คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 2

คุณหนูครับ ปล่อยคอเสื้อผมก่อน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"คุณหนูครับ... ถ้าขืนคุณยังกระชากคอเสื้อผมแรงกว่านี้ กระดูกสันหลังผมคงได้ย้ายไปรวมร่างกับซี่โครงแน่ๆ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัว แม้ว่าในวินาทีนี้ ปลายกระบอกปืนยาวสลักอักขระโบราณสีเงินยวงของลินินจะจ่ออยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาไม่ถึงคืบก็ตาม กลิ่นไอเวทมนตร์เข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากตัวอาวุธจนเส้นผมข้างขมับของเด็กหนุ่มปลิวไสว ดวงตาสีมรกตของหญิงสาววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความระแวงสงสัย เธอออกแรงดึงคอเสื้อนักเรียนของเรย์เข้ามาใกล้จนใบหน้าแทบชิดกัน ลมหายใจที่ร้อนรụ่มด้วยอารมณ์สะท้อนถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ "นายเป็นใครกันแน่, เรย์" ลินินเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน "ไม่มีเด็กหลังห้องคนไหนในโรงเรียนมัธยมปลายคิรินที่มีปฏิกิริยาตอบสนองเหนือมนุษย์ขนาดพุ่งตัวมารับ 'ด้ายอาคมชำระวิญญาณ' ของฉันทัน โดยที่ตัวฉันเองยังไม่ทันตั้งไกด้วยซ้ำ... และที่สำคัญที่สุด เมื่อครู่... นายมองเห็น 'สิ่งนั้น' ใช่ไหม?" รอบตัวพวกเขายามนี้คือตรอกแคบอับชื้นหลังตึกเรียนเก่า กำแพงปูนเปียกชื้นไปด้วยตะไคร่น้ำและคราบไอน้ำยามพลบค่ำ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงหยดน้ำร่วงหล่น ทว่าในมิติที่คนทั่วไปมองไม่เห็น อากาศกลับบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ไอสีดำทมิฬส่งกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพกำลังลอยวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของทั้งคู่ มันคือ 'อสูรเงาพันธนาการ' วิญญาณระดับกลางที่หลุดรอดมาจากเขตอาคมผนึกของตระกูลลินิน เรย์เหลือบสายตาลงมองกระบอกปืนที่สั่นระริกเล็กน้อยด้วยความตื่นตัวของลินิน ก่อนจะก้มลงมองมือเรียวบางที่กำลังกำเสื้อของเขาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ผมก็เป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆ ที่บังเอิญเกรดเฉลี่ยวิชาประวัติศาสตร์ค่อนข้างตกต่ำเท่านั้นเองครับคุณหนู" เรย์ตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาสีครามคู่สวยฉายแววพราวระยับ "ส่วนเรื่องที่ผมมองเห็น... อืม จะว่ายังไงดีล่ะครับ ถ้าผมบอกว่าไอ้ตัวสีดำหน้าตาเหมือนหมึกหยดลงน้ำที่เกาะอยู่บนหัวคุณตอนนี้ มันกำลังทำหน้าล้อเลียนคุณอยู่ คุณจะเชื่อไหมล่ะครับ?" สิ้นคำพูดนั้น ลินินก็สะดุ้งสุดตัว เธอไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ความจริง มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่สะบัดยันต์กระดาษสีแดงชาดออกไปอย่างไร้ความลังเล *เปรี้ยง!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่มนุษย์ทั่วไปไม่ได้ยิน อสูรเงาที่เกาะอยู่เหนือหัวถูกแรงระเบิดจากยันต์กระเด็นทะลุผนึกตึกเรียนเก่าหายลับไปในอากาศ ควันสีเทาจางๆ ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นดินปืนและกลิ่นอายเวทมนตร์จางลง ลินินหันกลับมามองหน้าเรย์อย่างพิจารณา เธอยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากคอเสื้อของเขา ทว่าแววตาในตอนนี้มีความสับสนระคนทึ่งฉายชัดขึ้นมา "นาย... มองเห็นมันจริงๆ ด้วย" ลินินพึมพำ น้ำเสียงอ่อนลงจากเดิมเล็กน้อย "เนตรสีครามแบบนั้น... หรือว่านายจะเป็น 'เนตรเนรมิตวิญญาณ' สายพันธุ์หายากที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณของตระกูลฉัน?" "ผมไม่มีสายเลือดตระกูลขุนนางปราบผีอะไรนั่นหรอครับ พ่อผมเป็นแค่พนักงานบริษัทเอกชน ส่วนแม่ก็เปิดร้านขายดอกไม้ตามสั่งทั่วไป" เรย์ตอบอย่างใจเย็น พร้อมกับยกมือขึ้นแตะข้อมือของลินินเบาๆ เป็นเชิงขอร้องให้เธอปล่อยมือ "รบกวนช่วยปล่อยก่อนเถอะครับ กระดุมเสื้อเม็ดบนสุดของผมมันหายใจไม่ออกจริงๆ นะครับ" ลินินกะพริบตาปริบๆ เมื่อรู้ตัวว่าเธอเผลอแสดงท่าทีคุกคามเด็กหนุ่มตรงหน้ามากเกินไป ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเก้อเขิน เธอรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก พร้อมกับจัดชุดยูนิฟอร์มของตัวเองให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "อะแฮ่ม! ฉัน... ฉันแค่ตกใจต่างหากเล่า" ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลับมา "ในเมื่อนายดันล่วงรู้ความลับเรื่องการปราบวิญญาณของฉันแล้ว และที่สำคัญ นายดันมี 'ดวงตา' ที่มองเห็นความผิดปกติในเขตโรงเรียนนี้ได้... นายไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เรย์" "หืม? ทางเลือกอะไรเหรอครับ?" เรย์เอียงคอถามด้วยความสงสัย "นายต้องมาเป็นผู้ช่วยของฉันในการกวาดล้างวิญญาณอาฆาตที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในโรงเรียนนี้!" ลินินประกาศกร้าว พร้อมกับหยิบกระดาษสัญญาแผ่นสีทองอร่ามที่มีอักขระเรืองแสงออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมยื่นให้เขา "นี่คือสัญญาการร่วมมือชั่วคราว ถ้านายปฏิเสธ... ฉันจะถือว่านายเป็นภัยต่อความมั่นคงทางไสยเวท และอาจจะต้องลบความทรงจำนายทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!" เรย์ก้มลงมองกระดาษสัญญาในมือของหญิงสาว ดวงตาสีครามฉายประกายวิบวับอย่างมีความหมาย สมองส่วนหน้าประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าลำพังตัวเองที่แม้จะมีเนตรสีครามแต่ไร้ซึ่งทักษะการต่อสู้ทางไสยเวท การมีโล่มนุษย์อย่างทายาทตระกูลปราบผีคอยคุ้มกันย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แถมยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ไขปริศนาเบื้องหลังวิญญาณร้ายที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างผิดปกติในโรงเรียนนี้ด้วย ทว่า... จะตอบตกลงง่ายๆ มันก็ดูจะเสียฟอร์มเด็กหลังห้องผู้รักความสงบเกินไปหน่อย "ถ้าให้ผมเป็นผู้ช่วย... มันก็พอได้อยู่นะครับ" เรย์ลากเสียงยาว ยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์กล "แต่ว่า ค่าจ้างล่ะครับ? คุณหนูลินินผู้ร่ำรวย คงไม่ได้คิดจะให้ผมทำงานเสี่ยงตายแบบนี้ฟรีๆ หรอกใช่ไหมครับ?" ลินินอ้าปากค้าง เธอไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะกล้าต่อรองในสถานการณ์ที่ตัวเองเป็นรอง "นี่นาย! ฉันกำลังให้เกียรติคนธรรมดาอย่างนายเข้ามาเรียนรู้โลกอีกใบนะ!" "โลกอีกใบจะน่าสนใจแค่ไหน ถ้ากระเป๋าตังค์ผมแบนราบล่ะครับ?" เรย์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หสอ "เอาเป็นว่า... ขอค่าจ้างเป็นขนมปังเมล่อนปั่นพิเศษจากโรงอาหารทุกเที่ยง พร้อมกับคุ้มครองผมจากพวกอันธพาลในห้องเรียน ตลอดเทอมนี้... ว่าไงครับ สนใจข้อเสนอไหม?" ลินินกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ เธอมองหน้าเรย์สลับกับรอยยิ้มพึงพอใจของอีกฝ่ายอย่างจำยอม "ก็ได้! ตามนั้น! แต่ถ้าเกิดงานพลาดขึ้นมา นายต้องเป็นคนรับหน้าหลักแทนฉันนะ!" "ดีลครับ" เรย์ยื่นมือออกไปเพื่อทำสัญญาประชาคม ทว่าในจังหวะที่มือของทั้งคู่กำลังจะแตะกันนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังและมืดมนจนน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนไหล่จนลินินเข่าทรุดลงไปครึ่งหนึ่ง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ ราวกับมีเสียงโลหะกระทบกันอย่างกังวาน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเขา [ระบบปลุกพลังเนตรบรรพกาลเริ่มทำงาน...] [ตรวจพบ: พลังงานอาฆาตระดับภัยพิบัติ (Class S) กำลังตื่นจากการหลับใหลใต้ฐานตึกเรียนเก่า] [เงื่อนไขพิเศษกระตุ้น: พันธสัญญาระหว่างผู้ถือเนตรสีครามและทายาทผู้ปราบผีสมบูรณ์แบบ] [คำเตือน: จงวิ่งหนี หรือไม่ก็... เตรียมตัวตายในสามวินาทีนี้] ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%