สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 17

ความลับของอาจารย์อลิซ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"ถ้าคุณคิดจะใช้ระบบประเมินตรรกะเพื่อสแกนหาความจริงจากปากฉันล่ะก็... เก็บแว่นขยายคู่ใจของคุณลงไปซะเถอะ คิณ" เสียงหวานเจือความเย้าหยวนอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น ทว่าแววตาคู่สวยที่มักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่นในยามปกติ กลับราบเรียบและว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากห้องทำงานใต้ดินสาดกระทบกรอบแว่นสายตาของผม สะท้อนประกายความสงสัยที่อัดแน่นจนเกือบจะล้นทะลักออกมาทางสีหน้า ผมดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชำระในยามที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศตรงหน้า กำลังกะพริบเตือนรัวๆ ด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบค่าความกดดันทางจิตใจในพื้นที่พุ่งสูงเกินขีดจำกัดระดับ 85%]* *[คำเตือน: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และตัวละครเป้าหมาย "ศจ.อลิซ" กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ]* ผมลดมือลง ปล่อยให้สายตาสบเข้ากับดวงตาของอาจารย์สาวผู้กุมความลับของคอยน์ซีรีส์และเบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเราเพิ่งคลี่คลายไปหมาดๆ บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า มีเพียงแฟ้มเอกสารสีซีดเล่มหนึ่ง กองกระดาษจดบันทึกด้วยลายมือยุ่งเหยิง และถ้วยกาแฟที่เย็นชืดจนไอร้อนจางหายไปนานแล้ว "ผมไม่ได้คิดจะใช้ระบบกับอาจารย์หรอกครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น สุภาพตามวิสัยที่ยึดถือเสมอ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาด "แต่ผมคิดว่า... ถึงเวลาแล้วนะครับที่เราควรจะพูดความจริงกันเสียที หลังจากที่เราวิ่งไล่เงาของคนอื่นมาครึ่งค่อนเมือง" อลิซแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง ซึ่งเป็นโทนเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินจากเธอมาก่อน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทผมเสมอในยามคับขันบัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยย่นจางๆ ที่หางตา ซึ่งฟ้องให้เห็นถึงร่องรอยของความเหนื่อยล้าสะสมมาเนิ่นนาน เธอยกมือขึ้นปลดโบว์ผูกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวออกช้าๆ ปล่อยให้กระดุมเม็ดบนสุดคลายออก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบกรอบรูปไม้เก่าๆ ที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพลิกให้ผมได้เห็น ในกรอบรูปนั้น... คือภาพถ่ายของเด็กผู้ชายวัยไล่เลี่ยกับผมในปัจจุบัน ยืนคู่กับชายวัยกลางคนสวมเสื้อกาวน์นักวิทยาศาสตร์ รอยยิ้มของเด็กชายในภาพช่างสดใสและไร้เดียงสา จนแทบไม่เหลือเค้าโครงของความมืดมนใดๆ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาผมที่สุด คือเข็มกลัดรูปฟันเฟืองสีทองที่ติดอยู่บนปกเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนแหวนปริศนาในที่เกิดเหตุคดีแรก "เด็กคนนั้น... คือผมเองเหรอครับ?" ผมเอ่ยถาม เสียงกระซิบของตัวเองเบาหวิวราวกับกลัวว่ามันจะไปรบกวนความเงียบงันที่แสนเปราะบางนี้ "ไม่ใช่... เขาคือ 'น้องชาย' ของฉันต่างหากล่ะ คิณ" อลิซวางกรอบรูปลงเบาๆ เสียงไม้กระทบโต๊ะดังสะท้อนก้องในห้องแคบๆ เธอนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังรวบรวมเศษซากความทรงจำที่แตกสลายให้กลับมาร้อยเรียงใหม่อีกครั้ง "นายคงสงสัยมาตลอดสินะ ว่าทำไมอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดาๆ อย่างฉัน ถึงล่วงรู้กลไกของระบบสืบสวน หรือแม้กระทั่งวิธีหลบเลี่ยงการตรวจจับของพวกองค์กรใต้ดิน... คำตอบมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย คิณ มันเป็นแค่เรื่องของ 'ความแค้น' และ 'ความผิดพลาด' ที่ฉันไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้" ลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ สมองส่วนตรรกะเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา คอยน์ซีรีส์ ระบบเลเวลอัป องค์กรปริศนา และคดีฆาตกรรมที่ถูกปกปิด... ทุกอย่างเริ่มต่อจิ๊กซอว์เข้าหากันทีละชิ้นอย่างน่ากลัว "น้องชายของอาจารย์... เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ทดลองระบบนั้นสินะครับ?" ผมถามต่อ น้ำเสียงยังคงรักษาความสุภาพไว้ได้แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก อลิซลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นประกายแสงวับวาดด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น เธอยิ้มขื่นๆ ให้ผม ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เธอเก็บงำไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ "เขาก็เป็นแค่เด็กเนิร์ดคนหนึ่ง... เหมือนกับนายในตอนนี้แหละ คิณ" อลิซเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้การไขปริศนา รักความยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าตรรกะของมนุษย์จะสามารถแก้ไขทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้... จนกระทั่งเขาก้าวเข้าไปสู่ห้องทดลองใต้ดินของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ที่อ้างว่ากำลังพัฒนาโปรแกรมจำลองความคิดของมนุษย์ผ่านระบบเกม" เธอยื่นมือมาแตะขอบโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อย "แต่ความจริงมันไม่ใช่เกม... มันคือการทดลองล้างสมองเพื่อสร้าง 'เครื่องมือ' มนุษย์ที่ไร้ความรู้สึก ระบบที่นายกำลังใช้อยู่ตอนนี้ หน้าต่างสถานะ ทักษะ หรือแม้กระทั่งแต้มสะสม... นายคิดว่ามันมาจากไหนล่ะ คิณ? มันถูกสร้างขึ้นมาจากรหัสพันธุกรรมและความทรงจำของน้องชายฉัน... ที่ถูกดึงออกไปทีละส่วนจนกระทั่งสมองของเขาแหลกสลายคาเตียงทดลอง!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนจะลดฮวบลงจนหนתเหน็บ หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่เคยสงบมาตลอด กลับส่งเสียงเตือนแหลมสูงด้วยความถี่ที่น่ารำคาญ *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบข้อมูลลับระดับความปลอดภัยสูงสุดกำลังถูกปลดล็อก]* *[ข้อผิดพลาดร้ายแรง: ผู้ใช้งานกำลังเข้าถึงต้นกำเนิดของระบบ - 'Project Ouroboros']* ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่เด็กหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะอย่างผมจะรับมือได้ไหวในทันที ภาพของอาจารย์สาวผู้ร่าเริง ขี้เล่น และชอบแกล้งผมในทุกๆ วัน บัดนี้กลับเหลือเพียงผู้หญิงที่แตกสลายและแบกรับความแค้นอันดำมืดไว้เพียงลำพังมานานหลายปี "แล้วเป้าหมายที่แท้จริงของอาจารย์ล่ะครับ..." ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ฝืนบังคับให้เสียงของตัวเองไม่สั่นเครือ "การดึงผมเข้ามาพัวพันกับคดีทั้งหมดนี้... การให้ผมใช้ระบบนี้... อาจารย์กำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือแก้แค้นด้วยใช่ไหมครับ?" อลิซเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการโกหกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวิ้งว้างและความจริงใจอันเจ็บปวด เธอยื่นมือซ้ายที่สวมถุงมือหนังสีดำขึ้นมา ช้าๆ เธอดึงถุงมือออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นไหม้เกรียมที่ลามขึ้นมาจากข้อมือจนถึงฝ่ามือ—ร่องรอยของการพยายามเข้าไปช่วยน้องชายในคืนเพลิงผลาญเมื่อห้าปีก่อน "ถ้าฉันอยากจะใช้ นายคงตายไปตั้งแต่คดีแรกแล้วล่ะ คิณ..." อลิซระบายยิ้มจางๆ ยิ้มที่ดูเศร้าที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น "แต่เหตุผลที่ฉันเลือกนาย... เพราะนายมีสิ่งที่น้องชายฉันขาดหายไปในวินาทีสุดท้าย... นายมี 'ความกล้าหาญที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง' แม้ว่าระบบจะพยายามชี้นำนายแค่ไหนก็ตาม" เธอหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบมามองหน้าผมตรงๆ "และตอนนี้... คนที่สร้างระบบนั้นขึ้นมา กำลังรู้ตัวแล้วว่านายกำลังเข้าใกล้ความจริงเกินไป" *กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมตึกนี้ไว้ทุกด้านอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับแสงไฟสีแดงฉานจากลำกล้องปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามาเป็นเป้าหมาย หน้าต่างระบบตรงหน้าผมดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะรีเซ็ตตัวเองด้วยตัวอักษรสีเลือดที่เตือนภัยระดับสูงสุด *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนของ 'ผู้ดูแลระบบตัวจริง' กำลังรุกรานพื้นที่เป้าหมาย]* *[ภารกิจบังคับ: รอดชีวิตจากการกวาดล้างภายใน 3 นาที]* อลิซผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้าของเธอกลับมาเป็นนักสืบผู้เยือกเย็นอีกครั้ง เธอคว้าปืนพกสั้นกระบอกใหญ่ออกจากลิ้นชักโต๊ะ แล้วโยนเสื้อโค้ตมาให้ผมรับไว้อย่างแม่นยำ "หนีทางนี้ไม่ได้แล้ว คิณ..." อลิซเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิต "เพราะคนที่ก้าวเข้ามาทางประตูหน้า... คือสารวัตรมือขวาขององค์กร... และเขาคือคนที่กดสวิทช์ปลิดชีพน้องชายฉันเมื่อห้าปีก่อน!" ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันสิ้นเสียง ประตูไม้บานหนาของห้องทำงานก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิดจากภารกิจจู่โจม กลุ่มควันสีเทาคลุ้งกระจายพร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากโลหะเรียบสนิท ก้าวเท้าเหยียบเศษซากปรักหักพังเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากนั้น *** *ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงข้างกันมาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%