กลิ่นอายความชื้นของไอน้ำผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในห้องรับรองใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลจิระวัฒน์ หลังจากที่เรย์เพิ่งจัดการสะสางอาณาเขตอาถรรพ์ระดับกลางลงได้อย่างราบคาบด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงหอบหายใจเบาๆ ของลินินดังขึ้นสลับกับเสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มเจ้าของดวงเนตรสีคราม
คุณหนูแห่งตระกูลปราบผีชื่อดังไม่ได้เอ่ยคำชมเชยใดๆ ออกมาทันที เธอยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสำรวจแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนไขว่ห้างฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ราวกับสิ่งที่เพิ่งเผชิญหน้าไปเมื่อครู่ไม่ใช่ภูตผีปีศาจที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณให้แหลกเป็นจุล แต่เป็นเพียงการเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
"นายทำได้ยังไง..." เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระแวงดังลอดริมฝีปากของลินิน เธอหรี่ตามองเรย์ด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก
เรย์ชะงักมือที่กำลังปัดฝุ่นออกจากเสื้อสูทสีเข้ม เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งสุภาพและนุ่มนวล แต่ในสายตาของลินินในวินาทีนี้ มันกลับซ่อนความน่าขนลุกเอาไว้ลึกจนน่ากลัว เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงเนตรสีครามคู่สวยไหวระริกสะท้อนแสงไฟสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์ริมผนัง
"ผมทำอะไรหรือครับ คุณหนูจิระวัฒน์?" เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย ท่าทีมีความเป็นมิตรและซื่อสัตย์แบบที่มักจะทำให้เธอเผลอใจอ่อนอยู่บ่อยครั้ง—แต่ไม่ใช่ในครั้งนี้
"อย่ามาทำไขسานนะ เรย์" ลินินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกหนึ่งก้าว มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าปกเสื้อของเขาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แรงดึงนั้นไม่ได้มากพอที่จะทำร้าย แต่เพียงพอที่จะทำให้เรย์ต้องหยุดก้าวถอยหลัง "อาณาเขตเมื่อกี้... มันคือ 'ค่ายกลปิดผนึกเจ็ดดารา' ระดับสูงที่สูญหายไปจากตำราปราบผีของตระกูลฉันมานานกว่าสามร้อยปี แม้แต่ท่านพ่อที่เป็นผู้นำตระกูลยังต้องใช้เวลาเตรียมพิธีกรรมถึงสามวันเต็มเพื่อคลายมัน แต่นาย..."
เธอเว้นจังหวะ ลมหายใจสะดุดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
"...แต่นายใช้เวลาแค่สามวินาที แถมยังใช้แค่พลังปราณวิญญาณระดับเริ่มต้นแท้ๆ นายไปเอาวิชาแบบนั้นมาจากไหน? แล้วไอ้รอยยิ้มเย็นชาที่นายใช้มองภูตตัวนั้นก่อนที่มันจะสลายกลายเป็น Cinder น่ะ มันไม่ใช่สายตาของเด็กหนุ่มรับจ้างปราบผีฝึกหัดทั่วไปเลยแม้แต่นิดเดียว!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนหยดน้ำจากเพดานถ้ำใต้ดินที่ดังต๊อกแต๊ก บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะตัดเฉือนได้ เรย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลุกลี้ลุกลนอย่างที่ควรจะเป็น เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพเอาไว้บนใบหน้า ปล่อยให้ลินินจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาคำตอบ
เด็กหนุ่มก้มมองมือเรียวของลินินที่กำปกเสื้อของเขาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ
"ถ้าผมบอกว่า... ผมอ่านเจอมาจากหนังสือนิตยสารมือสองเล่มละยี่สิบบาท คุณหนูจะเชื่อไหมครับ?"
"เรย์!" ลินินกัดฟันกรอด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะ! นายเป็นใครกันแน่? หรือว่านายแฝงตัวเข้ามาในตระกูลจิระวัฒน์เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง? สมาคมผู้ใช้วิญญาณส่งนายมาสอดส่องพวกเราใช่ไหม?"
เรย์ถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างระอา แววตาคู่คมฉายความอ่อนอกอ่อนใจออกมาจางๆ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่หน้าผากของลินินหนึ่งที—เบาเสียจนเธอเผลอชะงักไป
"โอ๊ย! นายกล้าดียังไงมาดีดหน้าผากฉัน!"
"คุณหนูคิดมากไปแล้วครับ สมองของตระกูลใหญ่คงทำงานหนักเกินไปจนพักผ่อนน้อยสินะครับถึงได้จินตนาการไปไกลขนาดนั้น" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและอบอุ่นขึ้นอย่างตั้งใจ เพื่อลดทอนแรงกดดันในบรรยากาศ "ผมก็แค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญ... มีดวงตาวิเศษที่มองเห็นอะไรที่คนอื่นมองไม่เห็นก็เท่านั้นเองครับ เรื่องวิชาอาคมพวกนั้น มันก็แค่ทักษะการเรียนรู้เร็วนิดหน่อยตามประสาคนมีความจำดี"
"ความจำดีกับปีศาจระดับสามร้อยปีเนี่ยนะ มันคนละเรื่องกัน!" ลินินยังคงไม่ยอมปล่อยมือ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีครามคู่นั้น พยายามจะอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบสุขุมนั้น แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึก ราวกับว่าตัวตนของเรย์เป็นมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตากลมโตของลินินก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเรย์
เงาสะท้อนที่ไม่ได้มีแค่ภาพใบหน้าของเธอเอง... แต่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬนับร้อยที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวพายุอยู่ภายในม่านตาของเขา! มันไม่ใช่เนตรวิญญาณธรรมดา แต่มันคือตราประทับโบราณที่กักขัง "บางสิ่ง" เอาไว้
ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความหนาวยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงไขสันหลังในพริบตา
ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากซักถามอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์คนเดียวเท่านั้น
[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความสงสัยของตัวละครหลัก "ลินิน" พุ่งทะยานถึงระดับ 89%...]
[ระบบปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: "การเปิดเผยตัวตนในภาวะวิกฤต"...]
[คำเตือนจากระบบ: หากระดับความสงสัยแตะ 100% ความลับของ "เนตรบรรพกาล" จะถูกเปิดเผย และผลกระทบย้อนกลับอาจทำให้ภารกิจล้มเหลวทันที...]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: จงเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ... หรือเลือกที่จะ "บอกความจริงครึ่งหนึ่ง" ก่อนที่ระเวลาเคาท์ดาวน์จะสิ้นสุดลง (00:10... 00:09... 00:08...)]
เรย์หรี่ตาลงรอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ความกดดันอันหนักหน่วงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มจนลินินถึงกับหายใจติดขัด
เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—เย็นเยียบ ทุ้มต่ำ และทรงอำนาจจนน่าขนลุก
"ถ้าคุณหนูยังไม่เลิกจ้องตาผม... ระวังความลับบางอย่างของตระกูลจิระวัฒน์ที่คุณไม่เคยรู้ จะถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับผมด้วยนะครับ"
เข็มทิศมองวิญญาณ - ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในคดีนี้นะครับ! แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 6
สายตาแบบนั้นมันหมายความว่าไง?
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!