กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 27

จุดแตกหัก

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"แก่นแท้ของค่ายกล... มิใช่การกักขังพลัง หากเป็นการเข้าใจความว่างเปล่าที่ห่อหุ้มมันไว้" เสียงทุ้มต่ำของฉินมู่เฉินดังก้องกังวานท่ามกลางความมืดมิดของห้วงมิติที่บิดเบี้ยว ร่างในชุดคลุมสีหมึกของเขาไม่ได้สั่นเทาแม้แต่น้อย แม้เบื้องหน้าจะคือม่านพลังโบราณ "ค่ายกลกักขังโลก" ค่ายกลระดับบรรพกาลที่สามารถบดขยี้เซียนผู้บรรลุวิถีให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตา ปลายเรียมนิ้วของเขากรีดกรายกลางอากาศ วาดอักขระทองคำเก้าสิบเก้าตัวที่หลอมรวมจากโลหิตและจิตวิญญาณ อักษรแต่ละตัวเปล่งประกายเจิดจ้าเสียดแทงความมืดมิด ราวกับดวงดาวนับอนันต์ที่กำลังร่วงหล่นลงมาเผาผลาญความโสมมของยุทธภพ ณ เบื้องหลังเขา ห่างออกไปสามสุสานกระบี่ ไป๋หลินฮวา ยืนสง่างามดั่งเทพเซียนผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางต้องสายลมปราณโบราณจนปลิวไสว ใบหน้างามล้ำเลิศที่มักจะเยียบเย็นและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเจือด้วยร่องรอยแห่งความกังวลอย่างปิดไม่มิด ดวงตาสงบนิ่งคู่นั้นสะท้อนภาพแผ่นหลังของบุรุษผู้ทะนงตนผู้นั้น—บุรุษผู้แบกรับความอยุติธรรมของโลกหล้าไว้บนบ่าเพียงลำพัง "มู่เฉิน... มันอันตรายเกินไป" เสียงของนางเอ่ยแผ่วเบา ไพเราะดั่งเสียงหยกกระทบกัน แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นตลอดหลายร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร ฉินมู่เฉินไม่หันกลับไปมอง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างจางเบา "หลินฮวา บนเส้นทางฝืนลิขิตฟ้าดินนี้ มีสิ่งใดบ้างที่ไม่,อันตราย สำนักธรรมะที่เจ้าสังกัดขับไล่ข้า ผู้คนในยุทธภพตราหน้าว่าข้าคือมารร้าย... หากข้าไม่ทำลายโซ่ตรวนนี้ด้วยสองมือตนเอง วันหน้าพวกเราก็คงเป็นได้เพียงหุ่นเชิดในกำมือของพวกมัน" สิ้นคำกล่าว ร่างของฉินมู่เฉินก็พุ่งทะยานเข้าหาม่านพลังสีนิลกาฬทันที! *เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ค่ายกลกักขังโลกแผ่ซ่านไอสังหารสีดำทมิฬออกมาต้านทาน อักขระทองคำที่ฉินมู่เฉินโปรยปรายลงไปปะทะเข้ากับโครงสร้างหลักของค่ายกลเกิดเป็นประกายไฟสีม่วงพุ่งทะยานเสียดฟ้า แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หินผารอบด้านแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา นี่คือการปะทะกันระหว่างปัญญาแห่งยถากรรมกับพลังอันเกรียงไกรของยุคโบราณ ฉินมู่เฉินกัดฟันแน่น กระแสโลหิตอุ่นๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แรงสะท้อนกลับของค่ายกลกำลังฉีกกระชากเส้นชีพจรและอวัยวะภายในของเขาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของค่ายกลนี้อยู่ที่ใด—ศูนย์กลางความสมดุลที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานศิลาเก้าสวรรค์ "แตกซะ!" เขาคำรามลั่นในลำคอ พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อสุดแรงเกิด อักขระตัวสุดท้ายพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดตายของค่ายกลราวกับดาวตกผ่าความมืด *โครมคราม—!* เสียงคำรามสุดท้ายดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ม่านพลังสีนิลกาฬที่ตั้งตระหง่านมานับหมื่นปีค่อยๆ เกิดรอยร้าวขึ้น จากนั้นจึงขยายวงกว้างออกไปราวกับใยแมงมุม ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองและสีดำที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะโปรดปราน ในวินาทีนั้นเอง... พลังงานมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ค่ายกลก็ทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก! กระแสปราณโบราณอันบริสุทธิ์แต่ดุดันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา เปลี่ยนเมฆฝนสีเทาให้กลายเป็นทะเลเพลิงสีคราม อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นสุญญากาศขนาดใหญ่ แรงระเบิดทางจิตวิญญาณแผ่ขยายออกไปไกลนับร้อยลี้ ทำให้ยอดฝีมือสำนักต่างๆ ที่ซุ่มอยู่โดยรอบต่างต้องกระอักเลือดออกมาพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนก ฉินมู่เฉินถูกคลื่นพลังมหาศาลซัดกระเด็นถอยหลัง ร่างของเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ทว่าไป๋หลินฮวาเร็วกว่า นางพุ่งตัวเข้ามาโอบอุ้มนายเหนือหัวแห่งดวงใจไว้ในอ้อมแขนได้อย่างทันท่วงที ปราณเซียนบริสุทธิ์ของนางแผ่ซ่านออกไปเพื่อช่วยสกัดกั้นแรงกระแทกที่เหลืออยู่ "เจ้า... โง่เขลายิ่งนัก" ไป๋หลินฮวาเอ่ยเสียงสั่นระริก ดวงตาคู่สวยคลอด้วยหยาดน้ำใส แม้นางจะเป็นเซียนผู้สูงส่ง แต่ในยามนี้ นางเป็นเพียงสตรีผู้หวาดกลัวการสูญเสียบุรุษผู้นี้ไป ฉินมู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด เขายกมือขึ้นเช็ดคราบโลหิตที่มุมปาก ก่อนจะมองไปยังทิศทางใจกลางพลังงานที่กำลังหมุนวน "ข้าไม่โง่หรอกหลินฮวา..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่หนักแน่น "เพราะข้าเดิมพันด้วยชีวิต... และข้าก็ชนะแล้ว" พลังงานที่ทะลักออกมามิได้ทำลายล้าง แต่กำลังหลอมรวมเข้ากับร่างของฉินมู่เฉิน ขอบเขตพลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดจากขอบเขตบรรลุสู่ขั้นมหาเซียนบรรพกาล ไอพลังกดดันระดับที่ฟ้าดินต้องสั่นสะท้านแผ่ออกมาจากร่างของเขา ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังโล่งใจกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ ทันใดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันมืดสนิทลงในพริบตา เมฆทมิฬหนาทึบรวมตัวกันเป็นรูปเกลียวคลื่นขนาดมหึมา สายฟ้าสีเลือดเก้าสายผ่าลงมาบรรจบกัน ณ จุดที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากห้วงมิติที่ลึกยิ่งกว่า—เสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ "ทำได้ดีมาก... เจ้าหนูตระกูลฉิน ขอบคุณที่ช่วยเปิดประตูบานนี้ให้พวกเรา" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ และขอให้เตรียมใจไว้ให้พร้อมสำหรับบทสรุปในตอนหน้า หมึกทองคำข้ามภพสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอนครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%