สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 10

สำรวจที่เกิดเหตุคดีที่สอง

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นอายของอณูมานาเข้มข้นจนเกือบจะกลายสภาพเป็นละอองหมอกสีครามลอยวนอยู่รอบปลายนิ้ว ทันทีที่ผลักบานประตูไม้สักโบราณของคฤหาสน์ตระกูลวาลคีรีเปิดออก ความเย็นยะเยือกที่ผิดธรรมชาติก็ปะทะเข้ากับใบენაของคิณจนขนลุกชัน นี่คือสถานที่เกิดเหตุคดีที่สอง คดีที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ด้วยสามัญสำนึกของโลกใบนี้ "ระวังหน่อยนะครับคุณนักสืบ ร่องรอยตรงนี้ไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนหรือคมมีดธรรมดาแน่นอน" เสียงทุ้มนุ่มติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังมาจากด้านหลัง ศจ.อลิซก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงมืดทึบด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากกว่าจะมาเหยียบย่างในสถานที่ที่มีคนเพิ่งเสียชีวิตอย่างปริศนา เธออยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีเข้ม ตัดกับเส้นผมสีเงินยวดยวงที่สะท้อนแสงเรืองรองจากละอองเวทมนตร์ในอากาศ คิณไม่ตอบคำถามในทันที เขาดึงแว่นขยายคู่ใจสีทองอร่ามขึ้นสวมทับดวงตา เลนส์พิเศษของมันถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบวิเคราะห์สืบสวน ซึ่งในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนก็ดีดตัวขึ้นตรงหน้า [ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยพลังงานเวทมนตร์ระดับสูง: ธาตุความมืดผสมผสานกับจิตอาฆาต] [ความเข้ากันได้ของเบาะแส: 89%] [คำเตือน: สภาพแวดล้อมมีความหนาแน่นของมานาผิดปกติ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สำรวจ] คิณกวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นขยาย พื้นไม้ปาเก้สีเข้มเบื้องหน้าปรากฏรอยไหม้เกรียมเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ ขอบรอยไหม้มีผลึกคริสตัลสีดำขนาดเท่าเม็ดทรายเกาะอยู่ระยิบระยับ มันไม่ใช่ร่องรอยจากการเผาไหม้ของเปลวไฟทั่วไป แต่เป็นร่องรอยการ "สลายตัว" ของสสารด้วยพลังงานเวทมนตร์ขั้นสูง "คุณอลิซ ช่วยส่องไฟทางด้านนั้นหน่อยครับ" คิณเอ่ยเรียบๆ พลางย่อตัวลงต่ำเพื่อสังเกตมุมองศาของละอองมานาที่ยังคงลอยเคว้งคว้าง อาจารย์สาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ลูกไฟสีฟ้าอ่อนดวงเล็กก็ลอยขึ้นส่องสว่างแทนคบเพลิง เผยให้เห็นรอยขูดขีดบนผนังห้องที่อยู่ห่างออกไปสามเมตร รอยเหล่านั้นลึกและเป็นระเบียบ ราวกับถูกกรีดด้วยกรงเล็บของสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ... ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "แปลกมากใช่ไหมล่ะครับ?" อลิซเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างเด็กหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับชื้น "เหยื่อรายนี้เป็นถึงจอมเวทระดับกลาง แต่กลับถูกปลิดชีพในพริบตาโดยไม่มีโอกาสได้ร่ายเวทป้องกันตัวเลยสักบทเดียว... เหมือนกับว่าเขารู้จักกับผู้ลงมือ หรือไม่ก็... ถูกสะกดจิตให้ยอมจำนนแต่โดยดี" คิณขยับกรอบแว่นขยายเข้าใกล้รอยขูดขีดบนผนังมากขึ้น สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ระบบป้อนเข้ามา ตรรกะและเหตุผลถูกเรียงร้อยเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ "ไม่ใช่การสะกดจิตหรอครับอาจารย์" คิณเอ่ยแย้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น สายตาคมกราบจดจ้องอยู่ที่ผลึกคริสตัลสีดำบนพื้น "ถ้าเป็นการสะกดจิต จะต้องมีคลื่นสมองตกค้างหลงเหลืออยู่ในอากาศ แต่นี่... อากาศบริเวณนี้บริสุทธิ์เกินไป มันสะอาดเกินไปจนผิดปกติ" อลิซเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาส่อประกายความสนใจ "หมายความว่ายังไงครับ?" "หมายความว่า ผู้ลงมือไม่ได้ใช้เวทมนตร์โจมตีเหยื่อโดยตรงครับ" คิณลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นตามหัวเข่าออกเล็กน้อย ก่อนจะชี้แว่นขยายไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดสนิททึบ "แต่เขาใช้ 'เขตอาคม' ขังเหยื่อเอาไว้ภายในห้องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว... ห้องนี้คือห้องปิดตายทางเวทมนตร์ และคนที่ลงมือก็คือคนวงในที่เหยื่อไว้ใจที่สุด จนยอมเปิดผนึกเขตอาคมให้เข้ามาหาถึงที่" บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบงัดลงทันที เสียงลมหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินผิวเนื้อ ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างระบบสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบก็เกิดอาการกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนที่ดังขึ้นในหัวของคิณอย่างกะทันหัน [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน!] [ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของสนามพลังงานรอบตัว - 100 เมตร] [ภารกิจลับระดับ SSS: "ผู้มาเยือนยามวิกาล" ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ] [เป้าหมาย: ค้นหาความจริงเบื้องหลังตระกูลวาลคีรี ก่อนที่เวลาจะหมดลงใน 03:00 น.] ก่อนที่คิณจะได้ทันวิเคราะห์ข้อความใหม่ที่ปรากฏขึ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้าก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก... มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และกำลังตรงมาที่ห้องนี้ด้วยความเร็วสูง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%