"วิชากระบี่โบราณของสำนักกระบี่สวรรค์ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงกระบวนท่าที่จำกัดตัวเองไว้ในกรอบของฟ้าดิน... น่าสมเพชยิ่งนัก"
ซูเจี้ยนจือไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่ในมือของฉินมู่เฉิน ลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผง จ้าวสำนักผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุทธภพพ่นลมหายใจออกทางจมูก เสียงนั้นคล้ายสายฟ้าคำรามในฤดูแล้ง บีบเค้นหัวใจของผู้อำนาจและศิษย์นับร้อยที่รายล้อมลานประลองให้แทบหยุดเต้น
ฉินมู่เฉินไม่ได้โกรธเคือง รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกราวมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง เขากำด้ามกระบี่ในมือมั่น ปราณกระบี่ไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างโง่เขลา หากแต่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในเส้นชีพจรทั้งหมด นี่คือวิถีแห่งผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้สมองเหนือพละกำลัง
"กรอบของฟ้าดินหรือ? ผิดแล้วท่านจ้าวสำนัก..." ฉินมู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตวิญญาณ "ข้าไม่เคยอยู่ในกรอบ... ข้าคือผู้สร้างคุกขึ้นมาขังพวกท่านต่างหาก"
สิ้นคำ มือซ้ายของเขาสะบัดออก ยันต์อักขระสีทองนับร้อยแผ่นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับฝูงดาวตกที่พุ่งย้อนศร มันไม่ใช่ยันต์อักขระธรรมดา ทว่าเปี่ยมไปด้วยกลไกค่ายกลโบราณที่เขาใช้เวลาสะสมและปรับแต่งมาตลอดทางเดินแห่งการแก้แค้น แสงสีทองสว่างวาบทับซ้อนกันจนกลายเป็นม่านพลังรูปทรงแปดเหลี่ยม ครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยลี้ในพริบตา
ซูเจี้ยนจือหรี่ตาลงวูบ ความเย่อหยิ่งในแววตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความระแวง ชั่วชีวิตของเขาผ่านการประลองมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพบเจอผู้ใดที่ใช้อักขระมาผนวกเข้ากับวิถีกระบี่ได้อย่างไร้รอยต่อเช่นนี้
"อักขระเดجارดแปลงงั้นหรือ? คิดว่าของเล่นเด็กพวกนี้จะสะกัดกั้นกระบี่สังหารเซียนของข้าได้หรือไร!"
ซูเจี้ยนจือคำรามลั่น ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีเงินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังปราณกระบี่พุ่งทะลวงผ่านม่านเมฆจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่ายลงมา กดทับจนเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่สวรรค์ต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นี่คือกระบี่ที่แท้จริง กระบี่ที่สามารถตัดขาดแม้กระทั่งความตาย!
ทว่า... ฉินมู่เฉินไม่หลบหนี
ที่เบื้องหลังของเขา ไป๋หลินฮวายืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางลมหนาว นางเซียนผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกผู้คุมหอตำราเยือกแข็ง ในยามนี้แววตาคู่สวยกลับสะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า นางไม่ได้เอ่ยปากห้าม ไม่ได้แสดงความหวาดกลัว มีเพียงพลังปราณเยือกแข็งบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างเพื่อสนับสนุนเส้นทางปราณของฉินมู่เฉินอย่างเงียบเชียบ นี่คือความเชื่อใจ... ความเชื่อใจที่นางมอบให้บุรุษผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินผู้นี้เพียงคนเดียว
"รวมศูนย์อักขระ... ปลดปล่อย!"
ฉินมู่เฉินสะบัดมือขวา ค่ายกลแปดทิศหมุนวนด้วยความเร็วสูง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ยันต์อักขระนับพันแผ่นแปรสภาพเป็นโซ่ตรวนแสงสีทอง พุ่งเข้าพันธนาการร่างของซูเจี้ยนจือกลางอากาศทันที
*ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!*
โซ่ตรวนอักขระไม่ได้มุ่งเน้นการทำลายล้างทางกายภาพ แต่มันพุ่งเข้ากัดกินและปิดกั้นจุดชีพจรทั่วร่างของจ้าวสำนัก ซูเจี้ยนจือที่กำลังจะแทงกระบี่ลงมาถึงกับชะงักกึก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อพบว่าพลังปราณในตันtianของตนถูกผนึกไว้ถึงเจ็ดส่วน!
"บ้าน่า! วิชาค่ายกลบ้าอะไรกัน ทำไมถึงสามารถแทรกซึมผ่านเกราะปราณคุ้มกายของข้าได้!" ซูเจี้ยนจือคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าอาบด้วยเหงื่อกาฬ
"ท่านใช้กระบี่เพื่อฆ่าคน แต่ข้าใช้อักขระเพื่ออ่านกฎเกณฑ์" ฉินมู่เฉินก้าวเท้าเดินไปข้างหนาหนึ่งก้าว ทุกย่างก้าวราวก้าวเหยียบอยู่บนหัวใจของคู่ต่อสู้ "ในสายตาของข้า จุดอ่อนของวิชากระบี่โบราณสำนักท่านมีอยู่สามพันหกร้อยจุด ท่านภูมิใจกับกระบวนท่าที่สามพันห้าร้อยเก้าสิบแปดกระบวนท่าของท่านนักหรือ? น่าเสียดาย... ที่ช่องโหว่อยู่ตรงหัวใจของท่านเอง"
ซูเจี้ยนจือเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อก้าวสุดท้ายของฉินมู่เฉินหยุดลงตรงหน้าเขาพอดี ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของเด็กหนุ่มไม่ได้จ่อไปที่คอหรือหัวใจ ทว่ามันจ่ออยู่ที่จุดตันtian—แหล่งกำเนิดพลังทั้งหมดของจ้าวสำนัก
บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบลงชั่วขณะ ลมหายใจของทุกคนถูกตรึงไว้กับภาพตรงหน้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ
ไป๋หลินฮวาขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย แขนเสื้อสีขาวพลิ้วไหวตามสายลมหนาว นางมองแผ่นหลังของฉินมู่เฉินด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย ความเย่อหยิ่งของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ถูกสยบลงด้วยสติปัญญาและยันต์อักขระอันล้ำเลิศ
ซูเจี้ยนจือหอบหายใจหนักหน่วง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากที่เปื้อนเลือด "เจ้าคิดว่าจะชนะข้าได้จริงๆ งั้นหรือ?... เด็กน้อย เจ้ายังอ่อนต่อโลกนัก..."
ทันใดนั้น ดวงตาของซูเจี้ยนจือก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ร่างกายของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังมารที่ถูกซ่อนไว้ใต้สำนักธรรมะมานานนับร้อยปี! แรงระเบิดของปราณมารสีดำทะลักออกมาทำลายค่ายกลแปดทิศจนแหลกสลายในพริบตา เศษยันต์อักขระปลิวว่อนกลางอากาศ!
ฉินมู่เฉินหรี่ตาลง ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสบตากับไป๋หลินฮวาเพียงเสี้ยววินาที นางเซียนสาวพยักหน้ารับรู้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ
*เปรี้ยง!*
ท้องฟ้าเหนือลานประลองจู่ๆ ก็มืดครึ้มลง เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ ท่ามกลางวิกฤตอันตรายถึงชีวิตที่กำลังจะพลิกผัน ฉินมู่เฉินกลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างท้าทาย พร้อมกับกระบี่ในมือที่ค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักช้าๆ อย่างทรงพลัง...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมรสุมยุทธภพมากับผมนะครับ หมึกทองคำข้ามภพสัญญาว่าจะนำทุกท่านไปสู่บทสรุปที่ไม่มีวันลืมเลือนในตอนหน้าครับผม
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 25
ปะทะจ้าวสำนัก
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!