"ถ้าชั่วโมงละสามร้อยบาทแล้วยังสอนให้ฉันเข้าใจตรีโกณมิติไม่ได้ภายในวันนี้ เธอก็เตรียมตัวไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าคณะวิศวะฯ ได้เลยนะ..."
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทแบบไม่คิดจะเกรงใจใครดังขึ้น ทำเอารินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดหนังสือสรุปสูตรคณิตศาสตร์บนโต๊ะติวเตอร์ไม้สีซีดในห้องสมุดคณะ ถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คมกริบราวกับจะเชือดเฉือนเนื้อหนังให้ขาดเป็นวิ่น ๆ
ธันวา—ไอ้หนุ่มวิศวะปีสองร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยกระดุมบนหลุดออกสองเม็ด นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งควงปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นไปมา ส่วนนัยน์ตากลมโตคมเข้มคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคางด้วยสายตาที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะเอาแฟ้มสันห่วงฟาดหน้าหล่อ ๆ นั้นสักทีสองที
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟหรือลูกจ้างขัดรองเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถึงได้ต้องมาทนรับคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้ชายปากเสียแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะกระเป๋าเงินใบสวยที่เคยอัดแน่นด้วยบัตรเครดิตหลากหลายสกุลตอนนี้เหลือเงินสดติดตัวอยู่แค่หลักร้อย แถมบิลค่าเช่าห้องพักเดือนนี้ก็จ่อคอหอยจนแทบจะหายใจไม่ออก รินรดาไม่มีวันยอมก้มหัวลงมาทำอาชีพติวเตอร์จำเป็นให้คุณชายตกยาก (ที่ปากดีแต่สมองกลวง) คนนี้เด็ดขาด
"คุณธันวาคะ กรุณาทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะคะว่าฉันมาทำหน้าที่ 'ติวเตอร์' ไม่ใช่ 'นางฟ้าใจดีผู้เสกเกรด A เข้าปากคุณ' ถ้าสมองของคุณมันรับข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้ กรุณาใช้เวลาว่างไปบริจาคทานให้สมองส่วนหน้ามากกว่าจะมานั่งทำท่าทางกรุ้มกริ่มใส่ฉันค่ะ!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าในใจจะแอบเบ้ปากให้กับความอวดดีของอีกฝ่ายจนเมื่อยคอแล้วก็ตาม
ธันวาไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนมองถึงกับหน้าร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้แกล้งแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่ฟ่อ
"โห... ดุจังเลยวะ" ธันวาแกล้งเปรยออกมาลอย ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะติวเตอร์อีกนิดจนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "ดุแบบนี้... เวลาอยู่บนเตียงจะดุเหมือนตอนติวเลขหรือเปล่าว้า แบบว่าถ้าสอนไม่เข้าใจ... เปลี่ยนเป็นลงโทษด้วยวิธีอื่นแทน น่าจะเวิร์กกว่านะรินรดา"
*เพล้ง!*
เสียงสติในหัวของรินรดาขาดผึ่งลงทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้ามใจไม่ให้หยิบน้ำอุ่นราดหัวไอ้คุณชายจอมมโนนี่ไม่ได้ หญิงสาวกระแทกปากกาลงบนสมุดโน้ตเสียงดังสนั่นจนคนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นในนาทีนี้
"นี่คุณ! พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ อยากโดนฟ้องข้อหาคุกคามทางเพศหรือไง!"
"อ้าว... ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไง แค่เมื่อกี้... ในหัวฉันมันแอบคิดไปไกลนิดหน่อยเอง" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองเธอด้วยประกายตาวับวาว "เมื่อกี้ตอนที่เธอนั่งขมวดคิ้วแล้วด่าฉันฉอด ๆ ภาพในหัวฉันมันตัดไปที่งานแต่งงานของเราเรียบร้อยแล้วนะรินรดา เธอใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่องยืนหน้าบูดอยู่ข้างฉัน ส่วนฉันก็ใส่สูทเท่ ๆ กำลังก้มลงไป... อื้อหือ หวานหยดย้อยจนมดขึ้นจอสมุดแล้วเนี่ย"
*ไอ้บ้า! ไอ้คนเพ้อเจ้อ! ไอ้คนประสาทแดก!*
รินรดาได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ เธออยากจะหยิบยางลบปาใส่หน้ากวน ๆ นั่นเสียจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เอาสมองส่วนไหนคิดวะเนี่ย ติวเตอร์คณิตศาสตร์กับเจ้าสาวงานแต่งงานมันเชื่อมโยงกันตรงไหน! นี่เขาเป็นวิศวะหรือเป็นคนไข้จิตเวชที่หลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้ากันแน่ ถึงได้จินตนาการบรรเจิดยิ่งกว่านิยายรักวัยรุ่นที่เธอเคยอ่านสมัยมัธยมเสียอีก
"หยุดเพ้อเจ้อแล้วเปิดหนังสือบทที่สามเดี๋ยวนี้เลยนะคะธันวา! ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจาไร้สาระ ฉันจะยกเลิกสัญญาการสอนแล้วเดินออกจากห้องนี้ทันที และบอกไว้ก่อนนะคะว่าคุณจะไม่ได้เงินมัดจำคืนแม้แต่บาทเดียวด้วย!" รินรดาขู่เสียงเข้ม พร้อมกับใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนหน้ากระดาษหนังสือเรียนเสียงดังปุก ๆ เพื่อเรียกสติอีกฝ่ายกลับมา
ธันวาแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดาย ยอมผายมือออกทั้งสองข้างอย่างจำยอม แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากยังคงไม่จางหายไปไหนเลยสักนิด
"โอเค ๆ ยอมก็ได้... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถึงฉันจะเลิกคิดเรื่องชุดเจ้าสาวของเธอตอนนี้ แต่ถ้าคืนนี้เธอนอนไม่หลับแล้วเผลอคิดถึงหน้าหล่อ ๆ ของฉันขึ้นมา ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะ เพราะคนมันเสน่ห์แรงอะเนอะ ช่วยไม่ได้จริง ๆ"
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าเป็นรอบที่ร้อยของวัน เธออยากจะควักยาลดกรดในกระเป๋ามาซดแก้ช้ำใจเสียเดี๋ยวนี้ คิดผิดมหันต์... เธอคิดผิดมหันต์จริง ๆ ที่รับงานนี้เพื่อแลกกับเงินสามพันบาท เพราะดูทรงแล้ว... กว่าเธอจะติวให้ไอ้หมอนี่สอบผ่านวิชาแคลคูลัสได้ เธอคงต้องประสาทกินตายไปข้างหนึ่งก่อนแน่ ๆ
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าเด็กวิศวะจอมมโน จู่ ๆ หน้าจอมือถือวางคว่ำอยู่บนโต๊ะของเธอก็สั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกับแสงไฟแจ้งเตือนข้อความไลน์ที่เด้งรัวติดต่อกันสามครั้งติด
หญิงสาวก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอเพื่อดูว่าใครกันที่ส่งข้อความมาขัดจังหวะชีวิตเธอในเวลาวิกฤตแบบนี้ แต่พอสายตาปะทะเข้ากับชื่อของคนที่ส่งข้อความมา หัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเร่าด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
*ข้อความจาก: แม่*
*เนื้อหา: "รินลูก... ทางบ้านเราแย่แล้วนะ เจ้าหนี้เขามาที่บ้านเมื่อกี้ แม่กับพ่อไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว ลูกพอจะมีเงินสำรองเก็บบ้างไหม... ช่วยแม่ทีเถอะลูก"*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วปลายนิ้วมือ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความหรูหรา ชีวิตคุณหนูไฮโซที่เคยมีทุกอย่างตามใจปรารถนา พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาในชั่วพริบตาเดียว ภาพความกดดันภาระหนี้สินนับล้านที่พ่อแม่แบกรับไว้ถาโถมเข้ามาในอกจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวาที่นั่งมองปฏิกิริยาของติวรดาอยู่ตลอดเวลา สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าสวยหวานที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของชายหนุ่มเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังและห่วงใยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"รินรดา... เป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงทุ้มเอמהถามด้วยความนุ่มนวลผิดหูผิดจากเมื่อครู่ ร่างสูงขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เธออีกนิดโดยอัตโนมัติ
รินรดารีบคว่ำหน้าจอมือถือลงอย่างลนลาน เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก พยายามฝืนปั้นหน้าทำเป็นปกติแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พร้อมกับส่งยิ้มฝืน ๆ ที่ดูแย่ที่สุดในชีวิตให้
"เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไร เรามาติวกันต่อเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลาแล้ว" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยจนปกปิดไม่มิด
ธันวาหรี่ตามองเธอด้วยความไม่เชื่อ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง
มือหนาเอื้อมไปคว้ามือบางของรินรดาที่กำลังสั่นเทาอยู่บนโต๊ะมากุมไว้แน่นโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นเฉียบของมือเธอ ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจระคนงุนงง
"ถ้าเหนื่อยนัก... ก็พักก่อนก็ได้นะ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ อบอุ่น และจริงใจอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากผู้ชายคนนี้ "ถึงฉันจะชอบกวนประสาทเธอ... แต่ถ้าวันไหนที่เธอรู้สึกว่าโลกมันใจร้ายกับเธอเกินไป... จำไว้ว่าตรงนี้ยังมีติวเตอร์หนุ่มสุดหล่อคนนี้ ที่พร้อมจะรับฟังและ..."
รินรดายังไม่ทันได้ฟังประโยคบอกเล่าสุดเลี่ยนจนจบดี จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากเครื่องของธันวาก็สวนขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศซึ้ง ๆ นั้นเข้าอย่างจัง
*ไลน์เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของธันวาที่วางหงายไว้บนโต๊ะพอดี...*
*ข้อความจาก: มินตรา (ดาวมหาลัย)*
*"พี่ธันวาคะ คืนนี้ว่างไหมคะ มินตราเหงาจัง... อยากให้พี่ธันวามาติววิชา 'ส่วนตัว' ให้ที่ห้องจังเลยค่ะ มินตราชวนแล้วนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะคะ"*
รินรดาชะงักกึก ก้มลงมองข้อความบนหน้าจอของธันวาที่สว่างวาบคาตาอย่างชัดเจน ความรู้สึกซาบซึ้งเมื่อครู่มลายหายวับไปกับตา ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้าจนตื่นจากความฝัน
หญิงสาวดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนาของธันวาอย่างแรง ใบหน้าสวยหวานกลับมาเย็นชาและบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมในเสี้ยววินาที
"อ๋อ... เชิญไปติว 'วิชาส่วนตัว' กับคุณมินตราดาวมหาลัยคนสวยของเธอเลยค่ะ ไม่ต้องมาเสียเวลาสงสารติวเตอร์จน ๆ อย่างฉันหราหรอกนะคะ!" รินรดาแค่น1หัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ระคนเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจมาสะพายไหล่เตรียมเดินหนี
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นคว้าแขนเรียวของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ "เดี๋ยวดิวะรินรดา! นั่นมันข้อความยัยมินตราส่งมาเองนะ ฉันไม่ได้..."
"ปล่อยค่ะ! เชิญคุณไปรับบริการ 'ติวพิเศษ' ให้สบายใจเถอะค่ะคุณธันวาผู้เพ้อเจ้อ!" รินรดาบิดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจที่ปะปนกันมั่วไปหมด "แล้วพรุ่งนี้... ไม่ต้องมาตามหาฉันอีกนะคะ! เรายกเลิกสัญญาติวกันแค่นี้แหละค่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องสมุดไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้ร่างสูงได้อธิบายอะไรต่อสักคำเดียว
ธันวายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายออกไปจากประตูห้องสมุดด้วยความรู้สึกร้อนรนจนนั่งไม่ติด ชายหนุ่มสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอมือถือของตัวเองที่ยังคงสว่างวาบด้วยข้อความของมินตรา
*ให้ตายเถอะ... งานเข้าชิ้นใหญ่ของจริงแล้วไหมล่ะไอ้ธันวา!*
ชายหนุ่มรีบคว้ากระเป๋าเงินและกุญแจรถบนโต๊ะ แล้วสาวเท้ายาววิ่งตามรินรดาออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่า... ก้าวต่อไปที่เขากำลังจะตัดสินใจทำลงไป จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล และนำพาความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ให้เปิดเผยออกมาในค่ำคืนนี้
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเปิดหน้ากระดาษแห่งความฟินนี้ร่วมกันนะคะ หวังว่าจะอมยิ้มและตกหลุมรักความป่วนของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ไปพร้อมกันนะคะ* ❤️ — ที่คั่นหนังสือสีชมพู
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์•ตอนที่ 1
เมื่อติวเตอร์สาวสุดเหวี่ยงเจอกับวิศวะจอมเพ้อ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับในคราบติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!