วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 9

งานกีฬาสีวิศวะฯ เดือด

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"มึงตั้งสติดีๆ นะธันวา... ถ้ามึงก้าวขาลงไปวิ่งไอ้รายการวิบากกรรมบ้านี่ มีหวังกระดูกกระ이ซกระซ่ายกลับมาให้แม่พับใส่กล่องพัสดุแน่ๆ" เกียร์เขย่าไหล่เพื่อนรักจนหัวสั่นหัวคลอน แต่สติของนายธันวา พิศาลภักดี ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่คำเตือนหวังดีนั่นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกแก๊ปสีดำกำลังจดจ้องไปยังอัฒจันทร์ฝั่งคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ซึ่งร่างเพรียวบางในเสื้อยืดสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์ขาสั้นกำลังนั่งถือขวดน้ำเกลือแร่ท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยง รินรดากำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรบางอย่างลงในสมุดเล่มเล็ก ท่าทางจริงจังนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนคนมองเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ก็ไหนเธอบอกว่าเกลียดแดดนักหนาไงล่ะ... แต่พอรู้ว่าเขาลงแข่งวิ่งกระสอบผสมวิ่งผลไม้ในงานกีฬาสีคณะวิศวะฯ-เศรษฐศาสตร์ คุณติวเตอร์สาวคนสวยก็ยอมสละเวลาอันมีค่ามานั่งเป็นกองเชียร์ (จำเป็น) ให้ซะอย่างนั้น แม้ปากจะบอกว่าโดนเกียร์จ้างมาด้วยชานมไข่มุกห้าแก้วก็เถอะ "มึงไม่เข้าใจหรอกเกียร์..." ธันวาปัดมือเพื่อนออกเบาๆ พร้อมกับยืดอกขึ้นด้วยความมั่นใจที่ล้นปรี่จนทะลัก "นี่คือโอกาสทองในการกู้ภัยหัวใจไฮโซตกอับของกูนะเว้ย ผู้หญิงเขาแพ้ผู้ชายที่ทุ่มเทและเสียสละ ดูรอยยิ้มเมื่อกี๊ดิ... เธอต้องประทับใจในความแมนของกูจนเนื้อเต้นแน่ๆ" "อ๋อเหรอ..." เกียร์ลากเสียงยาวพร้อมกับเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้สุดขีด ชี้ไปยังสนามแข่งที่เต็มไปด้วยกองทัพนักศึกษาวิศวะร่างยักษ์กล้ามเป็นมัดๆ ที่กำลังยืนวอร์มอัพด้วยท่าทางน่ากลัวราวกับจะไปออกศึกบางระจัน "แล้วมึงเห็นไอ้พวกนักกีฬาฝั่งโน้นยัง นั่นมันทีมนักกีฬามหาลัยเก่าทั้งนั้นนะเว้ย! ส่วนมึง... มีดีแค่สกิลมโนกับหน้าตาที่บังเอิญเหมือนพระเอกซีรีส์เกาหลีตอนท้องเสีย!" "ปากหมาแบบนี้ เดี๋ยวตอนกูชนะขึ้นมา อย่ามาขอส่วนแบ่งรอยยิ้มจากรินรดานะเว้ย" ธันวาว่าแค่นั้นก็สะบัดหน้าหนี เดินยืดอกเข้าไปรายงานตัวที่โต๊ะกรรมการ ทิ้งให้เกียร์ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเวทนา เสียงนกหวีดดังลั่นสนาม กลิ่นไอฝุ่นตลบอบอวลผสมผสานกับเสียงเชียร์กระหึ่มของเหล่ากองเชียร์ที่ตะโกนชื่อคณะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ธันวายืนอยู่ข้างในกระสอบป่านหยาบๆ กลิ่นอับๆ ชื้นๆ ที่ลอยเข้าจมูกไม่ได้ทำให้ความฮึกเหิมของเขาลดน้อยลงเลย สายตาคมกวาดมองไปบนอัฒจันทร์อีกครั้ง เห็นรินรดากำลังเงยหน้าขึ้นมามองพอดี เธอชูสองนิ้วส่งยิ้มบางๆ มาให้ หัวใจดวงโตของนายวิศวะสายมโนกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลในวัด *เอาวะ! เพื่อรอยยิ้มของรินรดา ถึงตายก็ยอมโว้ย!* ธันวาตะโกนก้องในใจ "เปรี๊ยะ!" สิ้นเสียงสัญญาณปล่อยตัว ธันวาออกตัวกระโดดสุดแรงเกิดด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ภาพในหัวของเขาตอนนี้ช่างงดงามราวกับมิวสิควิดีโอเพลงรักวัยรุ่น เขากระโดดโหยงเหงงนำหน้าคู่แข่งไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เสียงกรี๊ดกร๊าดจากฝั่งเศรษฐศาสตร์ดังลั่นสนั่นหู ยิ่งทำให้ธันวาฮึกเหิมหนักเข้าไปอีก จนเผลอหันไปโบกมือให้รินรดาขณะที่กำลังกระโดดจัมพ์ครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนมือวิ่งผลไม้ และนั่น... คือความผิดพลาดมหันต์ที่ทำให้เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนี "เฮ้ยระวัง!" เสียงตะโกนของเกียร์ดังขึ้นไล่หลังมาไม่ทันไร ปลายรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดของธันวาเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวเข้ากับชายกระสอบป่านที่รุ่ยรุ่ย แรงเหวี่ยงจากการหันไปแอ็คท่าหล่อใส่สาวทำให้ศูนย์ถ่วงของร่างกายเสียทันที ร่างสูงโปร่งของหนุ่มวิศวะลอยเคว้งคว้างกลางอากาศชั่วเสี้ยววินาที ราวกับนกปีกหักที่กำลังร่วงหล่นจากฟ้า ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะฟาดลงไปนอนกองกับพื้นสนามหญ้าอย่างไม่เป็นท่า! *ตุ้บ!* เสียงเนื้อกระทบพื้นดินดังสนั่น ตามด้วยเสียงแตงโมลูกโตที่อยู่ในคิววิ่งผลไม้หลุดจากมือกลิ้งหลุนๆ ไปชนเข้ากับขาของกรรมการสนามเข้าอย่างจัง ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เสียงหัวเราะลั่นสนามจะระเบิดขึ้นราวกับฟ้าผ่า ธันวานอนแผ่หลาอยู่กลางสนาม แขนขาเกะกะระเกะระกะ หมวกแก๊ปหลุดกระเด็นไปไกลลิบ ฝุ่นดินคลุ้งติดเต็มใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความจุกและ... ความอับอายขายขี้หน้าขั้นสุด! *ฉิบหายแล้ว... ภาพลักษณ์พระเอกขี่ม้าขาวของกูพังทลายไม่เหลือชิ้นดี!* "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โอย กูจะขำตาย! สมน้ำหน้าไอ้ธันวา อยากเก๊กนักเป็นไงล่ะ ได้กินหญ้าสมใจอยากเลยมึง!" เกียร์ที่ยืนอยู่ข้างสนามหัวเราะจนตัวงอ น้ำตาเล็ดราด บนอัฒจันทร์ฝั่งเศรษฐศาสตร์ รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความขบขันระคนเห็นใจ เธอรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลัดเลาะลงมาจากอัฒจันทร์ด้วยความรวดเร็วโดยไม่สนใจสายตาใคร ในขณะที่ธันวากำลังพยายามยันตัวเองลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล หน้าตาบูดเบี้ยวเพราะความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าขวา จู่ๆ เงาร่างของใครบางคนก็ทาบทับลงมาบังแสงแดดจัด "ลุกไหวไหมคะเนี่ย... คุณพ่อพระเอกนักกีฬา?" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยแซวแกมหัวเราะเบาๆ ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ภาพของรินรดายืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มล้อเลียนปรากฏชัดอยู่ในดวงตา ในมือเธอมีผ้าเย็นและขวดน้ำเกลือแร่เตรียมพร้อม แม้ปากจะแซบแต่แววตานั้นกลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด "ริน..." ธันวาครางอ่อยๆ หน้าตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ "เธออย่าเพิ่งซ้ำเติมฉันเลยนะ เจ็บตัวไม่เท่าไหร่... แต่เจ็บใจเนี่ยสิ ทำไมฉันต้องมาซุ่มซ่ามต่อหน้าเธอด้วยเนี่ย โอกาสสร้างคะแนนติดลบติดลบจนทะลุปรอทแน่ๆ เลย" รินรดาส่ายหัวเบาๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา ใช้ผ้าเย็นที่เตรียมมาค่อยๆ ซับคราบฝุ่นและเหงื่อบนหน้าผากให้ด้วยความเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนและใกล้ชิดกันจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ทำให้ธันวาใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งแข่งซะอีก ลืมความเจ็บที่ข้อเท้าไปชั่วขณะ "ใครบอกว่าติดลบกันล่ะคะ..." รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา พอมุมปากอมยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำเอาหัวใจคนมองละลายกลายเป็นจุล "อย่างน้อย... ความพยายาม (และความซุ่มซ่าม) ของคุณ ก็ทำให้ฉันรู้ว่า... นายวิศวะสายมโนคนนี้ ไม่ได้เก่งแค่โม้จริงๆ นะคะ" ธันวาชะงัก ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองรอยยิ้มของเธอนิ่งงัน ทว่า... บรรยากาศแสนหวานกำลังชวนเคลิบเคลิ้มนั้น กลับต้องสะดุดกึกเมื่อเงาร่างของใครอีกคนก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างเสียมารยาท "อุ๊ยตาย! พี่ธันวาเจ็บตัวเหรอคะเนี่ย น่าสงสารจังเลย ให้มินตราช่วยดูแผลให้นะคะ พอดีมินตราพกยาหอมกับพลาสเตอร์ยามาด้วย" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างของมินตรา ดาวมหาวิทยาลัยในชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวธันวาอย่างรวดเร็วเกินความจำเป็น มือเรียวเล็กทำท่าจะเอื้อมมาแตะแขนเขา แต่ธันวาชักแขนหลบตามสัญชาตญาณทันที รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งเรียบลงทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน "เชิญตามสบายเลยค่ะ พอดีฉัน 'หมดหน้าที่' ตรงนี้แล้ว" รินรดายัดขวดน้ำเกลือแร่ใส่มือธันวาแรงๆ ก่อนจะหันหลังขวับเตรียมเดินหนี ธันวารีบคว้าข้อมือเธอไว้โดยไม่รู้ตัว "เดี๋ยวก่อนรินรดา! ฟังฉันก่อน!" "ปล่อยค่ะ!" รินรดาหันมามองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทที่ทำเอาธันวาเสียวสันหลังวาบ "เก็บมือไว้ให้คุณมินตราเขาดูแลเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวซ้ำซ้อนอีก!" พูดจบเธอก็สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมแล้วเดินจ้วงอ้าวหนีหายเข้าไปในฝูงชนทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายสักคำ ธันวานั่งหน้าซีดเผือด หันขวับไปมองมินตราที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่เกียร์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเวทนาแกมสมเพช "บันเทิงพอกลับบ้านแล้วล่ะมึง งานนี้... สงสัยมึงต้องไปนอนเฝ้าหน้าคณะเศรษฐศาสตร์เป็นสัปดาห์แน่ๆ" ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจกระวนกระวายยิ่งกว่าโดนไฟลน เขาควบมือถือขึ้นมาอย่างไร้สติ นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความหายนะส่งไปหารินรดารัวๆ โดยไม่ทันได้ยั้งคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา *[แชตลับ: ธันวา (วิศวะสายมโน)]* *ธันวา: รินรดาฟังผมก่อน! ยัยมินตรามันเสือกเข้ามาเองนะเว้ย! ผมไม่ได้อยากให้มันมาแตะตัวสักนิด!* *ธันวา: ถ้าคุณโกรธผม จะด่าจะตีผมยังไงก็ได้ แต่อย่าเพิ่งเมินกันแบบนี้เลยนะ...* *ธันวา: รินรดาครับ... ผมชอบคุณจริงๆ นะเว้ย! ชอบมานานแล้วด้วย!* นิ้วโป้งเจ้ากรรมดันเผลอกดส่งข้อความสารภาพรักยาวเหยียดนั้นออกไปอย่างรวดเร็วกว่าความคิด! ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด รีบละล่ำละลักใช้นิ้วจิ้มปุ่ม "ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน" ทันทีด้วยความลนลาน ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์กลับปรากฏเครื่องหมายตกใจสีแดงเด่นหร่า พร้อมกับสถานะที่โชว์หราว่า... **"รินรดา อ่านแล้ว"** (ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ที่คั่นหนังสือสีชมพู"เสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%