“ฉินมู่เฉิน... เจ้าคำนวณทุกอย่างพลาดไปหนึ่งอย่างแล้วกระมัง?”
น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกของไป๋หลินฮวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของหอตำราเยือกแข็ง นางยืนอยู่เบื้องหน้าค่ายกลพันดาราที่ฉินมู่เฉินเพิ่งวาดเสร็จสิ้น ปลายพู่กันอาบหมึกเซียนยังคงหยดหยาดสีดำสนิทลงบนพื้นหินหยก ดวงตาคู่คมดุจน้ำแข็งใสของนางจ้องมองอักขระที่บิดเบี้ยวเพียงเล็กน้อยตรงจุดศูนย์กลาง
ฉินมู่เฉินไม่หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวยาวดั่งหยกขาวจรดพู่กันลงไปอีกครั้งอย่างมั่นคง “หมากตานี้ข้าไม่ได้พลาด แต่มันคือช่องว่างที่ข้าจงใจเปิดทิ้งไว้เพื่อให้ ‘ใครบางคน’ เดินเข้ามาหาความจริงต่างหาก เลือดของศัตรูที่จะแปดเปื้อนผืนดินในวันหน้า จำเป็นต้องมีเครื่องเซ่นสังเวยที่เหมาะสม”
บรรยากาศในห้องโถงหนักอึ้งดั่งขุนเขา ปราณกระบี่ที่ฉินมู่เฉินแผ่ออกมาไม่ได้รุนแรงทว่าเฉียบคมจนอากาศรอบข้างเกิดรอยร้าว ไป๋หลินฮวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ติดตัวนางทำให้ความร้อนรุ่มในใจของฉินมู่เฉินสงบลงชั่วขณะ นางยื่นมือที่เรียวบางไปแตะที่ไหล่ของเขา สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณ
“หากเจ้าฝืนใช้ค่ายกลนี้เพื่อรับมือกับทัณฑ์สวรรค์ที่ใกล้เข้ามา เจ้าจะสูญเสียปราณกระบี่ที่บำเพ็ญมาตลอดสิบปี... เจ้าเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วฉินมู่เฉิน เจ้าเลือกที่จะปกป้องโลกใบนี้ด้วยการทำลายเส้นทางสายเซียนของตนเองกระนั้นหรือ?”
ฉินมู่เฉินวางพู่กันลง เขาหันกลับมาประจันหน้ากับนาง ดวงตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความลังเลแม้แต่น้อย เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ เห็นความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
“สำหรับข้า ลิขิตสวรรค์เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่พวกเฒ่าเต่าในสำนักแต่งขึ้นมาเพื่อกดขี่ผู้คน” เขาเอ่ยเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของนาง “สิ่งที่ข้าทำ ไม่ใช่เพื่อโลกใบนี้ แต่เพื่อหุบเขาที่เจ้าเฝ้าดูแล และเพื่อรอยยิ้มที่เจ้าไม่เคยแสดงให้ใครเห็น... เพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะให้ข้าแลกด้วยชีวิตแล้วไม่ใช่หรือ?”
ไป๋หลินฮวาชะงักงัน ริมฝีปากที่เคยเม้มสนิทค่อยๆ คลายออก หัวใจของนางที่เคยเป็นดั่งทะเลสาบเยือกแข็งบัดนี้กลับเกิดระลอกคลื่นรุนแรง นางเป็นถึงเซียนหอตำรา แต่ในยามนี้กลับรู้สึกว่าตนเองเปราะบางราวกับแก้วคริสตัลเมื่ออยู่ต่อหน้าจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนผู้นี้
“ข้ามิได้ต้องการคำยืนยันด้วยเลือด...” นางกระซิบเสียงแผ่ว
“ข้ามิได้ให้เจ้าเลือก แต่ข้ากำลังตัดสินใจ” ฉินมู่เฉินพลิกข้อมือ ฝ่ามือเกิดแสงสีทองสว่างวาบ อักขระพันดาราสั่นไหวอย่างรุนแรง มันเริ่มดูดกลืนปราณรอบข้างเข้ามาไว้ที่ศูนย์กลาง ท้องฟ้าเหนือหอตำราเริ่มแปรปรวน เมฆสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เสียงคำรามของสายฟ้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ
ฉินมู่เฉินทะยานร่างขึ้นสู่กลางค่ายกล ร่างกายของเขากลายเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างดินและฟ้า เขาใช้ร่างตนเองเป็นฐานค่ายกล แทนที่การใช้หินเวทมนตร์ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกมาจากร่างจนเสื้อผ้าขาดวิรุ่ย แต่ในสายตาของเขากลับมีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม
“เปิด!” เขาคำรามก้อง
แสงสีทองพุ่งขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ปะทะกับเมฆดำอย่างดุดัน ทุกย่างก้าวในค่ายกลคือการต่อสู้กับกฎเกณฑ์ของโลก จิตวิญญาณของเขาถูกฉีกกระชากแต่เขากลับหัวเราะร่า “ฟ้าดินจงดู! กระบี่ของข้า มิได้ไร้ลักษณ์เพราะไร้ความรู้สึก แต่ไร้ลักษณ์เพราะมันคือทุกสิ่งที่ข้าเป็น!”
ในจังหวะที่ค่ายกลกำลังหมุนวนถึงขีดสุด ไป๋หลินฮวาตัดสินใจกระโดดเข้าสู่วงล้อมของแสง นางใช้พลังปราณน้ำแข็งของตนเข้าประคองค่ายกลที่กำลังจะพังทลาย หากปล่อยให้ฉินมู่เฉินรับแรงกระแทกเพียงลำพัง ร่างกายของเขาจะต้องแหลกสลายเป็นธุลีในพริบตา
“เจ้าบ้า!” นางตะโกนผ่านเสียงฟ้าร้อง
“หากต้องตาย ข้าก็ขอตายในอ้อมกอดของเจ้า ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นเจ้ามอดไหม้ไปกับวิกฤตนี้” ฉินมู่เฉินตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ทำให้นางแทบหยุดหายใจ
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งสำนัก ผนังหอตำราที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเริ่มแตกร้าว แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์ที่รุนแรงกว่าปกติสิบเท่าถาโถมลงมา ทว่าท่ามกลางแสงที่สว่างจ้าจนบดบังทุกสายตา เงาหนึ่งร่างกลับก้าวเข้ามาในหอตำราด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ—เงาที่ถือกระบี่สีเลือด ซึ่งฉินมู่เฉินจำได้ดีว่าเป็นของใคร
“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะรอดพ้นจากรอยแยกมิติมาได้... ศิษย์พี่ผู้ทรยศ” ฉินมู่เฉินพึมพำเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นในวงล้อมของค่ายกลพันดาราที่กำลังจะระเบิดออก
ร่างที่ปรากฏตัวคือชายในชุดเกราะสีหมอง ดวงตาข้างหนึ่งมืดบอดไร้แวว เขาแสยะยิ้มที่ดูอัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัว “ค่ายกลนี้ช่างงดงามมู่เฉิน... แต่น่าเสียดาย ที่วันนี้มันจะกลายเป็นสุสานของพวกเจ้าทั้งสองคน!”
กระบี่สีเลือดตวัดผ่านอากาศ ตัดขาดการเชื่อมต่อของอักขระในพริบตา ลมปราณที่บ้าคลั่งของค่ายกลพันดาราเริ่มตีกลับเข้าสู่ร่างกายของฉินมู่เฉินและไป๋หลินฮวาอย่างบ้าคลั่ง ความตายก้าวเข้ามาประชิดตัวภายในชั่วลมหายใจเดียว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฉินมู่เฉินและไป๋หลินฮวามาจนถึงจุดวิกฤตินี้ครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า•ตอนที่ 15
ค่ายกลพันดารา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยโปรดปรานเพียงข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!