"ศิษย์พี่ไป๋... ท่านคิดว่า 'ความยุติธรรม' ของสำนักกระบี่เมฆาพสุธา กับซากศพของผู้อำนวยการค่ายกลในมือข้า สิ่งใดมีน้ำหนักมากกว่ากันเล่า?"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ของฉินมู่เฉินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในคลังยันต์อักขระชั้นเก้า อากาศรอบกายพลันหนาแน่นขึ้นจนแทบกลายเป็นของเหลว เมื่อแผ่นยันต์สีทองนับร้อยแผ่นลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ วาดลวดลายเป็นค่ายกลดาราปิดผนึกปริภูมิโดยรอบไว้ทั้งหมด ไม่ให้เสียงหรือกลิ่นอายใดเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอกได้แม้แต่น้อย
ไป๋หลินฮวายืนนิ่งงัน ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมยกลางเหมันตฤดูสะท้านไหวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมดั่งหงส์มองร่างของชายหนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านสันดั้ง และคราบโลหิตแห้งกรังบนอาภรณ์สีเข้ม มือเรียวยาวที่ถือคัมภีร์หยกโบราณสั่นเทาจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ นางเป็นถึงเซียนผู้คุมหอตำราเยือกแข็ง ผู้ได้รับการยกย่องว่าไร้ความรู้สึกและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ของสำนักเหนือสิ่งอื่นใด ทว่าในยามนี้ หัวใจที่เคยเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปีกลับถูกค้อนเหล็กแห่งความจริงกระหน่ำจนแตกร้าว
บนพื้นเบื้องหน้าของฉินมู่เฉิน ไม่ใช่เพียงแค่ศพของผู้อำนวยการค่ายกลผู้ฉ้อฉล แต่คือ 'บัญชีลับมโลธรรม'—บันทึกหนังมนุษย์ที่จารึกรายชื่อผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เมฆาพสุธา ที่แอบลักลอบสังหารผู้ฝึกตนอิสระเพื่อแย่งชิงผลึกปราณ และโยนความผิดให้เหล่ามารสวรรค์มาเป็นเวลาหลายร้อยปี สิ่งที่ฉินมู่เฉินกำลังแบกรับอยู่ มิใช่แค่ความแค้นส่วนตัวของบุตรชายตระกูลที่ถูกทำลายล้าง หากแต่เป็นความเน่าเฟะทั้งระบบของสำนักอันยิ่งใหญ่ที่นางอุทิศตนรับใช้มาทั้งชีวิต
"เจ้า... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดสิ่งใดอยู่" ไป๋หลินฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ แต่มันกลับสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด "สำนักของเราคือเสาหลักแห่งความถูกต้องในยุทธภพ บันทึกแผ่นนี้... อาจเป็นของปลอมที่มารสวรรค์ทำขึ้นเพื่อบ่อนทำลายศรัทธาของเรา"
ฉินมู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและระบบคุณธรรมจอมปลอม เขาส,ะบัดข้อมือเบาๆ แผ่นยันต์อักขระสีทองพลันเปล่งแสงเจิดจ้า ฉายภาพความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ด้วยวิชาจิตวิญญาณขึ้นกลางอากาศ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนปรากฏชัดเจน เป็นภาพที่เจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสร่วมมือกันทรบตระกูลฉิน เพื่อแย่งชิง 'ค่ายกลบรรพกาลไร้ลักษณ์' ก่อนจะฆ่าล้างบางทุกคนอย่างเลือดเย็น แม้แต่เด็กแบเบาะก็ไม่เว้น
ภาพสะท้อนในดวงตาของไป๋หลินฮวาสั่นไหวอย่างรุนแรง นางเห็นความจริง... ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันงดงามและทรงคุณธรรมของสำนักที่นางเคารพรัก นางรู้สึกราวกับลมหายใจถูกกระชากออกจากร่าง ความศรัทธาที่นางยึดมั่นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดจนพังครืน
"เจ้าสำนัก..." ไป๋หลินฮวาพึมพำชื่อนั้นด้วยริมฝีปากซีดเผือด นางหันมามองฉินมู่เฉิน แววตาที่เคยห่างเหินและเย็นชาบัดนี้เจือปนไปด้วยความรู้สึกผิด ความสงสาร และความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย
"ใช่... อาจารย์ของเจ้า หรือก็คือผู้ที่สั่งสังหารคนในครอบครัวของข้าจนหมดสิ้น" ฉินมู่เฉินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่ายหญิงไม่ได้ถอยหนี กลิ่นอายปราณกระบี่อันคมกราบที่แผ่ออกมาจากตัวนางอ่อนลงจนแทบสูญสิ้น "เจ้ายังจะบอกว่านี่คือความยุติธรรมอีกหรือไม่? หลินฮวา เจ้าเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณสูงสุดในหอตำรานี้ เหตุใดจึงยังหลับตาข้างหนึ่งให้กับความโสมมเบื้องหน้า?"
คำถามนั้นดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของนาง ไป๋หลินฮวารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ นางไม่เคยตั้งคำถามต่อคำสั่งของสำนัก ไม่เคยสงสัยในความถูกต้องของวิถีเซียนที่นางเดินมาตลอด เพราะหน้าที่คือกรอบที่กักขังวิญญาณของนางไว้ ทว่าในยามนี้ เมื่อนางได้เห็นร่องรอยบาดแผลนับร้อยบนแผ่นหลังของฉินมู่เฉิน—ร่องรอยที่เกิดจากการใช้ร่างกายรับทัณฑ์สวรรค์แทนคัมภีร์ที่นางปกป้อง—นางก็ตระหนักได้ทันทีว่า บุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'มาร' ผู้นี้ กลับแบกรับความยุติธรรมที่แท้จริงไว้บนบ่าเพียงลำพัง
"ข้า..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำตาสายหนึ่งไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย หยดลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ สะท้อนแสงวับวามจากค่ายกลรอบกาย "ข้า... ควรทำเช่นไร?"
ฉินมู่เฉินหยุดยืนตรงหน้า นางเซียนผู้สูงศักดิ์ กลิ่นอายความเย็นชาของนางถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่น่าทะนุถอด
เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่แก้มเนียนเพื่อปาดคราบน้ำตาออกอย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและสวนทางกับฉายา 'จอมมารยันต์อักขระ' ที่ชาวยุทธภพหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง
"เจ้าไม่ต้องทำสิ่งใดเพื่อข้า..." ฉินมู่เฉินกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว "เพียงแค่ยืนเคียงข้างข้า... ในวันที่ข้าชำระล้างสำนักนี้ให้สิ้นซากก็พอ"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังถักทอความลึกซึ้งทางจิตวิญญาณเข้าหากันนั้นเอง พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็ระเบิดขึ้นจากเบื้องล่าง!
*ตูมมมม!*
ประตูหินหนาหมื่นชั่งของหอตำราเยือกแข็งถูกกระแทกจนแหลละเอียดเป็นจุล แรงระเบิดมหาศาลกวาดเอาชั้นหนังสือกระเด็นลอยเคว้งกลางอากาศ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
"ฮ่าๆๆๆ! ไป๋หลินฮวา ศิษย์ทรยศ! เจ้ากล้าสมรู้ร่วมคิดกับไอ้สารเลวฉินมู่เฉิน เพื่อขโมยบัญชีลับสำนักกระบี่เมฆาพสุธาอย่างนั้นหรือ!"
เสียงตวาดก้องพร้อมด้วยกระบี่พญามารเล่มมหึมาที่พุ่งทะลวงผ่านค่ายกลดาราเข้ามาอย่างดุร้าย ปราณกระบี่สีดำทมิฬพุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของฉินมู่เฉินและไป๋หลินฮวาในเสี้ยววินาทีเป็นตายเท่ากัน!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเต๋าและกระบี่นี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 4
รอยร้าวในศรัทธา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!