คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 19

เบาะแสสำคัญจากศพปริศนา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และไอกรดจากพลังงานวิญญาณระดับสูงที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในห้องชันสูตรใต้ดิน ทำให้แผ่นหลังของผมชื้นเหงื่อ ผมสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งเฮือก ขณะที่มือซ้ายกระชับมีดอาคมแน่นขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่เชิญที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา เบื้องหน้าของเราไม่ใช่ภูตผีเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็นเงาสีดำทมิฬที่ควบแน่นจนเกือบ20ตารางเมตร มันแผ่ไอความเย็นยะเยือกเสียดกระดูกออกมาจนละอองน้ำในห้องกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบโต๊ะสแตนเลส ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองทะลุผ่านร่างของผมไปราวกับจะควักเอาวิญญาณข้างในออกมาบดขยี้ "ถอยไป เรย์ เจ้านี่มันไม่ใช่พวกวิญญาณอาฆาตกระจอกๆ ที่นายเคยเจอในคดีก่อนหน้านี้" เสียงกระซิบอันร้อนรนของลินินดังขึ้นพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปขยับมาขนาบข้าง มือเรียวตบลงบนกระเป๋าคาดเอวเพื่อเตรียมชักยันต์สายฟ้าทลายมาร แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับกวาดมองไปรอบห้องอย่างประเมินสถานการณ์ เธอไม่ได้ตื่นตระหนก—ความหยิ่งทะนงในฐานะทายาทตระกูลปราบผีชื่อดังไม่ยอมให้เธอย่อท้อต่อหน้าสิ่งชั่วร้าย—แต่เหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมต่างหากที่บอกความจริงว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าตึงมือแค่ไหน ผมเหลือบมองคุณหนูผู้รักความยุติธรรมแต่ออกจะบ้าพลังคนนี้แวบหนึ่ง ก่อนจะมุมปากจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "คุณหนูครับ... ถ้าเราถอยตอนนี้ ค่าเสียหายของโรงพยาบาลนี้คงพุ่งจนผมต้องผ่อนจ่ายไปอีกสามชาติภพแน่นอนครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัว แต่สมองกลับประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยระบบวิเคราะห์เบื้องหลัง [ติ๊ง! ตรวจพบแรงกดดันวิญญาณระดับ: 'แม่ทัพเงาโลหิต' (ขั้นสูง)] [คำแนะนำจากระบบ: หลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ ใช้กลยุทธ์ 'ล่อเสือออกจากถ้ำ' หรือค้นหาจุดอ่อนที่สลักไว้บนร่างของเป้าหมาย] เงาทมิฬนั้นไม่รอให้เราวางแผนต่อ มันคำรามออกมาเสียงต่ำจนแก้วหูแทบปริแตก คลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณพัดกระหน่ำจนเอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจาย ลินินสะบัดมือซัดยันต์สีทองอร่ามออกไปสามแผ่นกลางอากาศ ยันต์เหล่านั้นระเบิดออกเป็นตาข่ายแสงสว่างจ้า ตรึงร่างของเงาดำไว้ได้เพียงชั่วลมหายใจ "ตอนนี้แหละ เรย์!" ลินินตะโกนลั่นห้อง ผมไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าหาศพปริศนาที่นอนอยู่บนเตียงชันสูตรกลางห้องทันที ตามคำแนะนำของเนตรสีครามที่มองเห็นเส้นสายใยพลังงานสีดำเชื่อมโยงระหว่างเงาทมิฬกับร่างไร้ลมหายใจนี้ ร่างนั้นคือ "จุดเชื่อมโยง" และอาจเป็น "กุญแจ" สำคัญในการไขปริศนาทั้งหมด มีดอาคมในมือกรีดลงบนผ้าคลุมสีดำที่สวมทับศพไว้อย่างแม่นยำ เนื้อผ้าฉีกขาดออกเผยให้เห็นแผ่นอกของศพที่มีรอยสักประหลาด รอยสักนั้นไม่ใช่หมึกธรรมดา แต่มันถูกกรีดลงไปบนเนื้อสดๆ ด้วยอาคมเลือด ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเพ่งมองผ่านเนตรสีคราม ตราสัญลักษณ์นั้น... รูปวงกลมซ้อนทับด้วยกะโหลกเขาแพะและเปลวเพลิงสีคราม มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏในคดีฆ่าบูชายัญเมื่อสามเดือนก่อน! "พบแล้วครับ..." ผมพึมพำกับตัวเอง มือขวาควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพรอยสักนั้นเก็บไว้ทันที ก่อนที่พลังงานความร้อนจากเงาทมิฬจะแผดเผาทำลายหลักฐาน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของเงาทมิฬจะรู้ตัวทัน มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แผนการถูกเปิดเผย ตาข่ายยันต์ของลินินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสะท้อนทำให้ร่างบางกระเด็นถอยหลังไปชนกับชั้นวางอุปกรณ์แพทย์ เสียงโลหะล้มระเนระนาดดังสนั่น "ลินิน!" ผมอุทานด้วยความตกใจ ทิ้งมาดสุขุมเยือกเย็นชั่วขณะ รีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนเธอเพื่อดึงหลบกรงเล็บเพลิงสีดำที่ตวัดผ่านหัวไปเฉียดฉิว เส้นผมสีดำสนิทของเธอขาดปลิวไปหลายเส้น "ฉัน... ฉันไม่เป็นไร นายจัดการมันสิ!" ลินินกัดฟันกรวด ฝืนยันตัวลุกขึ้นยืนโดยมีผมประคองไว้ มือข้างขวากำยันต์ปราบมารแน่นจนสั่นระริก ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเงาทมิฬอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของผมจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาดุดัน ไอเย็นจากรอบตัวถูกดึงเข้ามาหลอมรวมกับมีดอาคมในมือจนเกิดแสงสีครามสว่างวาบ ระบบแจ้งเตือนในหัวรัวกระหน่ำราวกับเสียงกลองศึก [ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: ค้นพบ 'ตราสัญลักษณ์แห่งลัทธิบูรพาโลหิต'] [พลังงานวิญญาณเพิ่มขึ้น 15% จากการวิเคราะห์เบาะแส] ผมก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ทว่า... ก่อนที่ใบมีดสีครามจะปะทะเข้ากับร่างของเงาทมิฬ ผนังห้องคอนกรีตเสริมเหล็กด้านหลังกลับระเบิดออกเป็นจุลด้วยแรงระเบิดจากภายนอก! ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นดินปืนและกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่รุนแรงยิ่งกว่าเงาทมิฬตนนี้หลายเท่าโชยเตะจมูก ผมและลินินต้องยกแขนขึ้นบังเศษปูนที่ปลิวว่อน เมื่อควันจางลง เงาทมิฬตัวนั้นกลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงความสนใจของเรา ทว่า สิ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากผนังที่พังทลายนั้น... กลับทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท สวมหน้ากากอนูบิสสีทองอร่าม ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า ในมือข้างขวาของมันลากร่างของชายสวมชุดสูทคนหนึ่งเข้ามาด้วย ศีรษะของชายคนนั้นห้อยต่องแต่ง ไร้ลมหายใจ และที่หน้าอก... มีรอยสักรูปกะโหลกเขาแพะแบบเดียวกันเปี๊ยบ ร่างใต้หน้ากากทองคำหยุดเดิน หันมาทางเราช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนกระดาษทรายถูกับพื้น "พวกแก... เสือกหาเบาะแสลึกเกินไปแล้ว เจ้าหนูเนตรสีคราม" [ติ๊ง! ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับ 'ผู้ดูแลพิธีกรรม' (ระดับภัยคุกคาม: SSS)] [ภารกิจฉุกเฉิน: รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับผู้บริหารระดับสูงของลัทธิ และเปิดโปงตัวจริงภายใต้หน้ากากภายใน 3 นาที!] ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%