คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 35

เมื่อความรักกลายเป็นเกราะคุ้มกัน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นออบอุ่นของหยดน้ำตาคละคลุ้งปะปนกันในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของลินินสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหินโบราณที่เวลานี้ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีครามจากเนตรของเรย์ มือเรียวบางที่เคยถือยันต์ปราบผีอย่างมั่นคง กลับสั่นเทาราวกับใบไม้ไผ่ต้องลมพายุ เธอมองร่างของชายวัยกลางคนผู้ยืนตระหง่านเบื้องหน้า—ผู้ซึ่งมีสายเลือดเดียวกัน ทว่าเป็นผู้ชักใยแผนการอันดำมืดทั้งหมดอยู่เบื้องหลัง "ท่านพ่อ... นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?" คำถามนั้นไม่ใช่เพียงแค่ประโยคบอกเล่าความสงสัย แต่มันคือเสียงสะท้อนของหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ลินินในยามนี้ไม่ได้หวาดกลัวต่อพลังไสยเวทอันน่าสะพรึงกลัวของผู้นำตระกูล แต่เธอกำลังหวาดกลัวความจริงที่กำลังแผดเผาความทรงจำวัยเด็กอันงดงามให้มอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา ชายผู้เป็นพ่อแย้มรอยยิ้มเย็นชา แววตาของเขาไร้ซึ่งความอาทร ไร้ซึ่งร่องรอยของความเป็นบิดา มีเพียงความทะเยอทะยานกระหายอำนาจที่สะท้อนออกมาจากม่านตาคู่นั้น "ลินินลูกรัก... โลกใบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าที่คนอ่อนต่อโลกเช่นเจ้าจะเข้าใจ การจะฟื้นฟูตระกูลของเราให้ยิ่งใหญ่เหนือภูตผีและมนุษย์หน้าไหน จำเป็นต้องแลกมาด้วยการเสียสละ... และวิญญาณของเจ้า ก็คือศิลาลับคมชิ้นสุดท้ายที่พ่อต้องการ" สิ้นคำพูดนั้น อาคมสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานออกจากพื้นศิลา พุ่งเป้าหมายตรงมายังจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ราวกับฝูงงูพิษกระหายเลือด แรงกดดันระดับปรมาจารย์ไสยเวทบีบอัดอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ ลินินหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม เธอย่อมรู้ดีว่าขีดจำกัดของตนในยามนี้ไม่มีทางต้านทานอาคมสายเลือดเดียวกันได้ทันท่วงที ทว่า... มีบางสิ่งที่คำนวณพลาดไป *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกผลักให้ร่างของลินินเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่เธอกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วน เมื่อเธอลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก แผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อโค้ทตัวยาวปรากฏขึ้นขวางกั้นระหว่างเธอกับอันตราย เรย์ยืนนิ่งสงบ ทว่าเนตรสีครามของเขากลับส่องประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ลวดลายอักขระโบราณนับพันตัวหมุนวนรอบกายเขาอย่างเป็นระบบ ราวกับฟันเฟืองของนาฬิกาจักรวาลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นหลังจากหลับใหลมานับพันปี "คุณหนูครับ..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจและพลังอำนาจที่แผ่ซ่านจนน่าขนลุก "ยืนดูเฉยๆ แล้วสูดหายใจลึกๆ ดีกว่าครับ งานปราบวิญญาณระดับพ่อตา... เอ๊ย ระดับปรมาจารย์แบบนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนค่าจ้างถูกๆ อย่างผมดีกว่านะ" แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ลินินก็ยังอดไม่ได้ที่จะส่งค้อนควับให้เขาด้วยความหมั่นไส้เล็กๆ ทว่าความอบอุ่นสายหนึ่งกลับไหลทะลักเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจ ความกลัวที่เคยเกาะกุมสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อความอบอุ่นจากจิตวิญญาณของทั้งสองประสานเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ระบบแจ้งเตือนภายในห้วงความคิดของเรย์สั่นระรัว ข้อมูลการคำนวณพลังเวททะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณขั้นสูงสุดระหว่าง "ผู้ใช้ระบบ" และ "ทายาทตระกูลปราบผี"]* *[เงื่อนไขพิเศษบรรลุ: ปรากฏการณ์ "สะพานเชื่อมวิญญาณหยิน-หยาง" ทำงานสมบูรณ์ 100%]* *[ปลดล็อกทักษะเฉพาะกิจระดับ SSS: "เขตแดนบูรณาการนิรันดร์" — อนุญาตให้ผู้ใช้ผสานเวทมนตร์ของคู่หูได้โดยไม่มีเงื่อนไขข้อจำกัด]* เรย์หรี่ตาลงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคย เขามองไปยังร่างของบิดาลินินที่กำลังแสดงสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นอาคมของตนถูกดูดกลืนหายไปในเขตแดนสีคราม-ทองที่พวกเขาเพิ่งร่วมกันสร้างขึ้น "เป็นไปได้ยังไง! พลังนั่นมันอะไรกัน ทำไมพวกแกถึง..." ผู้เป็นพ่อคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด อาคมระลอกใหม่ถูกรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือจนเกิดเป็นลูกบอลพลังงานสีดำทมิฬขนาดมหึมาหมายจะทำลายล้างทุกสิ่งในคราวเดียว เรย์หันกลับมามองลินินที่ยืนอยู่เคียงข้าง เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ยื่นมือออกไปเบื้องหน้าโดยมีมือเรียวของหญิงสาวเอื้อมมาประสานเข้าด้วยกันโดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความเชื่อใจทั้งหมดมาให้เขา ขณะที่พลังเวทไสยเวทสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลลินินไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเรย์ผ่านการสัมผัส ผสมผสานกับเนตรสีครามและระบบปราบวิญญาณจนเกิดเป็นประกายแสงสีรุ้งแปลกตา นี่ไม่ใช่การรวมพลังแบบธรรมดา แต่มันคือการ "หลอมรวมตัวตน" ผ่านความไว้เนื้อเชื่อใจและสายสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "คุณหนูครับ... พร้อมจะทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลของตัวเองหรือยังครับ" เรย์กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ลินินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก แววตาของเธอกลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่มผู้เคียงข้าง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่งดงามที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมา "จัดการให้สาสมเลยค่ะ... เอ๊ย! หมายถึง จัดการให้ราบคาบเลยนะ!" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่เรย์ทำเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ในวินาทีถัดมา ทั้งสองก้าวเท้าออกไปพร้อมกัน ก้าวเดียวกดพื้นศิลาจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พลังเวทประสานกันจนเกิดปรากฏการณ์ใหม่—คลื่นกระแทกรูปดอกบัวสีครามทองแผ่ขยายออกไปทั่วห้องโถง มันไม่ได้ทำลายล้างด้วยความรุนแรงป่าเถื่อน แต่มันชำระล้างและผนึกพลังงานด้านลบทั้งหมดให้กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยราวกับปาฏิหาริย์ ร่างของบิดาลินินถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อตระหนักได้ว่า อำนาจที่ตนไขว่คว้ามาทั้งชีวิตกำลังพังทลายลงด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มผู้มีเนตรสีครามและลูกสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ ทว่า ก่อนที่เรย์จะเดินเข้าไปปิดคดีและซักถามความจริงทั้งหมด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกัมปนาทจากชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พื้นห้องโถงเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้อง พร้อมกับกลิ่นอายของวิญญาณระดับภัยพิบัติที่หลับใหลอยู่ใต้ดินลึกนับร้อยปีค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเรย์และลินินพร้อมกัน เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—เสียงของบรรพบุรุษตระกูลลินินผู้ล่วงลับ ที่เอמהนามเรียกขานตัวตนที่แท้จริงของระบบในตัวเรย์ได้อย่างแม่นยำทุกคำ "ในที่สุด... ก็มีคนเปิดประตูนี้เสียที... เจ้าหนูเนตรสีคราม แกไม่ใช่ผู้ถูกเลือก... แต่แกคือ 'กุญแจ' ที่พวกเราเฝ้ารอต่างหาก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอด ณ ที่นี้ด้วยนะครับ --- *เข็มทิศมองวิญญาณ*
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%