กลิ่นอายความชื้นของห้องใต้ดินและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก จนกระทั่งเสียงดีดนิ้วดัง "เป๊าะ" ของอาจารย์อลิซดึงสติของผมให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
"อย่ามัวแต่เหม่อมองร่องรอยการต่อสู้บนผนังอิฐนั่นเลยครับ คุณนักสืบตัวน้อย เบาะแสชิ้นสำคัญไม่ได้ซ่อนอยู่บนที่สูง แต่มันกำลังนั่งสั่นเทาอยู่ตรงมุมมืดโน่นต่างหาก"
อาจารย์สาวในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่มักเปื้อนคราบหมึกอยู่เสมอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกว่าเธอกำลังสนุกสนานกับสถานการณ์อันตึงเครียดนี้เสียเหลือเกิน เธอใช้ปลายนิ้วเคาะกรอบแว่นกันแดดทรงวินเทจของตนเองเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้เงาร่างหนึ่งที่ขดตัวอยู่หลังลังไม้เก่าๆ
ผมปรับเลนส์แว่นขยายคู่ใจในมือ แสงสีฟ้าจางๆ จากระบบเลเวลอัปปรากฏขึ้นที่ขอบสายตา
[ ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับความกดดันต่ำ : มนุษย์ / เพศชาย / อายุประมาณสิบห้าปี ]
[ สภาพจิตใจ : ตื่นตระหนก หวาดกลัวการถูกคุกคาม ]
[ ทักษะพิเศษแฝง : "เนตรสะท้อนความจริง" (ระดับ A) - ความสามารถในการมองเห็นภาพตกค้างของเหตุการณ์อดีตผ่านวัตถุ ]
นี่สินะ... พยานปากเอกที่ระบบแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับเด็กหนุ่มตรงหน้า เพื่อแสดงออกถึงความไร้พิษภัยให้มากที่สุด ผมไม่อยากให้เด็กคนนี้รู้สึกว่าเราเป็นภัยคุกคามไปมากกว่าที่เขาต้องพบเจอในคดีฆาตกรรมอำพรางนี้
"ไม่ต้องกลัวหريكครับ..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอบอุ่นเท่าที่จะทำได้ "พวกเราไม่ใช่คนร้าย ผมชื่อคิณ ส่วนนี่อาจารย์อลิซ... เรามาที่นี่เพื่อหาความจริงให้คนที่จากไป ไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเธอหรอกนะ"
เด็กหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแดงก่ำมองมาที่เรา สองมือของเขากอดเข่าตัวเองแน่น ร่างกายผอมบางสั่นเทาน้อยๆ ริมฝีปากแห้งผากขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
อาจารย์อลิซยื่นขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบให้กับเด็กหนุ่ม เธอไม่ได้พูดอะไรเร่งเร้า เพียงแต่ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ ผมอย่างเป็นกันเอง ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางกวนๆ ของเธอมักจะทำให้ผมรู้สึกทึ่งอยู่เสมอ
"ดื่มน้ำก่อนเถอะครับ พ่อหนุ่ม... คนเก่งอย่างเธอ คงไม่ได้บังเอิญเห็นเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วรอดมาได้เฉยๆ หรอกใช่ไหมล่ะ?" อลิซเอ่ยหยอกเย้าเบาๆ เพื่อลดบรรยากาศอันน่าอึดอัด
เด็กหนุ่มรับขวดน้ำไปถือไว้ด้วยมือที่ยังสั่นระริก เขาดื่มอึกใหญ่ก่อนจะใช้หลังมือปาดคราบน้ำที่ริมฝีปาก ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย
"ผม... ผมชื่อกรณ์ครับ" เสียงของเด็กหนุ่มแหบพร่าและเบาหวิว "ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู... แต่ตอนนั้น ขาของผมมันก้าวไม่ออก ผู้ชายคนนั้น... คนที่ใส่เสื้อโค้ทสีดำสนิทคนนั้น เขากำลังถือ..."
กรณ์หยุดพูดชะงัก ร่างกายกลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อความทรงจำอันเลวร้ายไหลย้อนกลับมาในหัว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนคงสร้างรอยแผลในใจให้เขาไม่น้อย ผมจึงเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเขาเบาๆ ถ่ายทอดความมั่นใจผ่านสัมผัสที่หนักแน่น
"ไม่เป็นไรครับกรณ์ ค่อยๆ พูด ไม่ต้องรีบ... ทุกรายละเอียดที่เธอเห็น จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความยุติธรรม" ผมบอกพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง นัยน์ตาของกรณ์ก็เกิดประกายแสงสีเงินยวดยวงขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสะท้อนจากเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้นสะท้อนเข้ากับดวงตาของเขา ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวเราก็เปลี่ยนไป อุณหภูมิในห้องใต้ดินลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ
[ เตือนภัย! ตรวจพบการทำงานของทักษะ "เนตรสะท้อนความจริง" ]
[ ระบบกำลังเชื่อมต่อคลื่นสมองกับพยาน... กรุณารักษาระยะห่างเพื่อป้องกันภาวะจิตใจแทรกซ้อน ]
หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงเด้งขึ้นมาเตือนรัวๆ แต่ผมไม่ได้ถอยหนี ผมกลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อสังเกตการณ์อย่างละเอียด ขณะที่อาจารย์อลิซลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อระวังภัยอย่างรวดเร็ว เธออยู่ในโหมดจริงจังที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ทันที
ภาพตรงหน้าของกรณ์เริ่มฉายชัดขึ้นมาในอากาศรอบตัวเรา มันไม่ใช่แค่ภาพจำธรรมดา แต่มันคือ "ภาพโฮโลแกรมทางจิตวิทยา" ที่ถูกดึงออกมาจากความทรงจำอันตื่นกลัวของเด็กหนุ่ม!
เราเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของฆาตกรสวมฮู้ดสีดำสนิทกำลังยืนถือวัตถุบางอย่าง มันคือมีดสั้นที่มีอักขระประหลาดเรืองแสงสีแดงฉาน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนข้อมือซ้ายของฆาตกรผู้นั้น มีรอยสักรูป "เฟืองจักรกลที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิง" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับองค์กรลับที่พวกเรากำลังตามล่าอยู่!
"นั่นมัน..." ผมขมวดคิ้วแน่น สมองเริ่มประมวลผลความเชื่อมโยงของเบาะแสทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมชิงทรัพย์ธรรมดาอย่างที่ตำรวจท้องถิ่นสันนิษฐาน แต่มันคือการ "สังเวย" เพื่อเป้าหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกของสถาบันวิจัยแห่งนี้!
กรณ์หอบหายใจอย่างหนักหน่วงเมื่อทักษะพิเศษสิ้นสุดลง เด็กหนุ่มล้มพับลงไปพิงกับผนังด้วยความอ่อนเพลีย อาจารย์อลิซรีบเข้าไปประคองร่างของเขาไว้ทันที พร้อมกับส่งสายตาเคร่งเครียดมาให้ผม
"ดูท่าทางเราจะเหยียบหางเสือเข้าให้แล้วสินะครับคุณคิณ..." อลิซเอ่ยเสียงเรียบ "เด็กคนนี้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น และพวกมัน... คงรู้ตัวแล้วว่าพยานปากเอกยังไม่ตาย"
สิ้นคำพูดของอาจารย์อลิซ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาอย่างมิตรอย่างแน่นอน
แว่นขยายในมือผมสั่นเตือนรัวเป็นจังหวะ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างต่อเนื่องจนหน้าจอสีฟ้าเกือบเต็มพื้นที่สายตา
[ แจ้งเตือนภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS : "วงล้อมมรณะแห่งเงาเพลิง" ]
[ เป้าหมาย : ปกป้องพยาน และเอาตัวรอดจากการถูกกวาดล้างภายใน 15 นาที ]
[ เงื่อนไขพิเศษ : ห้ามให้กรณ์ได้รับอันตรายเด็ดขาด มิฉะนั้นระบบจะทำการรีเซ็ตค่าสถานะทั้งหมด ]
ผมสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ดันกรอบแว่นขึ้นด้วยมือข้างขวา สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูทางเข้าที่บัดนี้ถูกเงาดำทมิฬปกคลุมจนมิด
ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะมาหาเรื่องถึงที่... เราก็คงต้องแสดงให้เห็นแล้วล่ะครับว่า ทีมสนับสนุนของเราไม่ได้มีดีแค่การไขปริศนาบนโต๊ะทำงาน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 11
สหายรู้ใจและทีมสนับสนุน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!