เซียนการ์ดไร้คลาสกับผู้ช่วยจอมแสบในดันเจี้ยนอาถรรพ์•ตอนที่ 14

พันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือ

ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
"ถ้าก้าวพลาดแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะถีบเธอลงไปให้พวกมอนสเตอร์แทะเล่นเป็นคนแรกค่ะ ริน" น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบและเย็นเยียบ ราวกับไม่ได้กำลังเจรจาอยู่ปากเหวของดันเจี้ยนระดับ SS ที่ส่งกลิ่นอายความตายคละคลุ้ง แต่เป็นการบอกเลิกราคาสินค้าในตลาดสด สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผ่นหินสลักอักษรรูนโบราณตรงหน้า ซึ่งกำลังเรืองแสงสีม่วงเข้มเป็นจังหวะราวกับชีพจรของสัตว์ประหลาด เบื้องหลังของพวกเขาคือความมืดมิดอันยาวนานของอุโมงค์หินอัคนี ส่วนเบื้องหน้า... คือประตูทางเข้าโซนชั้นในของดันเจี้ยน "มหาสุสานแห่งจักรพรรดิมาร" ที่ถูกปิดตายมานานนับพันปี และการจะผ่านประตูบานนี้ไปได้ มันไม่ได้ต้องการพละกำลังมหาศาล หรือเวทมนตร์ทำลายล้างขั้นสูง แต่มันต้องการ "การสังเวย" เลือดแห่งตระกูลขุนนางเก่าแก่ หรือไม่ก็... การไขปริศนากลไกการ์ดระดับตำนานที่แม้แต่กิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งยังต้องกุมขมับ "ปากคอเรานี่มันยังน่าหยิกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ เรย์จัง..." รินแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาเรียวรีคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง แม้สภาพร่างกายของอดีตฮันเตอร์ระดับ S จะยังฟื้นฟูไม่เต็มร้อยจากการปะทะกับบอสในชั้นก่อนหน้า แต่รัศมีกดดันรอบตัวเธอก็ยังคงทรงพลังพอจะทำให้ฮันเตอร์ทั่วไปเข่าอ่อนได้ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบร่องรอยการใช้งานมานาบนพื้น "แต่ก่อนจะห่วงว่าฉันจะถ่วงแข้งถ่วงขา เธอดูกลุ่มคนที่กำลังเดินยิ้มร่าเข้ามาทางด้านหลังเราก่อนดีกว่าค่ะ" เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องไปตามผนังถ้ำหิน เรย์ไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสัมผัสลวดลายบนการ์ดเวทมนตร์ระดับ C ในมือที่สั่นระริกเล็กน้อยจากแรงดันมานา การคำนวณความน่าจะเป็นในหัวของเขากำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าประมวลผลของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ *คณิน*... ผู้นำกิลด์ "โล่เพลิงทมิฬ" ฮันเตอร์ระดับ A ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และเกลียดชังคนไร้คลาสอย่างเรย์เข้ากระดูกดำ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลูกน้องฝีมือฉกาจอีกหกคน อาวุธเวทมนตร์ในมือของพวกมันส่องแสงวาบวับพร้อมจู่โจมได้ทุกเมื่อ "แหมๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็เจ้าฮันเตอร์ไร้คลาสกับยัยตกอับหมดสภาพนี่เอง" คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ก้าวเข้ามาหยุดห่างจากเรย์เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกวาดมองแผ่นหินสลักตรงหน้าด้วยความโลภ "ทางเข้าที่ถูกปิดตาย... พวกแกสองคนพยายามจะเปิดมันสินะ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ความสามารถระดับปลิงดูดเลือดแบบพวกแก ไม่มีทางไขกลไกนี้ได้หรอก" รินส่งเสียง "ชิ" ในลำคอ ขยับมือขวาไปแตะด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมอย่างเงียบเชด แต่เรย์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เด็กหนุ่มหันกลับมาเผชิญหน้ากับคณิน ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบไร้ระลอกคลื่น ราวกับกำลังมองดูฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนเสื้อ "ถ้าพวกคุณมั่นใจว่าเก่งนัก ทำไมถึงยังยืนบื้ออยู่ตรงทางเข้ามาร่วมชั่วโมงล่ะคะ คุณคณิน" เรย์เอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ปฏิกิริยาของคณินชะงักไปชั่วขณะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "หรือว่า... สมองระดับ A ของพวกคุณ จะคิดไม่ออกว่ารหัสผ่านของการ์ดผนึกนี้ต้องใช้ธาตุอะไรในการกระตุ้น?" "แก!" คณินกัดฟันกรอด ก้าวเข้าประชิดตัวเรย์ด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาเป็นรูปธรรม "อยากลองดีนักใช่ไหมไอ้เด็กเวร! เชื่อไหมว่าฉันแค่สะกิดทีเดียว หัวหลุดจากบ่าได้เลยนะ!" "เชื่อค่ะ..." เรย์ตอบรับทันควันโดยไม่กะพริบตา "แต่ถ้าคุณฆ่าฉันตอนนี้ คนเดียวที่จะเปิดประตูบานนี้ได้... ก็จะหายไปตลอดกาลเช่นกันค่ะ" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันที เสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน คณินหรี่ตาลงจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา สมองของฮันเตอร์รุ่นพี่กำลังประเมินสถานการณ์ ความจริงข้อหนึ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้คือ ทีมสำรวจของกิลด์โล่เพลิงทมิฬติดแหงกอยู่หน้าประตูนี้มาครึ่งวันแล้วโดยไม่มีความคืบหน้า และพวกเขาก็สูญเสียฮันเตอร์สายถอดรหัสฝีมือดีไปจากการกับดักเมื่อเช้า "แกหมายความว่ายังไง..." คณินเค้นเสียงถาม "เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่าค่ะ" เรย์คลี่ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้รินที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องลอบถอนหายใจ เพราะเธอรู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนี้หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังจะเริ่ม "ปั่นหัว" คนอื่นอีกแล้ว "พวกคุณมีกำลังพลและทรัพยากร ส่วนฉันมีวิธีถอดรหัสกลไกการ์ดนี้ มาร่วมมือกันเปิดทางเข้า แล้วเข้าไปแบ่งสมบัติกันคนละครึ่ง... ข้อเสนอatนี้ ยุติธรรมพอสำหรับคนฉลาดอย่างคุณไหมคะ?" คณินหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่นอุโมงค์ "ร่วมมือกับพวกแกเนี่ยนะ? หึ! ทำไมฉันต้องแบ่งสมบัติให้คนไร้คลาสอย่างแก ในเมื่อฉันสามารถฆ่าพวกแกแล้วแย่งคัมภีร์วิธีเปิดมาได้เอง?" "เชิญค่ะ ถ้าคิดว่าลูกน้องของคุณคนไหนมีความรู้เรื่องทฤษฎีการ์ดมิติซ้อนทับพอที่จะแก้กลไกภายในสามนาทีนี้" เรย์ผายมือไปยังแผ่นหินสลัก ซึ่งตอนนี้ตัวอักษรรูนสีม่วงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และมีเสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." ดังขึ้นราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง "แต่เตือนไว้ก่อนนะคะ ว่าถ้าถอดรหัสผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว แรงระเบิดจากมานากลืนกินจะกวาดล้างพื้นที่รัศมีสิบเมตร... ซึ่งก็คือตรงที่พวกเรายืนอยู่ทั้งหมดนี่แหละค่ะ" สีหน้าของคณินเปลี่ยนสีทันที เขากวาดสายตามองลูกน้องด้านหลังที่ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้าใกล้แผ่นหินนั้นแม้แต่คนเดียว รินแอบกระตุกมุมเสื้อของเรย์เบาๆ พร้อมกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบา "เล่นเกมจิตวิทยาเสี่ยงเกินไปแล้วนะคะ เรย์ ถ้าไอ้บ้านี่มันสติหลุดแล้วสั่งฆ่าเราจริงๆ ล่ะ?" "มันไม่กล้าเสี่ยงตายหรอกค่ะ ริน..." เรย์ตอบกลับด้วยโทรจิตมานาที่เชื่อมถึงกันเพียงสองคน ดวงตาของเขายังคงจ้องมองคณินไม่วางตา "คนแบบคณิน รักษาผลประโยชน์และชื่อเสียงของตัวเองยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด การยอมร่วมมือกับคนไร้คลาสยังดีกว่าต้องตายอย่างไร้ศักดิ์ศรีในดันเจี้ยนที่ไม่มีใครรู้จัก" เวลาผ่านไปสิบวินาทีที่ยาวนานราวกับสิบปี ในที่สุดคณินก็กัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกรามกระทบกัน เขาปัดมือใส่อากาศอย่างหัวเสีย "ก็ได้วะ! เปิดทางก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์เรื่องส่วนตัวกันทีหลัง!" คณินคำราม "แต่ถ้าแกตุกติกแม้แต่นิดเดียว... หัวของแกจะไปประดับอยู่หน้าปากทางเข้าแน่!" "ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพันธมิตรผู้... น่าเชื่อถือนะคะ" เรย์ยิ้มรับด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเยาะเย้ยจางๆ ที่มีเพียงรินเท่านั้นที่สังเกตเห็น เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้แผ่นหินสลัก ดึงการ์ดเวทมนตร์สามใบออกจากช่องเก็บของในระบบ สลักมานาสีฟ้าครามลงไปบนพื้นผิวการ์ดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวของเรียวปลายนิ้วเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จับจ้องมาเป็นตาเดียว กลไกโบราณส่งเสียง "คลิก" ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ประตูหินยักษ์ค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นไอหมอกสีดำทมิฬที่พวยพุ่งออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง และกลิ่นอายอันทรงพลังที่กดทับจนทุกคนต้องหายใจติดขัด ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรย์คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: การปลดผนึก "มหาสุสานแห่งจักรพรรดิมาร" สำเร็จด้วยพันธมิตรที่ไม่สมบูรณ์] [ระบบทำการประเมินสถานการณ์ฉุกเฉิน...] [คำเตือนระดับ SSS: บอสลับประจำชั้น "ราชันย์โครงกระดูกโลหิต" ตื่นจากการหลับใหลก่อนกำหนดเนื่องจากความผันผวนของมานาภายนอก!] [เป้าหมายภารกิจถูกอัปเดต: กำจัดหรือหลบหนีจากบอสลับภายใน 10 นาที มิฉะนั้นพื้นที่ทั้งหมดจะถูกผนึกถาวร และวิญญาณของผู้เล่นจะถูกกลืนกิน] [และ... ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอกที่ไม่ได้รับเชิญ: "องค์กรเงาโลหิต" ได้ทำการปิดกั้นเส้นทางถอยหลังทั้งหมดแล้วในขณะนี้ — ขอให้โชคดีค่ะ ผู้เล่นเรย์] เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบวัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ปิดตายทุกหนทางหนีอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนการ์ดไร้คลาสกับผู้ช่วยจอมแสบในดันเจี้ยนอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%