กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของสนธยาที่ผสมปนเปกับเพลิงไหม้จากเขตการค้าชั้นนอก กำแพงเวทมนตร์สีครามที่เคยตั้งตระหง่านปกป้องมหานครโอเชียสมานานนับศตวรรษ บัดนี้กำลังปริร้าวราวกับเปลือกไข่ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าพลเรือนและเสียงคำรามกึกก้องของมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติประสานกันเป็นบทเพลงแห่งความตายที่ไม่มีใครอยากรับฟัง
"แรงกระแทกเมื่อครู่... มาจากฝูงไคเมร่าเกราะเพลิงสินะคะ"
รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของอดีตฮันเตอร์ระดับ S เรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่นิ้วเรียวยาวกลับกำลังสับไพ่ในมือด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกระทบกันกรุบกราบ แววตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องล่างผ่านร่องหน้าต่างของหอคอยบัญชาการที่พังครึ่งแถบ ฝุ่นผงและเศษปูนร่วงหล่นลงมาจากเพดานทุกครั้งที่แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่แผ่ขยายเข้ามา
เรย์ไม่ได้ตอบทันที สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หน้าจอเหล่านั้นเต็มไปด้วยตัวเลข สถิติ และผังการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์นับหมื่นตัวที่กำลังทะลักเข้ามาตามรอยแยกของกำแพงเมือง ในฐานะ ‘ฮันเตอร์ไร้คลาส’ ที่มองเห็นทุกอย่างเป็นทฤษฎีเกมและกระดานหมากรุก สมองของเขาตอนนี้กำลังคำนวณอัตราความน่าจะเป็น ความเสียหาย และทรัพยากรที่เหลืออยู่ด้วยความเร็วสูงเกินขีดจำกัด
"ถ้าเราเลือกซ่อมแซมแนวป้องกันเขตตะวันตกตามแผนเดิม..." เรย์พึมพำ นิ้วเรียวเลื่อนการ์ดเวทมนตร์ระดับ A 'บาเรียศิลาศักดิ์สิทธิ์' ไปมาบนฝ่ามือ "ทรัพยากรมานาของเราจะหมดลงในอีกสิบสองนาที และช่องว่างตรงประตูทิศใต้จะถูกเจาะทะลวง ซึ่งนั่นหมายถึงพลเรือนอีกกว่าสามพันชีวิตในเขตนั้นจะกลายเป็นอาหารของพวกมันทันทีค่ะ"
"แต่ถ้าเราเทกำลังทั้งหมดไปอุดรอยรั่วทิศใต้..." รินต่อประโยคให้ทันทีโดยไม่ต้องหันมามอง ใบหน้าสวยเฉี่ยวกระตุกยิ้มเยาะหยันให้กับสถานการณ์ตรงหน้า "พวกไคเมร่าฝูงนั้นก็จะตีโอบล้อมจากด้านหลัง ตัดเส้นทางถอยของเรา แล้วขังพวกเราไว้ในวงล้อมของบอสประจำดันเจี้ยนชั้นย่อย เป็นเกมที่ออกแบบมาให้เลือกทางไหนก็มีแต่ตายกับตายสินะคะ... เจ้าของระบบบ้าบอพวกนี้รสนิยมแย่เป็นบ้าเลย"
บรรยากาศในห้องคับแคบเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงระเบิดตูมตามจากด้านนอกที่คอยย้ำเตือนว่าเวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง
เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ความกดดันระดับนี้หากเป็นฮันเตอร์ทั่วไปคงสติหลุดไปนานแล้ว แต่สำหรับเขา ความวิกฤตคือกระดานหมากรุกที่ซ่อนเงื่อนงำ และทุกหมากที่เสียไปย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเอง
"รินคะ... จำการ์ด 'สลับตำแหน่งเงาพเนจร' ที่เราได้มาจากดันเจี้ยนซากโบราณสถานเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมคะ?"
รินชะงักมือที่กำลังสับไพ่ ดวงตากลมโตหันขวับมามองสหายร่วมรบ ทันทีที่สมองของอดีตฮันเตอร์ระดับ S ประมวลผลเข้ากับความคิดบ้าบิ่นของเรย์ มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความเข้าขาและความบ้าคลั่งที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสุขุม
"นายจะใช้มันดึงความสนใจของบอสมาที่นี่... แล้วส่งฝูงไคเมร่าทั้งหมดไปกองรวมกันที่เขตเศรษฐกิจร้างสินะคะ? ว้าว สมเป็นนายจริงๆ เรย์ วิธีนี้นอกจากจะรักษาชีวิตพลเรือนได้เกือบทั้งหมดแล้ว เรายังจะได้ประโยชน์จากแรงระเบิดของมานาสะสมในย่านนั้นด้วย แต่ปัญหาคือ... ใครจะเป็นคนล่อเป้าตรงนี้ล่ะคะ? ระยะเวลาการร่ายมันต้องใช้สมาธิสูงมาก ถ้านายออกไปยืนกลางลานโล่งตอนนี้ นายจะกลายเป็นเป้านิ่งให้ศรเวทของพวกมันย่างสดในพริบตา"
เรย์ไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่หยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ลวดลายใบหนึ่งออกมาจากช่องเก็บของ การ์ดใบนี้ไม่มีชื่อ ไม่มีระดับ และไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกจากสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายที่หยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง
"ฉันจะไปค่ะ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เด็ดขาด ดวงตาคู่นั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ส่วนเธอ... คอยควบคุมระบบระบายมานาสำรองที่ชั้นใต้ดิน ถ้าระบบคำนวณของฉันไม่ผิดพลาด แรงระเบิดจากการผสานการ์ดครั้งนี้จะทำให้ประตูมิติของดันเจี้ยนปิดตัวลงชั่วคราว เรามีเวลาแค่สามนาทีในการปิดเกมนี้ค่ะ"
"สามนาทีเหรอคะ..." รินทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของเธอ แม้จะดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ย แต่แววตากลับไหววับด้วยความกังวลที่ถูกกลบเกลื่อนไว้อย่างแนบเนียน "นายมันคนบ้าจริงๆ เรย์... อย่าตายซะล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีวันหาคนจ่ายค่ากาแฟอร่อยๆ แบบนี้ได้อีก"
"ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ" เรย์ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในยามปกติ "เพราะฉันยังต้องเอาชนะเกมนี้ให้ได้..."
พูดจบร่างของเรย์ก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างที่แตกละเอียดออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ท่ามกลางหอบควันและเสียงคำรามของอสูรกายที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน
รินมองตามเงาร่างของสหายที่หายลับไปในกลุ่มควัน เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะสะบัดมือเรียกสำรับไพ่เวทมนตร์ทั้งหมดออกมาลอยเคว้งคว้างอยู่รอบตัว พลังมานาสีทองอร่ามระเบิดออก1ระลอก สะท้อนถึงสถานะอดีตฮันเตอร์ระดับ S ที่ถูกปลดผนึกชั่วคราวเพื่อรับมือกับมหันตภัยครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน ที่กลางลานกว้างเบื้องล่าง เรย์ดีดตัวลงมายืนอยู่บนซากปรักหักพัง สายลมกรรโชกแรงพัดเส้นผมและเสื้อคลุมของเขาจนสะบัด เบื้องหน้าของเขาคือฝูงไคเมร่าเกราะเพลิงนับร้อยตัวที่กำลังแยกเขี้ยวคำราม น้ำลายหยดติ๋งลงบนพื้นจนเกิดควันพวยพุ่ง ดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่พุ่งเป้ามาที่สิ่งมีชีวิตชิ้นเล็กๆ ที่บังเอิญตกลงมาขวางทาง
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก ชูการ์ดสีดำในมือขึ้นสูง ท่องบทเวทลับที่สะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำ และในเสี้ยววินาทีที่ฝูงมอนสเตอร์พุ่งเข้าใส่พร้อมกันนั้นเอง...
หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งแสงสีแดงฉานนับสิบบานก็ดีดเด้งขึ้นมาขวางกั้นสายตาของเขาทั้งหมด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่เรย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต—
[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้ดูแลระบบนิรนาม"]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "การสังเวยแห่งผู้ไร้คลาส" ถูกกระตุ้นโดยสมบูรณ์]
[ท่านได้รับการอัญเชิญเข้าสู่ "เขาวงกตมิติวิปลาส" — ประตูมิติหลักกำลังจะเปิดออก... ณ บัดนี้]
— และพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
เซียนการ์ดไร้คลาสกับผู้ช่วยจอมแสบในดันเจี้ยนอาถรรพ์•ตอนที่ 20
วิกฤตดันเจี้ยนแตก
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนการ์ดไร้คลาสกับผู้ช่วยจอมแสบในดันเจี้ยนอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!