"บอกแล้วไงคะว่าชานมไข่มุกแก้วนี้ ลูกค้าสั่งหวานน้อย ไม่ใช่หวานเจี๊ยบจนน้ำตาลขึ้นตาแบบที่เธอทำ!"
เสียงบ่นกระปอดกระแปดของพี่หัวหน้ากะตัวเล็กพริกขี้หนู ดังลอดผ่านช่องกระจกบานกระทุ้งของเคาน์เตอร์บาร์ออกไป รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก พยายามดึงสติที่หลุดลอยไปตั้งแต่คาบเลคเชอร์เศรษฐศาสตร์มหภาคเมื่อบ่ายให้กลับเข้าร่าง มือเรียวสวยที่ปกติมักจะคีบปากกาปาร์กเกอร์ราคาแพงเซ็นเอกสารในห้องประชุมผู้บริหาร ตอนนี้กำลังงגתวลอยู่กับการเช็ดคราบฟองนมเลอะเทอะบนถาดสเตนเลสอย่างลวกๆ
คาเฟ่ 'The Hidden Yard' แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบๆ ห่างจากมหาวิทยาลัยออกไปสามป้ายรถเมล์ เป็นร้านกาแฟสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสงบและกาแฟรสชาติเยี่ยม แต่สำหรับรินรดาแล้ว ที่นี่คือ 'สนามรบพาร์ทไทม์' ที่เธอต้องแปลงร่างจากไฮโซตกอับผู้ถือกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นเก่าเก็บ มาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์หน้าใหม่ที่ทำลาเต้อาร์ตออกมาหน้าตาประหลาดคล้ายพยาธิใบไม้ในตับ
"ริน! น้องรินจ๋า ลูกค้าโต๊ะสี่เรียกรับออเดอร์เพิ่มค่ะ ฝากหน่อยนะ พี่ต้องไปเช็คสต็อกเมล็ดกาแฟแป๊บหนึ่ง"
"รับทราบค่ะพี่มีน" รินรดาขานรับเสียงใส แม้ในใจจะอยากทิ้งผ้ากันเปื้อนแล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟาเบดสักสามตื่น เธอยกถาดไม้ขึ้นแนบอก เดินสาวเท้าเข้าไปหาโต๊ะเป้าหมายด้วยรอยยิ้มมาตรฐานแบบที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก รอยยิ้มที่สวยงามไร้ที่ติ แต่ว่างเปล่าจากข้างใน
ณ โต๊ะริมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นสวนหย่อมเล็กๆ ด้านนอก ธันวานั่งเท้าคางมองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดดี้สีเทาเข้มกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ขัดกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายสไตล์พระเอกซีรีส์เกาหลี วันนี้เกียร์เพื่อนสนิทตัวดีเบี้ยวนัดติวหนังสือวิชาความแข็งของวัสดุ (Mechanics of Materials) อ้างว่าต้องไปเฝ้าไข้แมวที่บ้าน ธันวาจึงต้องหิ้วสังขารมานั่งติวคนเดียวเงียบๆ ในคาเฟ่ลับที่บังเอิญค้นเจอจากรีวิวในทวิตเตอร์
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านดังขึ้นเบาๆ แต่ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงจมอยู่กับการคำนวณสมการแรงดึงแรงอัด จนกระทั่ง...
"รับเครื่องดื่มอะไรเพิ่มดีคะ... เอ่ย..."
เสียงหวานคุ้นหูที่หลอกหลอนอยู่ในหัวเขาสามวันเจ็ดวันทำให้ธันวาต้องสะดุ้งสุดตัว เงียบเสียงกึกลงทันที ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน รินรดานิ่งค้างไปในท่าถือสมุดจดออเดอร์ ปากอ้าค้างเล็กน้อยราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"นาย... นายวิศวะสมองเพ้อเจ้อ!" รินรดาเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว สลัดภาพพนักงานดีเด่นทิ้งไปชั่วขณะ
ธันวากะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วระดับเกียรตินิยมประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิจากตัวเธอผสมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วคละคลุ้ง ผ้ากันเปื้อนสีครีมปักโลโก้ร้านคาเฟ่ ป้ายชื่อพลาสติกสีขาวที่ติดอยู่ตรงหน้าอกซ้ายสลักคำว่า *'Rinrada - Trainee'* ไว้เด่นชัด
*เดี๋ยวนะ... ยัยคุณหนูไฮโซจอมเชิ่ดใส่เขาตอนวันปฐมนิเทศ กำลังทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในคาเฟ่ซอยเปลี่ยวเนี่ยนะ?*
ธันวาไม่ได้พูดอะไรออกมาในทันที สายตาคมกริบกวาดสำรวจตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลประกายบลอนด์ที่ถูกรวบเป็นหางม้าลวกๆ ปอยผมชื้นเหงื่อที่แนบแก้มเนียนใส ไปจนถึงรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตากลมโตคู่นั้น รินรดาในตอนนี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง ไม่ได้ถือกระเป๋าชาネルรุ่น Limited Edition แต่เธอยืนอยู่ตรงนี้ ในชุดพนักงานเรียบง่าย และดูเหนื่อยล้าจนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะกวนๆ ของธันวากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความสะใจที่ได้เห็นคนหยิ่งยโสตกต่ำลง แต่มันคือความรู้สึกหน่วงๆ แปลกๆ ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"มองอะไรคะ? หน้าฉันมีคราบกาแฟติดอยู่หรือไง ถึงได้มองไม่วางตาแบบนั้น" รินรดาปรับสีหน้ากลับมาเชิ่ดใส่ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว เธอยกมือขึ้นเช็ดแก้มตัวเองลวกๆ กลบเกลื่อนความอับอายที่ถูกอีกฝ่ายเห็นมุมที่อ่อนแอที่สุด
"เปล่าครับ... เอ๊ย! เปล่าค่ะ!" ธันวาเผลอตอบรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดตัวเองที่เกือบหลุดปากพูดคำผู้ชายออกไป "แค่คิดว่า... โลกมันกลมดีเนอะ ไฮโซตกอับ... อภัยครับ หมายถึง คุณรินรดาคนเก่ง ถึงขั้นต้องมาขายแรงงานแลกค่าจ้างขั้นต่ำเลยเหรอครับเนี่ย?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธผสมกับความน้อยเนื้อต่ำใจตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย ดวงตากลมโตเริ่มมีประกายรื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ มือที่ถือสมุดจดสั่นระริกเล็กน้อย
"ใช่ค่ะ! ฉันมันไม่มีเงินรวยล้นฟ้าเหมือนนายหรอก อยากจะหัวเราะเยาะก็ตามใจเลย! เชิญสั่งออเดอร์ได้แล้วค่ะ ถ้าไม่สั่งก็หลีกทาง ฉันต้องไปเสิร์ฟโต๊ะอื่น!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่น พยายามจะเดินเลี่ยงหนีไปทางเคาน์เตอร์ แต่ธันวาไวกว่า เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้หลวมๆ แรงบิดเบาๆ ทำให้เธอต้องชะงักและหันกลับมามองเขาด้วยความไม่พอใจ
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!"
"ไม่ได้บอกว่าจะหัวเราะเยาะสักหน่อย..." ธันวาถอนหายใจเบาๆ แววตาดื้อรั้นกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ทำเอารินรดาถึงกับชะงักค้าง เขาค่อยๆ คลายมือออกจากการจับกุมอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนแก้วมัคเซรามิคสีขาวที่บรรจุโกโก้ร้อนลวดลายหมีน้อยหน้าตาเบี้ยวๆ ไปตรงหน้าเธอ
"นั่งลงก่อนสิครับ... เอ๊ย! เชิญนั่งพักก่อนนะคะ คุณพนักงานพาร์ทไทม์" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด พร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามให้
รินรดากะพริบตาปริบๆ มองแก้วโกโก้ร้อนควันฉุยสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มกวนบาทาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างเปิดเผย ซึ่งนั่นมัน... โคตรจะโกงใจคนฟังเลยให้ตายสิ
"นาย... แกล้งอะไรฉันอีกเนี่ย?" เธอยอมทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างจำยอม ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำจนลืมฟอร์มเดิมๆ
"ไม่ได้แกล้งครับ แค่เห็นว่าคนที่ชอบทำหน้าดุใส่คนอื่น วันนี้หน้าตาดูเหมือนซอมบี้ใกล้หมดแรง..." ธันวาเลื่อนแท็บเล็ตและชีทเรียนออกไปด้านข้าง เพื่อเว้นพื้นที่ให้เธอนั่งสบายขึ้น "วิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคเมื่อบ่าย นั่งหลับไปกี่ตื่นแล้วล่ะครับเนี่ย ถึงได้หน้าตาอิดโรยขนาดนี้"
"นายแอบมองฉันเหรอ?" รินรดาตาโตขึ้น ท่าทีตื่นตัวกลับมาอีกครั้ง
"เปล่าสักหน่อย บังเอิญนั่งโต๊ะใกล้กันต่างหากเล่า" ธันวาแก้ตัวหน้าตาย ทั้งที่ความจริงเขาจำตารางเรียนของเธอได้แม่นยำยิ่งกว่าตารางเรียนของตัวเองเสียอีก ชายหนุ่มดันแก้วโกโก้เข้าไปใกล้เธออีกนิด "ดื่มซะนะ จะได้หายเหนื่อย... ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดจะซ้ำเติมคนที่กำลังตั้งใจทำงานหาเงินหรอกน่า"
รินรดามองหน้าธันวาอยู่นาน สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีกวนๆ ของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ มือเรียวยื่นไปประคองแก้วโกโก้อุ่นๆ ขึ้นมาจิบเบาๆ ความหวานละมุนและความอุ่นซ่านที่ไหลผ่านลำคอช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในกายลงไปได้ครึ่งหนึ่งอย่างน่าประหลาด หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่อ1ธิบายไม่ถูก
"ขอบคุณนะ..." เธอพึมพำเบาๆ เสียงอ่อยจนแทบไม่ได้ยิน
ธันวายิ้มกว้างออกมา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาเท้าคางมองเธออีกครั้งด้วยสายตาที่หวานเชื่อมจนรินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด
"ถ้าอยากขอบคุณ เปลี่ยนเป็นมาเป็นแฟน... เอ๊ย! เป็นเด็กติวให้ผมตลอดเทอมนี้แทนก็พอนะครับ!" ธันวาเผลอหลุดปากพูดประโยคอันตรายออกไปจนได้
รินรดาหันขวับมามองค้อนวงใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากด่าแก้เขิน เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันเปื้อนก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เธอหยิบขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากธันวาที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ บนหน้าจอแชตระบุข้อความว่า:
*[ธันวาคนคลั่งรัก]: "ถ้าเหนื่อยนัก มาซบไหล่ผมได้เสมอนะครับ... ไม่คิดค่าบริการแถมเปย์ชาบูไม่อั้นด้วย!"*
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้นิ้วเรียวกดค้างเพื่อจะกดยกเลิกข้อความนั้นทันที แต่เนื่องจากความล่ำลึกและมือสั่น ร่างบางดันเผลอกดปุ่ม **'ลบสำหรับทุกคน'** พลาดไปโดนปุ่ม **'โทรออก'** แทนเสียนี่!
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันในระยะประชิด รินรดานั่งหน้าซีดตัวแข็งทื่อ ขณะที่ธันวาซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกำลังหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก...
และก่อนที่รินรดาจะทันได้ขยับตัวหนี ธันวาก็กดรับสาย วางโทรศัพท์แนบหู ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาหวานฉ่ำเยิ้ม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้นทันที—
"สายตรงถึงหัวใจคุณพนักงานแล้วครับ... ตกลงจะให้ผมไปรับตอนเลิกงานกี่โมงดีล่ะครับที่รัก?"
ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่าคุณจะอ่านตอนต่อไปด้วยใจที่เต้นรัวเหมือนรินรดานะคะ!
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 6
คาเฟ่ลับกับความลับที่ไม่ลับ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!