"ถ้าจะติวหนังสือกันริมหน้าต่างฝั่งนี้ รบกวนช่วยลดระดับเสียงลงนิดหนึ่งได้ไหมคะ? พอดีกลุ่มของมินตรากำลังทบทวนเคสสัดส่วนการลงทุนที่ต้องใช้สมาธิสูงมากเลยค่ะ เกรงว่าจะรบกวนสมาธิคนอื่นในห้องสมุดรวมโซนเงียบนี้..."
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เคลือบไว้ด้วยความจิกกัดเบาๆ ดังขึ้นเหนือโต๊ะอ่านหนังสือไม้สักตัวยาว รินรดาชะงักมือที่กำลังถือปากกาเน้นข้อความสีพาสเทล เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างระหงในชุดนักศึกษารีดเรียบกริบ มินตรา—ดาวคณะบริหารธุรกิจและเจ้าของตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยปีนี้ยืนกอดอกอยู่ตรงข้าม พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาไม่ถึงดวงตา ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองเอกสารชีทเรียนกระดาษยับยู่ยี่ของรินรดาด้วยหางตา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่ธันวา หนุ่มวิศวะปีสองที่นั่งเท้าคางมองหน้าจอมือถืออยู่ข้างๆ
ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญ เขายังไม่ทันได้อ้าปากเถียงอะไรตามประสาคนปากจัด รินรดาซึ่งรักษาฟอร์มความเป็นติวเตอร์มืออาชีพก็วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'คลิก' เบาๆ เพื่อแสดงอาณาเขต
"ขอโทษด้วยนะคะคุณมินตรา ถ้าการที่พวกเราออกเสียงอธิบายบทMeso-economicsมันดังไปจนรบกวนสมาธิระดับ 'ทีมชาติ' ของคุณ ทางเราจะเบาเสียงลงค่ะ... แต่ถ้าคิดว่าเสียงกระซิบมันเบาเกินไปจนฟังไม่ทัน รินแนะนำให้ย้ายไปนั่งห้องประชุมส่วนตัวที่ชั้นสี่นะคะ พอดีทางมหาลัยเขาจัดไว้ให้สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงเป็นพิเศษค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนพอกัน รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้ทำเอามินตราหน้าตึงขึ้นมาทันที
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ "แหม... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณติวเตอร์ตกอับที่รับจ้างสอนพิเศษหาเงินใช้รายชั่วโมงนี่เอง ถึงว่าสิคะ บรรยากาศรอบตัวถึงได้ดู... อารมณ์เหมือนร้านขายของมือสองดีค่ะ" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'มือสอง' พร้อมกับปรายตามองกระเป๋าผ้าแคนvasเก่าๆ ของรินรดาที่วางอยู่บนเก้าอี้
ธันวาที่นั่งเงียบมานานขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรและใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไร้รอยยิ้มทำให้มินตราเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ในหัวสมองของหนุ่มวิศวะสายมโนกำลังประมวลผลฉากในละครหลังข่าวที่นางเอกโดนรังแก แล้วพระเอกต้องเข้าไปปกป้องด้วยประโยคเท่ๆ ว่า *'แฟนผม ผมสอนเองได้ คุณไม่ต้องเสือก!'*... แต่ติดตรงที่ว่าเขายังไม่ใช่แฟนเธอนี่สิคะ!
*('โธ่เว้ย! ถ้าพูดประโยคเมื่อกี้ออกไปตอนนี้ มีหวังโดนยัยรินเอาแฟ้มฟาดหัวแตกแน่ๆ แต่ถ้าไม่พูด หน้าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายคณะวิศวะมันค้ำคออยู่นะเว้ยธันวา!')* ธันวาคิดในใจอย่างหัวเสีย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงจนน่ากลัว
"พอดีว่าสมองของผมมันรับข้อมูลจากคนอื่นได้จำกัดครับ... อ๊ะ หมายถึงเฉพาะคนฉลาดๆ น่ะนะ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คน' พร้อมกับมองเลยผ่านมินตราไปทางอื่นราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ "ส่วนเรื่องเสียงรบกวน ถ้าคุณมินตรากลัวว่าเสียงผมจะดังเกินไปจนทำให้สมาธิหลุดลอยไปถึงดาวอังคาร รบกวนใส่ที่อุดหูสีชมพูมุ้งมิ้งตามสไตล์คุณดีไหมครับ? น่าจะช่วยได้เยอะเลยล่ะ"
"นี่นายธันวา!" มินตราหน้าเสีย เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธที่โดนหักหน้าต่อหน้าเพื่อนในกลุ่มที่ยืนล้อม
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รบกวนถอยออกไปหน่อยนะคะ บังแสงสว่างหมดแล้วค่ะ" รินรดาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เธอหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมเขียนกราฟอุปสงค์อุปทานต่อราวกับมินตราเป็นเพียงฝุ่นผงบนโต๊ะ
ท่าทีที่นิ่งสงบและไม่สะทกสะท้านของรินรดายิ่งทำให้มินตราโกรธจัดจนควบคุมอารมณ์แทบไม่อยู่ ดาวมหาลัยก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ มือเรียวที่ทาเล็บเจลราคาแพงเอื้อมไปคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ริมโต๊ะของรินรดาด้วยความหมั่นไส้ ตั้งใจจะปัดให้มันหกเลอะชีทเรียนราคาแพงพวกนั้นให้สะใจ
"ระวัง!" ธันวาอุทานลั่น เขายื่นมือออกไปคว้าข้อม้อมินตราไว้ได้ทันก่อนที่แก้วกาแฟจะคว่ำ น้ำหวานสีเข้มกระฉอกออกมาเลอะหลังมือหนาเล็กน้อย แต่มันไม่ได้หยดลงบนเอกสารของรินรดาเลยแม้แต่หยดเดียว
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที นักศึกษาคนอื่นๆ ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่โต๊ะใกล้เคียงหันมามองเป็นตาเดียว มินตราหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและตกใจที่โดนผู้ชายจับข้อมือต่อหน้าธารกำนัล
"อย่าหาทำตัวเป็นนางร้ายละครหลังข่าวเลยครับ มันเชยแล้ว" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ดวงตาคมกริบมองมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าอยากได้ซีนนางเอก มึงไปลงสมัครละครนิสิตเถอะครับ ที่นี่ห้องสมุด เขาเอาไว้ใช้สมอง ไม่ได้เอาไว้ใช้สันดาน"
"นาย... นายกล้ามากนะธันวา!" มินตราสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมอย่างแรง เธอจ้องหน้ารินรดาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะยัยยาจก คิดเหรอว่าเกาะผู้ชายกินแบบนี้แล้วจะลืมตาอ้าปากได้จริงๆ!" พูดจบเธอก็สะบัดก้นเดินหนีหายไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะติวอีกครั้ง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอก้มมองหลังมือของธันวาที่เปื้อนคราบกาแฟเหนียวเหนอะหนะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
"เอ่อ... มือเลอะหมดเลย ขอบคุณนะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านอยู่ในอกอย่างน่าประหลาด
ธันวาแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกถึงใบหู ในหัวสมองของพ่อหนุ่มสายมโนกำลังบรรเลงเพลงรักหวานซึ้ง พร้อมกับจินตนาการภาพตัวเองกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้รินรดาอย่างอ่อนโยน... *('โอ๊ย เมื่อกี้กูเท่มาก นางเอกต้องใจละลายแน่ๆ แบบนี้ต้องมีขอรางวัลเป็นหอมแก้มสักฟอด... เอ้ย ไม่ใช่สิ!')*
"ถ้าสำนึกบุญคุณ... คราวหน้าช่วยเลี้ยงชาไข่มุกไข่มุกสองเท่า ลดหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยนะติวเตอร์ริน" ธันวาเปลี่ยนโหมดกลับมาทำหน้ามึนตึงกวนประสาทตามเดิมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นมือที่เลอะกาแฟไปตรงหน้าเธอหน้าตาเฉย "ไหนๆ ก็ทำมือฉันเปื้อนละ รับผิดชอบด้วยการเช็ดให้ด่วนเลย"
รินรดาค้อนใส่เขาคว่ำวงหนึ่ง แต่ก็ยอมหยิบกระดาษทิชชบนโต๊ะมาเช็ดคราบกาแฟให้เขาอย่างเบามือ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... หน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาที่คว่ำอยู่บนโต๊ะสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวที่เด้งขึ้นมาโชว์หราให้เห็นชื่อของใครบางคน—คนที่รินรดาไม่มีวันคาดคิดว่าจะส่งข้อความมาหาเขาในเวลานี้!
ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่าคุณจะอ่านตอนต่อไปด้วยใจที่เต้นรัวเหมือนรินรดานะคะ!
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 5
เมื่อดาวคณะมาขวางทาง
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!