ความเงียบงันหลังเสียงเคาะประตูด้านนอกไม่ได้ทำให้เรย์ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
นิ้วเรียวยาวที่กำลังจะแตะลงบนหน้าจออินเตอร์เฟซสีฟ้าเบื้องหน้าชะงักค้างไปเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีครามคู่คมกวาดมองตัวเลขศูนย์บนระบบที่ยังไม่ทันได้ประมวลผล ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่ออดีตที่คอยตามหลอกหลอนไม่เลิกรา
"มาช้ากว่าที่คิดเสียอีกนะครับ... นึกว่าจะใจร้อนพังประตูกันเข้ามาเสียอีก"
เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายตาคมกริบที่อ่านไม่ออก เสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามาเมื่อครู่ ไม่ได้ทำให้สติของเขาหลุดลอย ตรงกันข้าม มันกลับกระตุ้นให้อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งรอบ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะครั้งที่สองดังขึ้น หนักหน่วงและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม จนฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามวงกบไม้เก่าแก่ร่วงกราวลงสู่พื้น บรรยากาศภายในห้องสอบประเมินพลังระดับเขตสั่นไหวเล็กน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านผ่านรอยแยกของประตูเข้ามาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังจะบีบอัดห้องทั้งห้องให้หายใจไม่ออก ประตูไม้บานหนาก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยมือข้างเดียว
"เสียงเคาะน่ารำคาญพวกนี้... คิดว่าขู่ใครอยู่รึไงยะ!"
เสียงตวาดก้องพร้อมกับแรงลมที่พัดกระโชกเข้ามาคือการตอบรับจากลินิน คุณหนูตระกูลปราบผีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าพลัง เธอยืนขวางอยู่ที่กรอบประตู แขนเรียวไขว้กันด้วยท่าทีหยิ่งทะนง แววตาคมกริบกวาดมองความว่างเปล่าด้านนอกทางเดินอย่างไร้ความเกรงกลัว รัศมีพลังวิญญาณสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากตัวเธอจนช่วยสลายความหนาวเหน็บที่แฝงมากับเสียงกระซิบนั้นให้มลายหายไปในพริบตา
เรย์เหลือบมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่ยืนบังลมให้เขาอยู่เงียบๆ มุมปากที่ยกยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเอ็นดูระคนขบขัน "คุณหนูครับ... มาได้จังหวะพอดีเลยนะครับ เกือบจะไม่ได้ตรวจข้อสอบรอบสองซะแล้ว"
"เงียบไปเลยนะเรย์! นายมัวแต่ชักช้าอะไรอยู่ ผลประเมินพลังถึงยังไม่แสดงผลสักที คนอื่นเขารอดูกันจนเบื่อหมดแล้ว" ลินินหันกลับมาค้อนใส่เขาตาคว่ำ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนความร้อนรนที่เห็นเรย์ยังคงทำหน้าตาระรื่นไม่ทุกข์ร้อน
เมื่อก้าวพ้นห้องทดสอบออกมาสู่โถงกลางขนาดใหญ่ สายตานับสิบชีวิตจากเหล่าผู้เข้าสอบและกรรมการคุมสอบต่างพากันจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองคนเป็นตาเดียว บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ความสงสัยใครรู้ระคนหวาดระแวงฉายชัดอยู่บนใบหน้าของทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีพลังสายเลือดหลักที่มักมองคนนอกด้วยหางตา
ที่กลางห้องโถงนั้น มี "ศิลาชำระวิญญาณ" ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ มันเป็นแท่งหินผลึกสีดำสนิทที่ใช้สำหรับวัดค่าพลังไสยเวทและระดับความเข้ากันได้กับวิญญาณ
ตารางคะแนนดิจิทัลลอยเด่นอยู่เหนือศิลาชำระวิญญาณ ชื่อของเรย์ปรากฏอยู่ลำดับสุดท้ายด้วยตัวอักษรสีเทาหมอง เนื่องจากระบบยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขความเสียหายและปริมาณพลังที่เขาปลดปล่อยออกไปได้
"ดูนั่นสิ... เจ้าเด็กคนนั้นที่ใช้เวลาในห้องทดสอบนานผิดปกติ" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องโถง ชายหนุ่มร่างกำยำผู้สวมชุดคลุมนักปราบผีรักษ์โลกย์จากตระกูลรองส่งเสียงเยาะเย้ย "ข้าได้ยินว่าห้องทดสอบพิเศษนั่นมีวิญญาณอาฆาตระดับ B+ ถูกกักตัวไว้ทดสอบไหวพริบ... ป่านนี้คงช็อกจนสติหลุดค้างอยู่ในนั้นแล้วมั้ง ถึงได้ไม่ออกมาสักที"
"นั่นสิ หน้าตาก็ดูสำอางไร้พิษภัย ไม่เห็นจะมีกลิ่นอายพลังวิญญาณรุนแรงตรงไหนเลย น่าจะเป็นพวกใช้เส้นสายเข้ามาสอบมากกว่า" อีกคนสมทบด้วยรอยยิ้มเยาะ
ลินินขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะพุ่งออกไปซัดปากคนพวกนั้นให้หายปากดี แต่เรย์กลับยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเด็กหนุ่มทำให้ลินินชะงักไปชั่วขณะ เธอหันมามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่พบกลับเป็นดวงตาสีครามที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์
"ปล่อยให้พวกเขาพูดไปก่อนเถอะครับ... การตบหน้าคนด้วยความจริง มันเจ็บปวดกว่าการใช้กำปั้นเยอะนะลินิน" เรย์กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับก้องกังวานในความรู้สึกของหญิงสาวจนหัวใจเผลอกระตุกวูบหนึ่ง
ในจังหวะนั้นเอง กรรมการอาวุโสผู้ทำหน้าที่ควบคุมการประเมิน—ชายชราผมขาวโพลนในชุดสูทโบราณที่สวมแว่นตาหนาเตอะ—ก็ก้าวเท้าออกมาจากแท่นควบคุม หน้าตาของเขาดูซีดเซียวเล็กน้อยราวกับเพิ่งไปเห็นผีมาจริงๆ มือที่ถือแท็บเล็ตรายงานผลสั่นเทาเล็กน้อยขณะกวาดสายตามองมาที่เรย์
"ผล... ผลการประเมินของเรย์... ออกมาแล้วครับ"
เสียงของกรรมการอาวุโสดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องโถงให้เงียบกริบลงทันที แม้แต่เสียงหายใจก็แทบจะไม่มี ใครหลายคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสีหน้าของกรรมการผู้ผ่านโลกมาโชกโชนผู้นั้น
ลินินเองก็อดไม่ได้ที่จะเกร็งมือแน่น เธอมองหน้าเรย์สลับกับจอภาพดิจิทัลที่กำลังจะสว่างวาบ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ของระบบดังขึ้นก้องโถง พร้อมกับตัวเลขสีทองอร่ามที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละหลักบนหน้าจอหลักเหนือศิลาชำระวิญญาณ
จากเลขศูนย์... ขยับขึ้นเป็นหนึ่งร้อย... หนึ่งพัน... หมื่น... และพุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดของเครื่องมือวัดระดับมาตรฐานอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเตือนภัยสีแดงกะพริบวาบ!
*0 -> 9,999 -> OVERFLOW!*
ไม่เพียงแต่ตัวเลขคะแนนที่พุ่งทะยานจนทะลุเพดานการวัด แต่ข้อความระบุระดับความสามารถที่ปรากฏตามมาข้างท้ายต่างหากที่ทำให้ทุกคนในห้องโถงถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า
**[ ผลการประเมิน: ระดับ SSS - พิเศษเหนือเกณฑ์มาตรฐาน ]**
**[ ทักษะพิเศษที่ตรวจพบ: เนตรชำระวิญญาณขั้นสมบูรณ์แบบ / การควบคุมจิตอาฆาตระดับจักรพรรดิ / สถานะ: อันตรายสูงสุด ]**
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันที่หนักหน่วงจนแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงยังรู้สึกหายใจไม่ออก
ชายหนุ่มร่างกำยำที่เคยพูดจาดูถูกเหยียดหยามเมื่อครู่หน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาโดยอัตโนมัติเมื่อหันมามองเด็กหนุ่มร่างโปร่งที่ยืนยันรอยยิ้มบางๆ ไว้บนใบหน้าอย่างสบายๆ
เรย์ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาเบื้องหน้า ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาดราวกับเห็นสัตว์ประหลาดจำแลงกายมา เขากวาดสายตากลมกลืนไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าจอผลคะแนนของตนเอง
"อืม..." เรย์ส่งเสียงในลำคอเบาๆ พลางเอียงคอด้วยความสงสัย "เครื่องวัดนี่... ตั้งค่ามาตรฐานต่ำไปหน่อยหรือเปล่าครับเนี่ย ทำไมพังเร็วจังล่ะครับเนี่ย"
คำพูดหน้าตายแต่เชือดเฉือนนั้นทำให้กรรมการอาวุโสถึงกับลมแทบจับ ส่วนลินินที่ยืนอยู่ข้างๆ เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสะใจ เธอแอบศอกกระทิ้วแขนเรย์เบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชมในความกวนประสาทของเขา
"นายนี่มัน... เหลือเชื่อจริงๆ ด้วยแฮะ" ลินินพึมพำเบาๆ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าสวย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็นความโกลาหลเบาๆ รอบตัวเรย์นั้นเอง หน้าจอระบบส่วนตัวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าสายตาของเรย์เพียงผู้เดียว ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตัวอักษรสีแดงเข้มสว่างวาบขึ้นมาทับซ้อนกับข้อมูลเดิม พร้อมกับเสียงเตือนที่เย็นเยียบและรวดเร็วจนหัวใจกระตุก
**[ แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากคลื่นความถี่ภายนอก ]**
**[ ภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ: "ผู้มาเยือนจากเงาอดีต" ]**
**[ เงื่อนไข: จงเดินทางไปยังเขตหวงห้ามชั้นที่ 4 ก่อนเที่ยงคืนนี้ มิฉะนั้น... วิญญาณของผู้ที่ท่านรักที่สุดจะถูกกลืนกิน ]**
ลมหายใจของเรย์สะดุดลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาสีครามคู่คมหดแคบลงเมื่อตระหนักว่าเสียงเคาะประตูก่อนหน้านี้ไม่ได้มาเพื่อทดสอบ... แต่มันคือ "คำประกาศิต" จากตัวตนที่เขากำลังตามหามาตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ!
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 9
การประเมินพลังครั้งแรก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!