วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 8

แชตล่มที่น่าจดจำ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกแล้วไงคะว่าถ้ายังบวกเลขข้อนี้ผิดอีก ดิฉันจะคิดค่าสอนเพิ่มเป็นชั่วโมงละห้าพันบาท" เสียงใสๆ ติดจะดุเล็กน้อยของรินรดา ดังแทรกเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่แล่นผ่านหน้าคาเฟ่กึ่งห้องสมุดไปอย่างเฉียดฉิว หญิงสาวในชุดนักศึกษาปีสองที่รีดรีดจีบกระโปรงมาอย่างเนี๊ยบกริบ แม้เนื้อผ้าจะราคาประหยัดตามสภาพการเงินในยามนี้ กำลังเคาะด้ามปากกาลงบนสมุดโน้ตสันห่วงสีพาสเทลดัง *ก๊อกๆ* สองที เป็นจังหวะเดียวกับที่ธันวา—หนุ่มวิศวะปีสองเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากกระดาษกราฟที่เต็มไปด้วยตัวเลขยึกยือราวกับลายมือไสยศาสตร์ ธันวาไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ใส่ไว้เท่ๆ เผื่อเวลาต้องมองหน้านางเอกใกล้ๆ) กลับพราวระยับ เขายกมือขึ้นเท้าคาง เอียงคอมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบผูกเป็นโบ "อาจารย์รินครับ... เอ๊ย รินจ๋า หน้าตาเวลาโกรธนี่เหมือนแมวเปอร์เซียตอนโดนแย่งปลาทูเลยรู้ตัวไหม" ธันวาหยอดหน้าตาย พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่บรรดาสาวๆ ในคณะวิศวะฯ ลงมติกันว่าเป็นรังสีทำลายล้างสูง แต่สำหรับรินรดaมันคือภัยพิบัติทางอารมณ์ที่เธอต้องท่องยุบหนอพองหนอวันละสิบรอบ "ใครแมวคะ! ดิฉันเป็นติวเตอร์ส่วนตัวของคุณนะคะคุณธันวา กรุณาให้เกียรติกระเป๋าแบรนด์เนมที่ปลอมมา... เอ๊ย หมายถึงเกียรติสมองอันปราดเปรื่องของดิฉันด้วยค่ะ" รินรดาแหวลั่น เกือบหลุดปากเรื่องกระเป๋าหลุดจำนำไปเสียแล้ว ดีนะที่สมองไวเบรกทัน ไม่อย่างนั้นคงเสียฟอร์มไฮโซตกอับที่อุตส่าห์รักษามาครึ่งปีหมดกันพอดี บรรยากาศบนโต๊ะริมกระจกใสของคาเฟ่ เริ่มระอุด้วยอุณหภูมิความเกรี้ยวกระราด (ปลอมๆ) ของติวเตอร์สาว กับความกวนประสาทระดับสิบของวิศวะสายมโน ทว่าลึกๆ แล้ว ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่รอยต่อระหว่างวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคกับวิชาแคลคูลัส กลับถูกถมเต็มด้วยหน้าต่างแชตสีชมพูหวานแหววในสมาร์ทโฟนที่เด้งเตือนแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่องกินข้าว เรื่องแมวข้างหอนสท์ ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระไร้สาระ ทั้งคู่กลายเป็นคู่ซี้คู่กัดที่ชาวโลกโซเชียล (โดยเฉพาะเกียร์เพื่อนสนิทตัวแสบของธันวา) แอบตั้งฉายาให้ว่า *'คู่รักสลับขั้ว'* ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่ข้างกองหนังสือ ข้อความล่าสุดเมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงเรืองแสงติดตา *[Gear_Eng02]: โหไอ้ธัน วันนี้ติวเข้มอีกแล้วดิ ตั้งแต่มีติวเตอร์ไฮโซนี่มึงขยันผิดหูผิดตา หรือแค่อยากส่องหน้าเขาเฉยๆ วะ? ระวังนะมึง เดี๋ยวก็เผลอพิมพ์บอกรักเขาในแชตกลุ่มรวมหรอก 55555* *[Tan_Mech02]: เสือกน่าเกียร์ กูแค่ทบทวนบทเรียนเพื่ออนาคตของชาติเว้ย* *[Gear_Eng02]: อนาคตชาติหรืออนาคตครอบครัววะ เห็นนั่งยิ้มคนเดียวจนแม่บ้านนึกว่ามึงผีเข้าแล้วเนี่ย* ธันวาเหลือบมองโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่งสลับกับใบหน้าเนียนใสของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจตรวจสมุดการบ้านให้เขา หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะเสียดื้อๆ ภาพมโนเจ้าประเด็นผุดขึ้นมาในหัวอีกแล้ว—ถ้าเกิดว่าเขาแต่งงานกับรินรดาจริงๆ ลูกออกมาคงหน้าตาดีจนคณะวิศวะต้องประกาศไว้อาลัยให้ความโสดของเพื่อนร่วมรุ่นแน่ๆ "นี่! ธันวา! ฟังอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย" เสียงหวานตวาดเบาๆ พร้อมกับนิ้วเรียวที่จิ้มลงบนหน้าผากเขาเต็มแรง "บอกให้หาจุดตัดอุปสงค์อุปทาน ไม่ใช่มานั่งทำหน้าเคลิ้มฝันกลางวันแบบนี้ นี่คาบละสามร้อยนะคะ ไม่ใช่โรงละครสัตว์" "โอ๊ย เจ็บนะริน" ธันวาร้องโودยแกล้งทำเป็นลูบหน้าผากป้อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เจ็บจริงสักนิด "ก็คนมันคิดถึงนี่หวา... เอ๊ย หมายถึงคิดถึงโจทย์ข้อนี้ต่างหาก คิดจนสมองจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้วเนี่ย" "ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยค่ะ ส่งสมุดมานี่เลย" รินรดายื้อแย่งสมุดคืน แต่ธันวาแกล้งดึงหลบ ทำให้มือของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ ไออุ่นจากปลายนิ้วของชายหนุ่มส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในใจของหญิงสาว รินรดาชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก ใบหน้าเนียนขาวขึ้นสีเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบหลบสายตาด้วยการก้มลงเก็บปากกาที่ไม่ได้ทำตก เพื่อซ่อนอาการใจสั่นที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานอย่างไร้สาเหตุ ธันวาเองก็ชะงักไปเช่นกัน รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่เลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแววตาไหววุ่นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมานิยาม เคมีระหว่างกันมันชัดเจนเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ช่วงเย็นวันเดียวกัน ณ ห้องพักขนาดกะทัดรัดของรินรดา หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนนุ่ม พรางยกมือขึ้นทาบอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นโครมครามไม่ยอมสงบ *ให้ตายสิ... ยัยริน เธอเป็นอะไรเนี่ย แค่โดนมือตานั่นนิดๆ หน่อยๆ ถึงกับสติหลุดเลยหรือไง* ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รินรดาลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์มือถือด้วยความเร็วแสงโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองต้องกระตือรือร้นขนาดนั้น หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลที่เธอเพิ่งแยกย้ายกันมาไม่ถึงสองชั่วโมง *[Tan_Mech02]: ถึงห้องยังครับอาจารย์* *[Rin_Econ02]: ถึงนานแล้วค่ะ ไม่ต้องมาทักเลย การบ้านที่สั่งทำเสร็จหรือยังเถอะ* *[Tan_Mech02]: เรียบร้อยโรงเรียนวิศวะแล้วครับท่าน เพื่อคะแนนท็อปที่รินการันตี ผมสู้ตายอยู่แล้ว* *[Rin_Econ02]: ดีค่ะ พรุ่งนี้ถ้าทำบททดสอบไม่ได้ตามเกณฑ์ ดิฉันจะหักค่าแรงเหลือร้อยเดียวจริงๆ ด้วย* *[Tan_Mech02]: ใจร้ายจังอ่า แบบนี้ต้องเลี้ยงชาไข่มุกไถ่โทษนะ ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะไปนั่งรอหน้าห้องบรรยายตั้งแต่ตีห้าเลยคอยดู* รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความหน้ามึนของอีกฝ่าย เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรวดเร็ว *[Rin_Econ02]: เพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณธันวา ใครจะไปยอมให้คุณมานั่งรอหน้าห้องกันคะ น่าอายจะตายไป* *[Tan_Mech02]: อายทำไมล่ะครับ คนเขาก็รู้กันหมดแล้วมั้งว่าวิศวะสายมโนคนนี้กำลังตามจีบไฮโซตกอับ... เอ๊ย ติวเตอร์สาวสุดสวยคนใหม่อยู่* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ประโยคหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังบางอย่างทำเอาปลายนิ้วที่กำลังจะพิมพ์ตอบถึงกับแข็งค้าง เธอนั่งมองหน้าจออยู่ครู่ใหญ่ พยายามเรียบเรียงคำตอบที่จะไม่ทำให้ตัวเองดูใจง่ายจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าตอนนี้มันหุบลงไม่ได้จริงๆ ในขณะที่รินรดากำลังพิมพ์ข้อความว่า *'พูดอะไรไม่เข้าท่า ระวังโดนบล็อกนะคะ'* ส่งออกไป ฝั่งของธันวาที่กำลังนั่งอยู่กับเกียร์ในห้องพักหอพักชาย ก็กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์หน้ามืดตามัวไม่แพ้กัน "ไอ้ธัน! มึงดูหน้าจอตัวเองดิเฮ้ย!" เกียร์ที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูโทรศัพท์เพื่อนถึงกับร้องลั่นห้อง ตาโตเท่าไข่ห่าน "นี่มึงพิมพ์อะไรไปวะเนี่ย! หูยยยย รุกหนักชิบหาย ยอมใจความกล้าของวิศวะปีสองโว้ย!" ธันวาเบิกตากว้างเมื่อก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ข้อความที่เขายังไม่ได้กดส่ง แต่เผลอกดค้างไว้จนระบบพิมพ์อัตโนมัติรัวคำพูดในใจออกมาหมดเปลือก... *[Tan_Mech02]: ที่จริงไม่ได้อยากเป็นแค่คนคุยหรอกนะ... อยากเป็นเจ้าของหัวใจเธอมากกว่า ยอมเป็นแฟนกับผมเถอะนะครับรินรดา ผมจริงจังนะไม่ได้มโน!* "เฮ้ย! ชิบหายแล้ว!" ธันวาร้องลั่นห้องกระโจนเข้าคว้าโทรศัพท์มือถือหมายจะกดยกเลิกข้อความ แต่นิ้วเจ้ากรรมดันไปโดนปุ่มส่งพอดีเป๊ะ! ในเสี้ยววินาทีที่หน้าจอแสดงสถานะว่า *'ส่งข้อความแล้ว'* และตรงมุมซ้ายล่างของแชตฝั่งรินรดา ขึ้นสถานะสีเขียวชัดเจนว่า... **Read (อ่านแล้ว)** ดวงตาของธันวาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างชาดิกราวกับโดนไฟช็อต ขณะที่เกียร์อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน อุทานออกมาเสียงหลงว่า "ฉิบหายแล้วเพื่อนรัก มึงงานงอกของแทร่!" ************************************************** ขอบคุณที่ติดตามและร่วมใจเต้นระรัวไปกับความมโนระดับสิบของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%