คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 26

ปริศนาอักษรรูนโบราณ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคุณหนูยังเดินเร็วกว่านี้อีกสามก้าว ผมเกรงว่าเราคงจะได้ไปเคาะประตูห้องรับแขกของท่านยมบาลก่อนจะได้ไขปริศนานะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความชื้นและไอสาบสาง เรย์หยุดฝีเท้าลงอย่างนิ่มนวล เนตรสีครามคู่คมกวาดตามองผนังหินศิลาแลงที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งกำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ เป็นจังหวะราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิต ลินินที่เดินนำหน้าด้วยอารมณ์คุกรุ่นชะงักฝีเท้า เธอกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หันขวับมามองชายหนุ่มด้วยสายตาคาดโทษ "นายจะบอกว่าฉันเดินช้า หรือจะบอกว่าฉันพาเดินเข้าทางตายกันแน่ เรย์?" "ผมหมายถึงอย่างหลังมากกว่าครับ" เรย์แย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกวนประสาทแต่นิ่ง100% จนคู่หูสาวรู้สึกหมั่นไส้ "ดูรอยแยกบนพื้นนั่นสิครับคุณหนู อาคมเกราะพิทักษ์ที่เราเพิ่งเดินผ่านเมื่อครู่ถูกกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว ถ้าคุณยังดันทุรังใช้ความเร็วระดับวิญญาณวิ่งนำแบบเมื่อกี้ เราคงโดนอาคมสะท้อนกลับกลายเป็นปุ๋ยอยู่ตรงนี้ไปนานแล้วล่ะครับ" ลินินเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าเรย์ไม่ได้พูดเกินจริง พลังไสยเวทที่กดทับลงมาจากเบื้องบนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับมีภูเขา  tons  กดทับลงบนบ่า นี่คือ "มิติต้องห้าม" เขตแดนปิดตายที่บรรพบุรุษตระกูลปราบผีใช้ผนึกวิญญาณบรรพกาล และกุญแจเดียวที่จะพาพวกเขาทะลวงผ่านประตูหินยักษ์เบื้องหน้าไปได้ คือ "ปริศนาอักษรรูนโบราณ" ที่สลักอยู่บนบานประตู ทว่า... มันไม่ใช่แค่อักษรรูนธรรมดา เรย์ก้าวเข้าไปใกล้บานประตูศิลาสูงตระหง่าน แสงสีครามจากดวงตาของเขาฉายชัดถึงโครงสร้างพลังงานที่ซับซ้อน อักษรรูนนับร้อยตัวไม่ได้ถูกเรียงสุ่มๆ แต่พวกมันกำลังเคลื่อนไหวหมุนวนราวกับฟันเฟืองนาฬิกาเวทมนตร์ ทุกๆ สามวินาที รูปแบบการเรียงตัวจะเปลี่ยนไป หากถอดรหัสผิดแม้แต่วันเดียว หรือกดอักษรผิดพลาดแม้แต่ตัวเดียว กลไกป้องกันจะทำงานและบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกละเอียด "นายเห็นอะไรบ้าง เรย์?" ลินินลดมาดคุณหนูจอมโหดลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อตระหนักว่าสถานการณ์นี้เกินกว่ากำลังกายจะแก้ไขได้ ต้องใช้มันสมองล้วนๆ "ระบบป้องกันซับซ้อนกว่าที่คาดไว้ครับคุณหนู..." เรย์หรี่ตามองพินิจ "อักษรรูนพวกนี้ไม่ได้ใช้ภาษาไสยเวทสายตะวันออกที่เราคุ้นเคย แต่มันผสมผสานระหว่างอักษรนอร์สโบราณกับกลไกอาคมสายดาร์กแทรกซึม ดูเหมือนว่าผู้สร้างประตูนี้ตั้งใจจะไม่ให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือวิญญาณ ผ่านเข้าไปได้ทั้งสิ้น" [ติ๊ง! ระบบตรวจพบสิ่งเร้าความกดดันระดับสูง] [เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: เนตรวิญญาณดาราครามวิเคราะห์รูปแบบอักษรรูนสำเร็จ 18%] [คำเตือน: เวลาในการไขปริศนามีจำกัด 10 นาที ก่อนที่เกราะคุ้มกันจะสลายตัว] หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าเรย์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังย้ำเตือนในหัว ชายหนุ่มไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับยกมือขึ้นกอดอก นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ที่ข้อศอกเป็นจังหวะเพลงช้าๆ อย่างใช้ความคิด "นายยังมีอารมณ์มาเคาะนิ้วอีกเหรอ เรย์ เวลาเหลือไม่ถึงสิบนาทีแล้วนะ!" ลินินร้อนใจจนต้องขยับเข้ามาใกล้ ส่งผลให้ไหล่ของเธอเฉียดเข้าใกล้ร่างสูงของเรย์โดยไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรปราบผีลอยแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับชื้น "ความใจร้อนไม่เคยช่วยให้แก้สมการยากๆ ได้หรอกครับคุณหนู... ตรงกันข้าม มันทำให้เรามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนให้อุ่นใจ เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าอักษรรูน โดยเว้นระยะห่างไว้เพียงหนึ่งนิ้ว "คุณหนูสังเกตอักษรตัวที่สามในแถวที่ห้าไหมครับ? มันไม่ได้เรืองแสงสีฟ้าเหมือนตัวอื่น แต่มันมีประกายสีแดงเลือดจางๆ ซ่อนอยู่" ลินินเพ่งมองตาม "จริงด้วย... ทำไมฉันถึงไม่เห็นมันตั้งแต่แรก?" "เพราะมันถูกอำพรางด้วยภาพลวงตาครับ" เรย์อธิบายพลางขยับข้อมือวาดลวดลายกลางอากาศ พลังไสยเวทสีครามพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขาเพื่อสะกดรอยตามโครงสร้างพลังงาน "ผู้สร้างประตูนี้ไม่ได้ซ่อนรหัสลับไว้ที่ความยากของภาษา แต่ซ่อนไว้ที่ 'ลำดับการกะพริบ' ของแสงต่างหาก นี่ไม่ใช่ประตูเวทมนตร์... แต่มันคือแผงวงจรกลไกโบราณที่ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณ" บรรยากาศในอุโมงค์เงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองและเสียงหึ่งๆ ของอักษรรูนที่กำลังเปลี่ยนรูป เรย์เริ่มขยับมือรัวเร็วขึ้นตามจังหวะการคำนวณในหัว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมของเขา แสดงให้เห็นว่าการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลนี้กินพลังงานสมาธิไปมากเพียงใด ลินินยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง สายตาสอดส่องความผิดปกติรอบด้านอย่างระมัดระวัง เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของเธอตอนนี้คือการเป็นโล่ให้สมองกลของกลุ่มได้ทำงานอย่างเต็มที่ แม้ในใจจะอดทึ่งกับความนิ่งและไอคิวระดับปีศาจของเด็กหนุ่มข้างกายไม่ได้เลยก็ตาม "ตัวแรก... ซ้ายสุด อักษรเฟฮู (Fehu)" เรย์พึมพำกับตัวเอง "ตัวที่สอง... ขยับลงมาสองแถว อักษรไธลาซ (Thurisaz)" "และตัวสุดท้าย..." เรย์หยุดชะงักมือที่กำลังจะแตะลงบนอักษรตัวสุดท้าย นิ้วของเขาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่คมหรี่แคบลงเมื่อตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่แค่การไขรหัสเพื่อเปิดประตู... แต่รูปแบบพลังงานที่ไหลเวียนอยู่หลังบานศิลานั้นกำลัง "ตื่นขึ้น" ราวกับว่า... มีบางสิ่งที่หลับใหลมานับร้อยปีรับรู้ได้ถึงการมาเยือนของพวกเขา และกำลังจงใจเปิดต้อนรับให้พวกเขาเดินตกลงไปในหลุมพรางที่จัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ [แจ้งเตือนด่วน! ตรวจพบรหัสผ่านถูกต้อง 100%] [สถานะมิติต้องห้าม: กำลังปลดล็อก...] [คำเตือนขั้นวิกฤต: สิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติ 'ผู้เฝ้าประตูกาลเวลา' ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ เบื้องลึกสุดของห้องโถง] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นรัวเร็วจนน่าหนวกหู พร้อมๆ กับบานประตูศิลาโบราณที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงหินร่วงกราวลงมาจากเพดานอุโมงค์ เสียงคำรามต่ำทุศลดังลอดผ่านรอยแยกของประตูออกมา เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ เรย์ลดมือลง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยแววตาจริงจังและรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นกว่าทุกครั้ง "ดูเหมือนว่า... เราเปิดประตูต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าให้แล้วล่ะครับคุณหนู" เรย์เอ่ยเบาๆ ขณะที่แสงสว่างสีแดงฉานพวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของประตูที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาสายเลือดนี้ไปด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%