"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเมล็ดพันธุ์ลีบๆ เหลאןี้มาปะปนกับกองผลผลิตของข้าอีกแม้แต่เมล็ดเดียว อย่าหาว่ามือของข้าไม่ปรานีที่จะฟ้องร้องเอาความกับทางการให้ถึงที่สุด!"
น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบดังขึ้นท่ามกลางลานตากشผลผลิตหลังเรือน กลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นอายฉุนกึกของสมุนไพรไล่แมลงที่หลินเฟยเพิ่งปรุงขึ้นสดๆ หลินเฟยในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ยืนกอดอกมองบรรดาพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดจากในเมืองด้วยสายตาคมกริบดุจใบมีดโกน เธอมิใช่หลินเฟยคนเก่าผู้โง่งวดและยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไป ร่างบางในภพนี้คือเจ้าของอาณาจักรเกษตรกรรมที่กำลังเติบโต และทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปย่อมมีค่าเกินกว่าจะยอมให้พวกเหลือบไรเหล่านี้มาเอาเปรียบ
พ่อค้าอ้วนท้วมหน้าตาเจ้าเล่ห์หัวเราะกลบเกลื่อน พยายามส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้อาหารมื้อเช้าตีกลับขึ้นมา "โธ่ แม่นางหลิน เหตุไฉนจึงใจร้อนเช่นนั้นเล่า พวกเราก็แค่คนทำมาค้าขายร่วมกัน..."
"การทำมาค้าขายร่วมกันย่อมต้องมีความซื่อสัตย์เป็นรากฐาน ไม่ใช่การยัดเยียดสินค้าไร้คุณภาพเพื่อหวังส่วนต่างกำไร" หลินเฟยสวนกลับทันควัน ไม่เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามได้ทันบิดเบือนคำพูด ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา "เชิญกลับไปเสียเถอะค่ะ และบอกพวกพ้องของท่านด้วยว่า หากคิดจะมาไม้เดิมกับแปลงผักตระกูลหลินอีก ประตูเรือนหลังนี้จะปิดตายใส่พวกท่านไปตลอดกาล"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่เหล่าพ่อค้าจะจำใจหอบหิ้วตะกร้าสินค้าของตนถอยรอนๆ ออกไปด้วยความหัวเสีย เสียงฝีเท้าที่ก้าวหนีอย่างลนลานสร้างรอยยิ้มเยาะหยันขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อปรับอารมณ์ให้เข้าสู่ความสงบ
มือเรียวบางหยิบจอบด้ามไม้ไผ่ขึ้นมาเตรียมจะเดินไปจัดการกับแปลงหอมหัวใหญ่ที่กำลังงอกงามดี ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณชายป่าติดกับเขตที่ดินรกร้างข้างเคียง ซึ่งทางการเพิ่งประกาศขายเมื่อไม่กี่วันก่อน
ร่างนั้น... แข็งแกร่ง บ่ากว้างรับกับช่วงไหล่สง่าผ่าเผย แม้จะสวมใส่ชุดชาวไร่เนื้อหยาบสีทึบเพื่ออำพรางตัว แต่แผ่นหลังที่ตรงแน่วและการเคลื่อนไหวที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและสัญชาตญาณนักรบ ย่อมไม่อาจหลุดรอดจากสายตาที่ผ่านโลกมามากของหลินเฟยไปได้
ท่านแม่ทัพจางหย่งผู้นั้น เหตุใดจึงมาลับๆ ล่อๆ อยู่แถวนี้อีกแล้วเล่า?
หลินเฟยหรี่ตามองด้วยความสงสัยระคนขบขัน ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมในในสนามรบ แต่กลับยอมแปลงโฉมมาเป็นแรงงานเถื่อนคอยช่วยเธอขุดดินถางหญ้าอยู่บ่อยครั้ง ยามนี้เขากลับกำลังทำทีเป็นสำรวจดินบริเวณชายป่า ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับคอยชำเลืองมองมาทางเรือนของเธอเป็นระยะ ราวกับสุนัขป่าตัวใหญ่ที่กำลังเฝ้ามองอาณาเขตของตนเองอย่างไรอย่างนั้น
ฝีเท้าก้าวเดินอย่างเงียบเชียบเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังแสร้งทำเป็นแบกก้อนหินก้อนใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจ หลินเฟยแกล้งกระแอมเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าหยอก
"ที่ดินรกร้างผืนนั้นดินเค็มและแห้งแล้งจนแทบปลูกอะไรไม่ขึ้น หากท่านคิดจะเอาเงินมาทุ่มซื้อเพื่อทำไร่จริงๆ เกรงว่าคงต้องใช้แรงกายงัดหินพวกนั้นจนกระดูกหลุดเป็นชิ้นๆ กระมังคะ ท่าน... คนงานรับจ้างรายใหม่"
จางหย่งสะดุ้งเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากยอดแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง หันมาสบตากับหญิงสาวด้วยใบหน้าคมเข้มที่ขึ้นสีแดงจางๆ ที่ใบหู แม้จะพยายามรักษาความนิ่งขรึมไว้เพียงใด แต่ประกายความยินดีในดวงตาคู่นั้นก็ไม่อาจปิดบังได้มิด
"ข้า... แค่เดินผ่านมาสำรวจดูความเหมาะสม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ ผิดวิสัยแม่ทัพผู้เคยบัญชาการทหารนับหมื่น "ได้ยินว่าที่ดินผืนนี้ติดกับแปลงเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในละแวกนี้ จึงอยากรู้ว่าเคล็ดลับการบำรุงดินของแม่นางหลินคืออะไร ถึงได้ทำให้พืชผลเติบโตงอกงามได้รวดเรวปานนี้"
หลินเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองก้อนหินในมือเขาแล้วอมยิ้ม "อ้อ ที่แท้ท่านแม่ทัพก็สนใจเรื่องการเกษตรขึ้นมาเสียแล้ว หรือว่าเสบียงในกองทัพไม่ถูกปาก จนต้องคิดมาลงทุนทำสวนปลูกผักกินเองเสียเองกันแน่คะ"
"ถ้าเป็นผักที่เจ้าปลูก..." จางหย่งพึมพำเบาๆ ประโยคหลังกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นสายตารู้ทันของหญิงสาว แต่เขาก็ยังคงยืนปักหลักไม่ยอมขยับไปไหน ราวกับเด็กหนุ่มที่ถูกจับได้ว่าแอบมา
"หากข้าจะขอซื้อที่ดินผืนข้างเคียงนี้จริงๆ และมาขอคำชี้แนะจากเจ้า... พอจะรับ 'คนงาน' คนนี้ไว้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษบ้างหรือไม่เล่า แม่นาง"
บรรยากาศรอบกายพลันอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ท่ามกลางลมหนาวแรกของฤดูกาล กลิ่นอายของดินและต้นไม้เขียวขจีราวกับเป็นพยานให้แก่การสนทนาที่ซ่อนความรู้สึก lลึกซึ้งไว้ภายใต้รอยยิ้ม หลินเฟยช้อนตาขึ้นมองบุรุษร่างสูงผู้ยอมทิ้งเกียรติยศมาวนเวียนอยู่ใกล้เรือนนาแปลงเล็กๆ นี้ หัวใจที่เคยด้านชาจากอดีตชาติกลับเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมได้ยาก
"เรื่องนั้นคงต้องดูความขยันขันแข็งของท่านก่อนค่ะท่านแม่ทัพ..." หลินเฟยเว้นจังหวะ ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "ว่าแต่... วันนี้ท่านช่วยแบกถังน้ำไปรดแปลงผักทางโน้นให้ข้าสักสิบรอบเสียก่อนเถอะ แล้วค่อยมาคุยเรื่องซื้อที่ดินกันใหม่"
จางหย่งแย้มรอยยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรก ดวงตาคมทอประกายระยิบระยับด้วยความเต็มใจยิ่งกว่าได้รับพระราชทานอภัยโทษเสียอีก เขากำลังจะก้าวเข้าไปรับถังไม้จากมือของหญิงสาว ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนโกลาหลจากปากทางเข้าหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบสงบ
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดกลางเมืองหลวงแล้วคุณหนูหลิน! ขบวนสินค้าล็อตแรกของท่านถูกคนของตระกูลเดิมส่งคนมาสกัดและกล่าวหาว่าเป็นของเถื่อน ตอนนี้ทางการกำลังจะเข้ายึดสินค้าทั้งหมดแล้ว!"
ร่างของบ่าวรับจ้างวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดหอบหายใจตรงหน้าหลินเฟย สีหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
หลินเฟยหุบยิ้มทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างระหงในชั่วพริบตา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างอันตราย ตระกูลเดิมที่เคยคิดจะขับไล่ไสส่งเธอยังไม่ยอมรามือสินะ ช่างบังAانเสียนี่กระไรที่กล้ามาท้าทายเธอในวันที่เธอกำลังอารมณ์ดี
จางหย่งที่ยืนอยู่ข้างกายแววตาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ บรรยากาศรอบตัวของยอดแม่ทัพแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวในเสี้ยววินาที เขาเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่ทรงอำนาจจนน่าขนลุก
"ดูเหมือนว่า... จะมีคนรựنแรงอยากลองดีกับว่าที่ภรรยาของข้าเข้าเสียแล้วสินะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างอาณาจักรความสุขไปกับหลินเฟยและท่านแม่ทัพนะคะ!
พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง•ตอนที่ 3
ชายแปลกหน้าใต้ต้นไม้
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!