"ไป๋หลินฮวา... เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!"
เสียงคำรามกึกก้องราวสายฟ้าฟาดของเจ้าสำนักเทียนอวี้ดังสะท้านไปทั่วลานพิธีบูรพา แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจนศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าใจกลางพายุแห่งลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวนั้น หญิงสาวในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพราะหยาดโลหิตที่ไหลหยดลงสู่พื้นหิมะต่างหาก
นางเซียนผู้สูงส่ง เย็นชา และไม่เคยชายตามองผู้ใด บัดนี้กลับยืนขวางหน้าบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "มารทรยศสำนัก"
ฉินมู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นคมองแผ่นหลังบอบบางที่ปกป้องเขาไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลผ่านก้นบึ้งหัวใจที่ด้านชามานานนับปี ตั้งแต่เหยียบย่างเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร มีเพียงความตายและการหักหลังที่เขาได้รับ เหตุใด... สตรีผู้ถือครองกฎเหล็กอันเคร่งครัดของหอตำราเยือกแข็ง ถึงยอมแลกอนาคตนับพันปีเพื่อคนเช่นเขา
"ข้าไม่ได้เสียสติ เจ้าสำนัก" น้ำเสียงของไป๋หลินฮวาราบเรียบ เย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งพันปี แต่กลับก้องกังวานหนักแน่นจนทุกคนในลานพิธีต้องเงียบงัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้นำสำนักโดยไม่หลบเลี่ยง "สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ คือการรักษาศรัทธาที่แท้จริงต่อวิถีกระบี่ต่างหาก"
"ศรัทธาบ้าบออันใด! มันคือศิษย์ทรยศที่สังหารผู้อาวุโส!" เจ้าสำนักเทียนอวี้แผดเผาด้วยความโกรธเกรี้ยว กระBี่ในมือชี้ตรงมาที่คนทั้งสอง พลังปราณสีทองเจิดจ้าก่อตัวเป็นรูปพญาอินทรีย์เพลิงบนท้องฟ้า "หากวันนี้เจ้ายังดึงดันจะปกป้องมัน เจ้าก็คือศัตรูของสำนักเทียนอวี้... มีโทษสถานเดียวคือความตาย!"
บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนแทบหยดเป็นเลือด เหล่าศิษย์นับร้อยชีวิตต่างกลั้นหายใจ มองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึง ไป๋หลินฮวาคือความภาคภูมิใจของสำนัก เป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่ง ทว่าในวินาทีนี้ นางกลับเลือกที่จะหันหลังให้กับทุกสิ่งเพื่อยืนหยัดเคียงข้างฉินมู่เฉิน
ฉินมู่เฉินขยับตัวเล็กน้อย รัศมีรอบกายของเขาแผ่ขยายออกไปอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ยันต์อักขระสีครามเกแผ่นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันหมุนวนด้วยความเร็วสูง รวบรวมพลังวิญญาณรอบตัวให้กลายเป็นค่ายกลป้องกันสี่ทิศทางในชั่วพริบตา
"หลินฮวา เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้" ฉินมู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างหาได้ยาก แววตาที่ทอดมองนางมีความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกซึ้ง
ไป๋หลินฮวาเหลือบสายตากลับมามองเขาเพียงเสี้ยววิ ใบหน้าที่มักไร้ความรู้สึกคล้ายระบายรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว
"ในเมื่อสวรรค์ไม่เคยยุติธรรมกับท่าน เช่นนั้น... ให้ข้าเป็นผู้กางกระบี่ปกป้องฟ้าดินส่วนที่เหลือให้ท่านเอง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทรงพลังดั่งประกาศิตแห่งสวรรค์
"บังAอาจนัก!"
เจ้าสำนักเทียนอวี้ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป พญาอินทรีย์เพลิงบนฟ้าพุ่งทะยานลงมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เปลวเพลิงความร้อนสูงแผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว แรงกดดันนี้เพียงพอที่จะบดขยี้ผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณให้แหลقสลายได้ในพริบตา
ทว่า ฉินมู่เฉินกลับมุมปากยกย่องอย่างเย็นชา
"คิดว่ามีเพียงเจ้าที่รู้จักรุกรานงั้นรึ..."
เขาสะบัดมือขวา ค่ายกลอักขระที่เตรียมไว้ล่วงหน้าส่องแสงสว่างเจิดจ้า แสงสีทองและสีครามประสานกันจนเกิดเป็นม่านพลังรูปทรงแปดเหลี่ยม พลังของพญาอินทรีย์เพลิงที่พุ่งเข้ามาปะทะเข้ากับค่ายกล เกิดเสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสะท้อนกลับทำให้ศิษย์รอบข้างหลายคนกระเด็นลอยไปตามแรงลม
ในจังหวะที่ฝุ่นควันตลบอบอวลนั้นเอง ไป๋หลินฮวาก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าว กระบี่น้ำแข็งในมือวาดเป็นวงโค้ง งดงามตระการตาแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น เคล็ดวิชา "เหมันต์นิรันดร์กลืนนภา" ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความปรานี
เกล็ดหิมะนับล้านชิ้นแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็ง พุ่งสวนกระแสเพลิงของเจ้าสำนักเทียนอวี้อย่างดุเดือด นี่คือการประสานสอดคล้องระหว่างค่ายกลอักขระอันล้ำ Lึกของฉินมู่เฉิน และกระบี่เซียนอันไร้เทียมทานของไป๋หลินฮวา ความร่วมมือครั้งแรกแต่กลับเข้าขาและทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ
เจ้าสำนักเทียนอวี้หน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวอย่างไม่คาดคิด พลังของคนทั้งสองหลอมรวมกันจนเกิดเป็นแรงกดดันที่เหนือกว่าขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์เสียอีก
"พวกเจ้า... พวกเจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกัน!" เจ้าสำนักคำรามด้วยความตื่นตระหนก
ฉินมู่เฉินก้าวเท้าเดินผ่านร่างของไป๋หลินฮวาขึ้นมาเบื้องหน้า ร่างสูงสง่าแผ่ซ่านกลิ่นอายของผู้ไร้พ่าย นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่เคยเคารพยำเกรงเขาก่อนจะเหยียดรอยยิ้มเย้ยหยัน
"วิถีแห่งเซียนคือการฝืนลิขิตฟ้า... แต่พวกเจ้ากลับใช้มันเป็นเครื่องมือควบคุมผู้คน เช่นนั้นวันนี้ ข้าจะแสดงให้พวกท่านเห็นเองว่า 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริงนั้น หน้าตาเป็นเช่นไร"
เขายื่นมือขวาออกไป ห้วงอากาศเบื้องหน้าบิดเบี้ยว กระบี่โปร่งแสงเล่มหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มันไม่มีรูปร่างตายตัว ไม่มีคมที่ชัดเจน แต่กลับทำให้จิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้นสั่นสะท้านราวกับความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เจ้าสำนักเทียนอวี้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อตระหนักได้ว่าพลังที่แท้จริงของฉินมู่เฉินในเวลานี้... ได้ทะลวงผ่านขอบเขตที่มนุษย์จะเอื้อมถึงไปเสียแล้ว
และในวินาทีที่ฉินมู่เฉินเงื้อมือเตรียมสะบัดกระบี่ไร้ลักษณ์ออกไปนั้นเอง เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาต้องห้ามก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ
- หมึกทองคำข้ามภพ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 18
เมื่อนางเซียนกางกระบี่ปกป้อง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!