กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 23

มหาสงครามคืนพิพากษา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายดังสนั่นขึ้นจากเบื้องล่าง หุบผานิจnirvana ที่เคยสงบเงียบมานับร้อยปีบัดนี้ถูกย้อมไปด้วยกลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นรูปธรรม กองทัพนับหมื่นชีวิตจากเจ็ดสำนักใหญ่แห่งวิถีธรรมะเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมยอดเขาหิมะโปรยอย่างไร้ช่องโหว่ ธงปักอักษร "ฟ้า" และ "คุณธรรม" โบกสะบัดท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำราวกับจะร่วมล้างบางบาปในโลกหล้า "ฉินมู่เฉิน! เจ้ามารร้ายผู้ทรยศต่อสำนักและแผ่นดิน วันนี้คือวันตายของเจ้า! จงยอมจำนนแต่โดยดี แล้วศิษย์พี่ใหญ่อย่างข้าจะไว้ชีวิตให้เจ้าได้ตายอย่างสมเกียรติ!" เสียงตะโกนก้องของเจ้าสำนักกระบี่เมฆา "หลี่เทียนเฉิง" สะท้อนก้องไปทั่วหุบผา ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว และหมอกสีครามจางๆ ที่แผ่พุ่งออกมาจากค่ายกลธรรมชาติอันลึกล้ำ บนยอดผาสูงชัน ฉินมู่เฉินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางลมหนาว อาภรณ์สีดำสนิทสะบัดพริ้วตามแรงลม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงไปยังกองทัพนับหมื่นด้วยแววตาเย้ยหยันและเย็นชาถึงขั้วหัวใจ ในมือของเขามีพู่กันหยกโลหิตที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองอักขระโบราณนับพันตัว หมุนวนรอบกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า "คุณธรรม? คำคำนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก..." ฉินมู่เฉินพึมพำกับตนเอง มุมปากหยักยิ้มเยาะหยัน "พวกมันใช้คำว่าคุณธรรมเพื่อปิดบังความโลภ ใช้สำนักเป็นข้ออ้างในการแย่งชิงค่ายกลบรรพกาล ในเมื่อพวกมันอยากได้ความตายนัก ข้าก็จะจัดให้สาสม" ร่างระหงในชุดขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา ไป๋หลินฮวา นางเซียนผู้คุมหอตำราเยือกแข็ง ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าแววตาที่มองบุรุษข้างกายกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใย นางกระชับกระบี่ในมือแน่น ไອเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกจนเกล็ดหิมะรอบตัวกลายเป็นน้ำแข็งคมกริบ "มู่เฉิน... ค่ายกลเก้าสวรรค์สลายวิญญาณพร้อมใช้งานแล้วหรือยัง? พวกมันเริ่มบุกเข้ามาในเขตวงแหวนที่สามแล้ว" เสียงหวานใสแต่เย็นชาดังขึ้น นางไม่เคยหวั่นเกรงต่อความตาย เบื้องหน้าคือศัตรูทั่วทั้งยุทธภพ แต่นางเลือกที่จะยืนเคียงข้างเขา แม้จะต้องกลายเป็นศัตรูกับสวรรค์ทั้งผองก็ตาม "ยังไม่ใช่ตอนนี้... รอให้ปลาตัวใหญ่ก้าวเข้ามาลึกกว่านี้อีกนิด" ฉินมู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขากวาดสายตามองการเคลื่อนไหวของกองทัพธรรมะที่กำลังทำลายแนวป้องกันชั้นนอกอย่างบ้าคลั่ง วิถีค่ายกลหาใช่การใช้กำลังหักหาญ แต่คือการใช้กลไกของฟ้าดินมาพิพากษาผู้โง่เขลา *ตูม! ตูม! ตูม!* ระเบิดพลังปราณนับร้อยสายพุ่งเข้ากระแทกม่านพลังโปร่งใสของค่ายกลรอบหุบผาจนเกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เหล่าผู้วิเศษและยอดฝีมือจากเจ็ดสำนักใหญ่ต่างระดมใช้วิชาประจัญบานขั้นสูงสุดเพื่อเปิดทาง พวกเขาคิดว่าด้วยกำลังพลและคัมภีร์โบราณในมือ จะสามารถพังทลายค่ายกลของเด็กหนุ่มวัยเยาว์ผู้นี้ได้ภายในชั่วธูปดอกเดียว ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่า ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามา คือการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายที่ฉินมู่เฉินได้คำนวณเอาไว้หมดสิ้นแล้ว "เปิดค่ายกลชั้นที่เจ็ด—อัคคีโลหิตผลาญวิญญาณ!" ฉินมู่เฉินสะบัดพู่กันในมืออย่างรวดเร็ว ปลายพู่กันวาดลวดลายกลางอากาศราวกับมังกรทะยานฟ้า อักขระโบราณสีทองอร่ามพุ่งทะยานลงสู่พื้นดินด้านล่างทันที *พรึบ!* พริบตาเดียว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของกองทัพธรรมะนับพันคนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เปลวเพลิงสีเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นกำแพงเพลิงมหึมาที่กลืนกินร่างของเหล่าศิษย์สำนักต่างๆ ในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วหุบผา กลิ่นเนื้อไหม้เกรียมและคาวเลือดคละคลุ้งไปกับสายลมหนาว ภาพความโหดร้ายตระการตาฉายชัดในดวงตาของทุกคน "ไอ้เด็กสารเลว! มารับมือข้าซะ!" หลี่เทียนเฉิงเดือดดาลจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่สีขาวพุ่งแหวกกำแพงเพลิงตรงมายังใจกลางค่ายกลด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กระบี่ในมือแผ่รังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัว หมายจะเด็ดหัวฉินมู่เฉินให้ได้ในกระบี่เดียว "ระวัง!" ไป๋หลินฮวาอุทานเบาๆ ร่างของนางขยับวาบพร้อมกับชักกระบี่เยือกแข็งออกมารับการโจมตีนั้นทันที *เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า พลังปราณระดับบรรพบุรุษของหลี่เทียนเฉิงกดดันจนไป๋หลินฮวาต้องถอยหลังไปสามก้าว มุมปากของนางมีโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงแน่วแน่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ศิษย์น้องรอง... เจ้าถึงกับยอมทรยศสำนักเพื่อชายผู้นี้เชียวหรือ?" หลี่เทียนเฉินกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว มองสตรีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความภาคภูมิใจของหอตำรา "สำนักที่เต็มไปด้วยความโลภและทรยศต่อคุณธรรม... ไม่คู่ควรให้ข้าภักดีอีกต่อไป" ไป๋หลินฮวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกถึงจิตวิญญาณ ฉินมู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเบาๆ เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้เบื้องหลัง แววตาที่มองหลี่เทียนเฉิงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันดั่งมองมดปลวกตัวหนึ่ง "หลี่เทียนเฉิง เจ้าคิดว่าเจ้าเข้ามาถึงใจกลางค่ายกลนี้ได้เพราะฝีมือของเจ้าอย่างนั้นหรือ?" ฉินมู่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มมุมปาก หลี่เทียนเฉิงชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดี "เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." "หมายความว่า... ตั๋วเดินทางสู่ปรโลกของเจ้า ได้ถูกพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วอย่างไรเล่า" ฉินมู่เฉินสะบัดมือซ้าย อักขระสีทองนับหมื่นตัวบนท้องฟ้าพล L พลิกกลับด้าน ทันใดนั้น แสงดาราเจิดจ้าก็ส่องประกายลงมาจากฟากฟ้า พื้นดินรอบตัวหลี่เทียนเฉิงยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง ค่ายกลมหาประลัยที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น! ทว่า ในวินาทีที่ค่ายกลกำลังจะบดขยี้ร่างของหลี่เทียนเฉิงให้แหลกเป็นจุล ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดรอยแยกสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย แรงกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านแผ่ซ่านลงมาจากรอยแยกนั้น จนฉินมู่เฉินต้องขมวดคิ้วแน่นเป็นครั้งแรก ร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้สุ้มเสียง มือข้างหนึ่งยื่นออกมาคว้าตัวหลี่เทียนเฉิงดึงขึ้นไปราวกับดึงเศษฟาง ดวงตาภายใต้หน้ากากทองคำคู่นั้นกวาดมองลงมาที่ฉินมู่เฉินและไป๋หลินฮวาด้วยความเหยียดหยัน "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าค่ายกลปลอมๆ นี้ จะขวาง 'ผู้ชำระทัณฑ์สวรรค์' ได้อย่างนั้นหรือ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับผมในยุทธภพอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%