วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 7

กาแฟหนึ่งแก้วกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าติวข้อนี้ไม่เข้าใจนะ ฉันจะยึดปากการาคาแพงของนายไปขายทอดตลาดจริงๆ ด้วย ธันวา" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความดุของรินรดาดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่เคาะลงบนโต๊ะไม้สีอ่อนในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลอย่างคาดคั้น บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้สมองอันว่างเปล่าของหนุ่มวิศวะปีสองอย่างธันวาแล่นดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... เขากลับกำลังจ้องมองใบหน้างอนๆ ของติวเตอร์สาวจำเป็นจนเผลอหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ธันวาเท้าคางมองคนตรงข้าม ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่ซ่อนไม่มิด วันนี้รินรดามัดผมหางม้าสูงเผยให้เห็นลำคอระหง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นหลวมๆ ดูทะมัดทะแมงแต่ก็น่ามองเป็นบ้า "มองอะไรเล่า! โจทย์อยู่ตรงหน้า นู่น ไม่ใช่หน้าฉัน" รินรดาตวัดสายตากลับมาค้อนใส่ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา เธอรีบใช้ด้ามปากกาชี้ไปยังกระดาษโน้ตที่มีสูตรเศรษฐศาสตร์มหภาคละลานตา "ก็หน้าครูติวเตอร์มันน่าอ่านกว่าตำราตั้งเยอะนี่ครับ... เอ้ย! หมายถึง น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ" ธันวาเกือบหลุดปากคำต้องห้ามออกไปตามความเคยชิน แต่ก็รีบแก้เกี้ยวด้วยรอยยิ้มทะเล้นจนรินรดาต้องเบะปากหมั่นไส้ "ปากหวานแบบนี้ เอาเกรดเอวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคไปแลกดีไหมล่ะพ่อคุณ" รินรดาว่าพลางถอนหายใจเบาๆ เธอเลื่อนแก้วกาแฟลาเต้เย็นชื่นใจไปตรงหน้าเขา "ดื่มซะ จะได้ตื่นจากภวังค์เพ้อเจ้อสักที นายติดค้างฉันมาสามข้อแล้วนะธันวา" ธันวารับแก้วกาแฟมาถือไว้ ความเย็นเฉียบจากแก้วปะทะกับฝ่ามือ แต่ความรู้สึกอุ่นวาบกลับแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวใจ แปลก... ปกติเขาเป็นพวกชอบคิดภาพมโนไปไกลว่าถ้าตัวเองกับรินรดาติดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเขาต้องเป็นคนผายปอดให้เธอจะโรแมนติกขนาดไหน แต่วันนี้... วินาทีนี้ ท่ามกลางกองชีทเรียนและกลิ่นกาแฟหอมๆ กลับทำให้ความคิดเพ้อเจ้อเหล่านั้นหลุดลอยหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากลับแค่อยากหยุดเวลาตรงนี้ไว้ นั่งมองเธออธิบายบทเรียนด้วยความตั้งใจแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องมีมโนภาพฉากละครรักน้ำเน่าอะไรเข้ามาแทรกแซงเลยด้วยซ้ำ รินรดาก้มหน้าก้มตาเขียนอธิบายกราฟอุปสงค์อุปทานลงในกระดาษ เสียงพูดคุยอธิบายด้วยความกระตือรือร้นของเธอทำให้ธันวาเผลอมองตามริมฝีปากที่ขยับพูดอย่างเพลิดเพลิน เธอไม่ได้ดูเป็นไฮโซตกอับที่กำลังดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองเรียนอย่างที่ใครๆ นินทากันเลยสักนิด ในสายตาของธันวาตอนนี้ รินรดาล้ำค่าและเปล่งประกายเสียยิ่งกว่าเพชรเม็ดไหนๆ ในโลก "ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย ธันวา!" มือเรียวเอื้อมมาดีหน้าผากเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "โอ๊ย เจ็บนะริน!" ธันวาแกล้งทำเป็นลูบหน้าผากป้อยๆ ทำหน้าตาน่าสงสารเรียกคะแนนความเห็นใจ "คนเขากตั้งใจฟังจนสมองจะระเบิดอยู่แล้ว ยังจะมาทำร้ายร่างกายกันอีก ใจร้ายจังเลยนะเราเนี่ย" "ใครใช้ให้นายทำหน้าเคลิ้มเหมือนคนวิญญาณหลุดลอยล่ะ อะ ลองทำข้อนี้ดูซิ ถ้าทำไม่ได้ ฉันจะปรับให้นายเลี้ยงชาบูมื้อใหญ่เป็นการลงโทษ!" รินรดา ยื่นชีทข้อสอบเก่าให้พร้อมรอยยิ้มท้าทายที่ชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะกลัวทำข้อไม่ได้ แต่เป็นเพราะรอยยิ้มของเธอมันช่าง... ดาเมจรุนแรงเกินต้านทานเสียเหลือเกิน มือหนาหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นในมือชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มลงมือแก้โจทย์ด้วยความตั้งใจจริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มภูมิใจจากคนตรงข้ามอีกสักครั้ง บรรยากาศเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงกระซิบของสายลมจากภายนอกและเสียงหัวใจของธันวาที่เต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ที่เขาเองก็เพิ่งเคยรู้สึกเป็นครั้งแรก... ความรู้สึกที่ไม่อยากเป็นแค่นักศึกษาจอมมโนอีกต่อไปแล้ว ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบอันแสนละมุน ธันวาเหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย เห็นชื่อของเกียร์เพื่อนสนิทส่งข้อความเข้ามาพร้อมกับรูปถ่ายแอบถ่ายของเขาและรินรดาในมุมเผลอ พร้อมข้อความประกอบที่อ่านแล้วอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง *[เกียร์เพื่อนรัก]: โหไอ้คุณธันวา เลิกมโนแล้วเปลี่ยนมาเป็นโหมดตั้งใจเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ระวังจะตกหลุมรักติวเตอร์สาวเข้าจริงๆ นะเว้ย หึๆ* ธันวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเอือมระอา พิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนสนิทไปด้วยความรวดเร็วโดยไม่ทันคิด *[ธันวา]: เลิกแซวสักวันเถอะน่า แกก็รู้ว่าฉัน...* เขารีบกดยกเลิกข้อความแทบไม่ทันเมื่อหันไปเห็นรินรดากำลังเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย แต่ทว่า... ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันกดส่งข้อความครึ่งๆ กลางๆ นั้นออกไปเสียแล้ว! รินรดาเอียงคอเล็กด้วยความสงสัยเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของคนตรงข้าม เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด "นายเป็นอะไรน่ะ ธันวา หน้าแดงๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า?" ธันวารู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เขาหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความพิรุธ "ป...เปล่าครับ! อากาศในร้านมันร้อนไปหน่อยเท่านั้นเอง" ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะโล่งอกที่เธอไม่ได้ติดใจอะไร เสียงแจ้งเตือนข้อความตอบกลับจากเกียร์ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง พร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจของธันวาแทบสะดุด และทำให้รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเผลอเหลือบไปเห็นประโยคยาวเหยียดที่เพื่อนสนิทของเขาพิมพ์แซวกลับมาอย่างชัดเจนเต็มสองตา... *[เกียร์เพื่อนรัก]: รู้ว่าอะไรวะ? รู้ว่าคลั่งรักเขาจนโหัว니กถอนไม่ขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะไอ้คุณชาย!* ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่าคุณจะอ่านตอนต่อไปด้วยใจที่เต้นรัวเหมือนรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%