พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง•ตอนที่ 8

อาหารมื้อพิเศษ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
ควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อดินเผาใบใหญ่เคล้าคลอบรรยากาศยามเย็นให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ชายผ้ากันเปื้อนสีหม่นที่หลินเฟยสวมทับชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบไม่ได้ทำให้ความโดดเด่นของนางลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เคยผ่านแต่การถือพู่กันและเครื่องประดับราคาแพงในอดีต บัดนี้กลับคล่องแคล่วในการตักซุปกระดูกหมูกลมกล่อมที่เคี่ยวด้วยสมุนไพรสดจากแปลงเกษตรมิติพิเศษ กลิ่นหอมหวานของหัวผักกาดขาวที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มผสมผสานกับกลิ่นอายของพริกไทยดำและรากผักชี ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงเล็ก ๆ จนผู้ที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลาย จางหย่งวางท่อนฟืนชิ้นสุดท้ายลงบนกองไฟด้วยความเงียบเชียบ ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีที่เคยใช้สาดส่องสนามรบเพื่อปลิดชีพข้าศึก บัดนี้กลับทอดมองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความอ่อนโยนจนแทบหยดย้อย รอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าคมคายไม่ได้ทำให้ความหลงใหลในตัวหญิงสาวลดลงเลย ตรงกันข้าม... นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่นางลุกขึ้นมาตบหน้าเหล่าญาติผู้พี่ที่ยกพวกมาไถนาไร่ของพวกเขาเมื่อวันก่อน เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าสตรีตรงหน้านี้ไม่ใช่ดอกไม้บอบบางในเรือนหออีกต่อไป แต่นางคือพยัคฆ์สาวจำแลงที่งดงามและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด "มองอะไรอยู่หรือคะท่านแม่ทัพ หรือว่ากลิ่นฝีมือของข้าจะทำให้ท่านหิวจนตาลายไปหมดแล้ว" หลินเฟยเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน นางยกถาดไม้ที่บรรจุถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลบรรจุอาหารหอมกรุ่นออกมาวางบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย จางหย่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้มทอดเงาทาบทับร่างบางของนางโดยธรรมชาติ มือหนายื่นออกไปช่วยจัดแจงถ้วยตะเกียบให้เข้าที่อย่างรู้หน้าที่ "ข้าไม่ได้มองอาหาร... ข้าแค่กำลังคิดว่า สตรีที่สามารถเนรมิตผินแผ่นดินแห้งแล้งให้กลายเป็นแปลงผักทองคำได้ แถมยังทำอาหารได้หอมยั่วยวนใจถึงเพียงนี้ เหตุใดสวรรค์จึงส่งนางลงมาอยู่ในเรือนหลังเล็ก ๆ ของบุรุษตกอับเช่นข้าได้" คำพูดที่เจือความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กน้อยแต่แฝงความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังนั้น ทำให้หลินเฟยถึงกับต้องค้อนขวับให้น้ำคำของสามี นางยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบา ๆ เป็นการหมั่นไส้ "ท่านนี่นะ... ปากหวานขึ้นทุกวัน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แม่ทัพผู้เกรียงไกรกลายมาเป็นคนปากคอเราะร้ายเช่นนี้ กินข้าวเสียเถอะค่ะ ผักกาดชุดแรกนี้เราเก็บเกี่ยวมาด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยยาก มันสมควรได้รับการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด" มื้ออาหารค่ำวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การประทังชีวิต แต่คือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ หลินเฟยบรรจงจัดเตรียมเมนูพิเศษถึงสี่อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละลายในปาก รสชาติกลมกล่อมเค็มหวานกำลังดีจากน้ำตาลเคี่ยวและเครื่องเทศลับในมิติ อย่างที่สองคือ 'ผัดผักกาดฮ่องเต้น้ำมันหอย' ที่ยังคงความเขียวสดกรอบและหวานธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ ตามด้วย 'ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนดุจแพรไหม' โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียด และปิดท้ายด้วย 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว' ที่ร้อนระอุช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เมื่อตะเกียบคู่แรกคีบหมูสามชั้นเข้าปาก จางหย่งถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ รสชาติที่ระเบิดขึ้นบนต่อมรับรสช่างล้ำลึกและเต็มไปด้วยความใส่ใจ ความนุ่มละลายที่ผสานกับความหอมของเครื่องเทศทำให้เขารู้สึกราวกับว่าความเหนื่อยล้าตลอดหลายปีในค่ายทหารมลายหายไปในพริบตา "อร่อยมาก..." ชายหนุ่มเอ่ยออกมาสั้น ๆ แต่แววตาที่มองนางนั้นระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวในยามราตรี "ฝีมือของเจ้า... ต่อให้เป็นพ่อครัวในวังหลวงก็ยังเทียบไม่ติด" "ถ้าอร่อยก็ทานให้เยอะ ๆ ค่ะ วันนี้ท่านเหนี่ยวแรงมามากแล้ว พรุ่งนี้เรายังต้องนำผักล็อตแรกไปส่งให้กับเหลาเหลียนหัวที่ตลาดในเมืองอีก" หลินเฟยตักชิ้นเนื้อที่นุ่มที่สุดใส่ลงในถ้วยของสามี ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเป้าหมายทางธุรกิจ "ข้าอยากจะรู้จริง ๆ ว่า หากคุณชายรองสกุลหลี่และบรรดาแม่สามีจอมปลอมพวกนั้นรู้ว่า ผักที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็น 'เศษดินไร้ค่า' ในมือของข้า บัดนี้กำลังจะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจนพวกเขาสוכตขอดด้วยความอิจฉา สีหน้าของพวกเขาจะน่าดูสักแค่ไหนกันนะ" จางหย่งหัวנסในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกเสื้อ "เจ้าวางแผนอะไรไว้อีกแล้วล่ะแม่นางหลิน? ข้าเตือนไว้ก่อนนะว่า หากเจ้าทำให้พวกมันเดือดร้อนเกินไป ข้าในฐานะสามีจะต้องคอยถือกระบี่ไปเคลียร์ปัญหาให้อีกรอบแน่ ๆ" "ท่านไม่ต้องห่วงหรอค่ะ ข้าไม่ใช่คนหาเรื่องก่อน... แต่ถ้าใครกล้ามาล้ำเส้นแปลงผักของข้าอีก ข้าไม่ได้ใช้แค่ตบหน้าแน่ ๆ ค่ะ" รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางร้ายกลับใจ แต่แววตากลับคมกริบดุจใบมีดอาบยาพิษ บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาอบอุ่นดังเดิมเมื่อสามีเอื้อมมือมาสัมผัสปลายนิ้วของนางเบา ๆ แสงตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามสายลมยามค่ำคืนที่พัดลอดหน้าต่างกระดาษสาเข้ามา เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมอยู่ภายนอก ข้าวของในบ้านหลังน้อยแม้จะไม่หรูหรา แต่ความสุขและความอิ่มเอมใจในยามนี้กลับประเมินค่าไม่ได้ หลินเฟยพึงพอใจกับชีวิตบทใหม่ที่นางเป็นผู้กำหนดชะตากรรมด้วยสองมือของตนเอง อาณาจักรความสุขที่นางสร้างขึ้นกำลังเติบโตทีละน้อยอย่างมั่นคง ทว่า... ในขณะที่ตะเกียบในมือของจางหย่งกำลังจะคีบชิ้นอาหารคำสุดท้ายเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ เสียงทุบประตูดังปึงปังด้วยความเกรี้ยวกราดทำลายความเงียบสงบในยามวิกาลทันที! "หลินเฟย! นังตัวดี! ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงไปแย่งโควตาการค้าผักของตระกูลหลี่!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่แผดลั่นทะลุกำแพงเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของคนหลายคนทาบทับอยู่หลังประตูกระดาษ จางหย่งชะงักมือที่ถือตะเกียบ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่กดขี่จนบรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นทันตาเห็น ทว่าหลินเฟยกลับวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น มุมปากยกยิ้มเยาะขึ้นช้า ๆ นางหันไปสบตากับสามีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ดูท่า... อาหารมื้อพิเศษนี้ จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงเป็นของหวานเสียแล้วล่ะค่ะ ท่านพี่..." โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ "กุหลาบหนามเงิน"
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%