์ของเฉินเทียนอวี้อย่างดุเดือด ไม่มีการปะทะกันด้วยพละกำลังดิบเถื่อน หากแต่เป็นการกัดเซาะและทำลายโครงสร้างพลังปราณด้วยหลักแห่งเต๋าและค่ายกลยันต์!
*ตูมมมม!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะกระจายออกเป็นวงกว้าง พื้นหินแกรนิตรอบบริเวณแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง เฉินเทียนอวี้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าวิชากระบี่ของตนถูกมังกรเพลิงกลืนกินเข้าไปทีละน้อย ความร้อนระอุทะลุทะลวงทะยานเข้าสู่จุดชีพจรจนลมปราณตีกลับ
"อ๊ากกก!"
ผู้คุมกฎสำนักใหญ่กระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินศิลาอย่างแรงจนกระดูกซี่โครงหักสะบั้น กระบี่ในมือร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงดังเคร้ง กระแสลมสงบลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงควันจางๆ และกลิ่นอายความน่าเกรงขามที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง ทุกสายตาต่างมองชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพังด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ชนะด้วยสมอง ไม่ใช่กำลัง... นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของอัจฉริยะแห่งค่ายกลยันต์
ฉินมู่เฉินปัดฝุ่นตามอาภรณ์เล็กน้อยด้วยกิริยาสุภาพเรียบร้อย ราวกับเพิ่งเดินชมสวนดอกไม้มา ไม่ใช่เพิ่งเอาชนะยอดฝีมือแห่งสำนักใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับนางเซียนบนระเบียงหอตำราที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริก ปราศจากความเย็นชา หลงเหลือเพียงความลึกซึ้งที่อ่านออกได้ยากยิ่ง
ไป๋หลินฮวาลอบผ่อนลมหายใจยาวนาน ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับไว้ภายใต้กฎระเบียบอันเคร่งครัดของสำนัก บัดนี้กลับเอ่อล้นทะลักออกมาจนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ นางขยับกายเตรียมจะทะยานลงมาหาเขา
ทว่า... ก่อนที่ปลายเท้าของนางจะสัมผัสพื้นหิน ลมปราณสายหนึ่งซึ่งทรงพลัง กดดัน และชั่วร้ายอย่างไร้ที่ติ ก็พุ่งตรงมาจากท้องนภายามราตรีอย่างไร้ซุ่มเสียง!
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นบนยอดกระถางธูปสำนักอย่างลึกลับ ปราณกระบี่สีดำทมิฬพุ่งเป้าตรงเข้าสู่กลางหลังของฉินมู่เฉินในระยะประชิด โดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัวแม้แต่ผู้เดียว!
"ระวัง!" ไป๋หลินฮวาอุทานลั่นด้วยความตกใจ ขีดจำกัดความเยือกเย็นของนางพังทลายลงในพริบตา
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเต๋าและกระบี่นี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 5
ยันต์มังกรพ่นไฟ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!