วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 2

คะแนนสอบหรือคะแนนใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถ้าคุณยังคิดว่ากราฟอุปสงค์อุปทานมันยากกว่าการเข้าใจหน้าตาหล่อๆ ของผม ก็เตรียมตัวตกมีนได้เลยค่ะคุณติวเตอร์ไฮโซ” เสียงทุ้มติดจะกวนประสาתוของธันวา ลอยมากระทบโสตประสาทของรินรดา พร้อมกับแรงดีดนิ้วดัง *เป๊าะ* ลงบนสันหนังสือเศรษฐศาสตร์จุลภาค เล่มหนาเตอะที่วางอยู่ตรงหน้า รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ความคิด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเจ้าของร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบเอียงคอส่งยิ้มกวนประสาทมาให้อย่างหมั่นไส้ นี่คือห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง กระดาษ A1 และผู้ชายกล้ามโตใส่ช็อปสีแดง แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่าง “คุณหนูตกอับ” ที่ต้องมารับจ้างติวหนังสือแลกเงิน กับ “วิศวะตัวแสบ” ที่จ้างเธอมาเรียนพิเศษทั้งๆ ที่สมองของเขาอาจจะอัจฉริยะเกินกว่าจะมานั่งท่องทฤษฎีตลาดแข่งขันสมบูรณ์แบบพวกนี้ “นี่ธันวา! ถ้าคุณยังไม่เลิกกวนประสาทแล้วตั้งใจฟัง ฉันจะคิดค่าสอนเพิ่มชั่วโมงละสองเท่า” รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือเรียวสวยกำปากกาไฮไลต์สีชมพูแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่มักจะกระเจิงทุกครั้งที่อยู่ใกล้รังสีความกวนของพ่อหนุ่มคนนี้ “โห ใจร้ายจังเลยครับริน…” ธันวาทำหน้ามอยเหมือนหมาถูกทิ้ง—หรืออย่างน้อยก็พยายามทำแบบนั้น—ก่อนจะลากเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่กว้างแทบจะเบียดชิดกับไหล่บางของเธอ “จะให้เพิ่มค่าสอนเป็นสองเท่าหรือเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขอเปลี่ยนเป็นวิธีจ่ายค่าตอบแทนเป็น... พาไปเดทที่สยามสแควร์วันเสาร์นี้แทนได้ป่ะล่ะ” รินรดาชะงัก เผลอมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้จนเกินระยะปลอดภัย จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักลึกที่มักจะมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เสมอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ เธอรีบเบือนหน้าหนีแล้วแกล้งก้มลงมองตัวเลขกราฟยึกยือบนกระดาษ “เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ธันวา! นี่เวลาเรียนนะคะ ไม่ใช่เวลามาจีบ” “อ้าว ใครเพ้อเจ้อ?” ธันวาเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ผมพูดเรื่องจริงต่างหาก... ลองคิดภาพตามนะริน ถ้าเราเดินจูงมือกันกินไอติมร้านดังแถวนั้น ท่ามกลางแสงไฟนีออนยามเย็น แล้วผมก็ก้มลงกระซิบข้างหูคุณว่า *‘ไอติมรสรินรดาน่ะ หวานสู้เจ้าของไม่ได้หรอก’*... อื้อหือ โรแมนติกเป็นบ้าเลยเนอะว่ามั้ย” พรวด! รินรดาเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง เธอเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองผู้ชายข้างกายด้วยความรู้สึกอึ้งแก แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ สมองของเธอน็อกไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคเลี่ยนเรี่ยราดที่หลุดออกมาจากปากของคนหน้าตายอย่างธันวา นี่เขา... เป็นบ้าอะไรเนี่ย? จู่ๆ ก็จินตนาการฉากสวีทขึ้นมากลางห้องสมุดแถมยังหลุดปากพูดออกมาโต้งๆ แบบนี้เนี่ยนะ! “คุณ... คุณสมองกลับเหรอธันวา!” รินรดาแหวใส่เสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดปนกระดากอาย เธอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับโดนของร้อน “ใครจะไปจูงมือกับคุณ! ใครจะไปกินไอติมเลี่ยนๆ นั่น! แล้วไอ้มุกเสี่ยวๆ นั่นไปเอามาจากไหนห๊ะ!” ธันวาไม่ได้มีความสะทกสะท้านเลยสักนิด เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด ยามที่มองท่าทีตื่นตูมของติวเตอร์สาวตัวเล็กตรงหน้า เขายื่นมือหนามาหมายจะเคาะหน้าผากมนเบาๆ เป็นการหยอกล้อเหมือนเคย แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับโดนของร้อน “ก็หน้าคุณตอนนี้มันฟ้องนี่ครับ ว่ากำลังคิดภาพตามที่ผมพูดอยู่จริงๆ” ธันวาเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวชวนใจสั่น “จริงมั้ยล่ะ... ยอมรับมาเถอะว่าเมื่อกี้แอบเขินผมอยู่” “ใครเขิน! ฝันไปเถอะธันวา!” รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตากลมโตหลบวบวาดไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าเขาจะจับพิรุธได้ว่าหัวใจเธอนั้นเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว “ฉันไม่ได้ว่างมาเพ้อเจ้อไร้สาระแบบคุณนะ คะแนนสอบมิดเทอมสัปดาห์หน้าต่างหากที่ฉันต้องเครียด ถ้าคุณยังตกมีน วิชาเศรษฐศาสตร์นี่นะ ฉันนี่แหละจะโดนหักเงินเดือนจนไม่มีปัญญาซื้อข้าวแกงกินแล้ว!” “โธ่ รินคนสวย…” ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงมาเป็นอ้อนวอนแกมเจ้าเล่ห์ เขาเลื่อนกระดาษคำนวณมาตรงหน้าเธอ ปากก็พูดต่อไม่หยุด “เรื่องเรียนน่ะผมไม่เคยปล่อยให้ตกต่ำอยู่แล้วน่า แค่... ถ้าผมสอบได้คะแนนท็อป หรืออย่างน้อยก็ติดกลุ่มท็อปไฟว์ของเซค คุณต้องมีรางวัลให้ผมนะ” “รางวัลอะไรอีก แค่ฉันรับจ้างติวให้คุณจนหัวจะระเบิดนี่ก็ถือว่าทำบุญสร้างกุศลให้ชาติหน้าแล้วค่ะ!” “รางวัลเป็น... ไปดินเนอร์มื้อค่ำกับผมสักมื้อ ที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกสูงวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตกลงตามนี้นะ” ธันวาพูดสรุปเอาเองเสร็จสรรพโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธสักคำ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้เขาดูหล่อร้ายกาจจนน่าตีให้ตายสักที รินรดาอ้าปากค้าง จะเอ่ยปากปฏิเสธคำชวนหน้ามึนนั้น แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ จู่ๆ หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ที่เด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชื่อผู้ส่งคือ **“มินตรา”** ดาวคณะบริหารธุรกิจสาวสวยแซ่บ ผู้หญิงที่ใครๆ ก็รู้ว่าตามตื๊อและประกาศตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหนุ่มวิศวะคนนี้มานานนับปี ข้อความบนหน้าจอนั้นสั้นกระชับแต่บาดตาบาดใจ: *[ธันวาคะ เย็นนี้เสร็จธุระแล้วไปหาอะไรกินกันนะ มินรอที่เดิมค่ะ]* บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของรินรดาหุบฉับลงทันที ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งๆ ที่เธอบอกตัวเองเสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับธันวาเป็นแค่ “ติวเตอร์กับลูกศิษย์” และ “คู่กัดเฉพาะกิจ” เท่านั้น แต่ทำไมพอเห็นชื่อของผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความหาเขา หัวใจมันถึงได้รู้สึกหน่วงๆ และหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ธันวาที่เพิ่งสังเกตเห็นว่ารินรดาเงียบไป และมองไปที่โทรศัพท์ของเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป รีบเอื้อมมือไปคว่ำโทรศัพท์เครื่องนั้นลงอย่างรวดเร็วราวกับกลัวความผิด ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบนั้นยิ่งทำให้รินรดารู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อเขาสักที “อ๋อ... มีคนนัดไปกินข้าวที่อื่นนี่เอง งั้นก็เชิญไปเลยค่ะคุณธันวา ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาติวกับติวเตอร์ตกอับคนนี้หรอก เสียเวลาเปล่าๆ!” รินรดาพูดเสียงสะεด สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความน้อยใจที่เจ้าตัวก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าเกิดขึ้นจากอะไร ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นท่าทีประชดประชันนั้น ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวมาขวางหน้าเธอไว้ไม่ให้เก็บหนังสือลงกระเป๋า ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังหลบเลี่ยง “หึงเหรอครับ?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม แถมยังอมยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ “ใครหึง! อย่าหลงตัวเองน่าธันวา! ฉันแค่เสียดายเวลาติวต่างหากเล่า!” รินรดาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบด้วยความจำนนต่อหลักฐาน ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีจนแผ่นหลังชิดกับพนักเก้าอี้ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความกวนประสาท “ไม่ได้หึงก็ดีแล้วครับ... งั้นฟังไว้นะริน” ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวระรัวในความเงียบ “ต่อให้มีผู้หญิงกี่ร้อยคนมาชวนไปกินข้าว...” เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา กดพิมพ์ข้อความบางอย่างอย่างรวดเร็วโดยไม่ละสายตาจากเธอ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ “...ผมก็เลือกจะนั่งโง่ๆ ฟังคุณบ่นเรื่องกราฟอุปสงค์อุปทาน อยู่ตรงนี้กับคุณคนเดียวอยู่ดีนั่นแหละครับ” ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะ รินรดาชะงัก รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ข้อความล่าสุดที่ส่งมาจากแชทส่วนตัวของธันวา ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ *[ธันวา: ถ้าไม่อยากให้ผมไปกินข้าวกับคนอื่น เย็นนี้... ไปกินชาบูกับผมนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผมจะจูบโชว์กลางห้องสมุดจริงๆ ด้วย]* รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนพิมพ์ที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะกระกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ รอยยิ้มร้ายกาจที่ส่งมาให้นั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่า... พ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ไม่ได้แค่ขู่เล่นๆ แน่นอน! — ที่คั่นหนังสือสีชมพู ❤️
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%