สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 2

พบกันครั้งแรกกับอาจารย์จอมป่วน

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นกระดาษเก่าเคลือบด้วยความอับชื้นของห้องสมุดร้างเขตสามลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของผมให้หลุดออกจากกลิ่นอายเหล่านั้น กลับเป็นข้อความสีแดงฉานที่ยังคงกะพริบเตือนอยู่บนจออินเทอร์เฟซโปร่งแสงตรงหน้า *[แจ้งเตือนด่วน! ตรวจพบ 'บุคคลอันตราย' กำลังประชิดตัวในระยะ 1 เมตร — และเป้าหมายที่ท่านตามหา ไม่ใช่ 'ความลับของห้องสมุด' แต่เป็นตัวท่านเอง]* หัวใจของผมกระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท มือขวาที่ถือแว่นขยายคู่ใจหมุนตัวกลับหลังหันตามสัญชาตญาณ พร้อมกับที่สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว ตรรกะในหัวประมวลผลทันทีว่า ใครกันที่สามารถเคลื่อนตัวเข้ามาในรัศมีหนึ่งเมตรโดยที่ระบบตรวจจับพลังงานรอบตัวของผมไม่ส่งเสียงเตือนล่วงหน้าจนกระทั่งประชิดตัวขนาดนี้ "แหม... ปฏิกิริยาตอบสนองไวใช้ได้นี่สมกับเป็นเด็กเนิร์ดหัวกะทิ แต่ระวังหน่อยสิครับคุณนักสืบ เดี๋ยวแว่นขยายราคาแพงนั่นจะหลุดมือเอาได้นะ" เสียงทุ้มนุ่มติดจะขี้เล่นดังขึ้นจากด้านหลัง ห่างออกไปไม่ถึงช่วงแขน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกการ์ดิเนียผสมกับกลิ่นหมึกพิมพ์ลอยเข้ามาแทนที่กลิ่นอับของห้องสมุด ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย ปรับโฟกัสผ่านเลนส์แว่นขยายที่ถูกยกขึ้นระดับสายตาเพื่อวิเคราะห์ตัวตนของบุคคลปริศนาผู้นี้ ร่างของหญิงสาวในชุดโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มยืนพิงชั้นหนังสือเก่าแก่ เธอสวมแว่นตากรอบบางที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเก็บไว้อย่างลวกๆ เผยให้เห็นต้นคอระหงและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แววตาของเธอพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้มองดูแมวตัวน้อยติดกับดัก อาจารย์อลิซ... อาจารย์สาวประจำภาควิชาประวัติศาสตร์โบราณ ผู้มีข่าวลือหนาหูว่าเป็นพวกนอกรีตที่ชอบหายตัวไปจากตารางสอนบ่อยครั้ง "อาจารย์อลิซ..." ผมเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ "คุณมาทำอะไรที่นี่ในเวลาวิกาลแบบนี้ และที่สำคัญ... คำเตือนของระบบเมื่อครู่ หมายความว่าอย่างไรกันแน่ครับ" อลิซหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นกังวานก้องไปทั่วความเงียบงันของห้องสมุด เธอไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมอีกหนึ่งก้าว ลดระยะห่างจนแทบจะแนบชิด แรงกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากตัวเธอ แรงกดดันชนิดเดียวกับที่ผมมักจะพบเจอในบันทึกของพวกผู้มีพลังพิเศษระดับสูง "ใจเย็นๆ สิครับคิณ เรื่องคำเตือนของระบบน่ะ ไว้เราค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้..." เธอปรายตามองไปยังพื้นเบื้องล่าง "ถ้าคุณยังไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยหมักในห้องสมุดนี้ล่ะก็ ช่วยก้มหัวลงต่ำแล้วเงียบซะดีกว่านะ" ยังไม่ทันที่ผมจะได้ท้วงติงถึงเหตุผล ประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับด้วยเลเวลของระบบก็ส่งเสียงร้องเตือนภัยระดับสีส้มขึ้นมาทันที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูทางเข้าห้องสมุด พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องผ่านกระจกบานเกล็ดเข้ามาอย่างรวดเร็ว *พรึบ!* อลิซไม่รอช้า มือเรียวบางคว้าเข้าที่ข้อแขนของผมด้วยแรงมหาศาลที่สวนทางกับรูปร่างบอบบาง เธอออกแรงกระชากอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดึงตัวผมให้มุดเข้าไปหลบอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยตำราโบราณหนาเตอะ ร่างของเราแนบชิดติดกับชั้นหนังสือจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยหอบฮกของกลุ่มคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาด้านใน "แน่ใจนะว่ามันวิ่งมาทางนี้?" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ฟังดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย "แน่สิ ข้อมูลวงในบอกว่าเป้าหมายถือ 'กุญแจดอกนั้น' อยู่ ถ้าเราชิงตัวมาก่อนที่พวกสภาสูงจะรู้เรื่อง เราจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ" อีกเสียงตอบกลับมาพร้อมเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ คล้ายกับเสียงถอดสลักอาวุธ ผมนอนราบไปกับพื้นไม้เก่าๆ สายตาเหลือบมองผ่านช่องว่างระหว่างสันหนังสือ แสงไฟฉายกวาดผ่านไปมาจนเกิดเงาทอดยาวน่ากลัว ในใจก็ประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เป้าหมายที่พวกมันตามหาคือ 'กุญแจ' และระบบก็เตือนว่าเป้าหมายคือตัวผม... นั่นหมายความว่า ตัวผมในตอนนี้ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ถูกตามล่าโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมเหลือบมองคนข้างกาย อาจารย์อลิซยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังเคาะลงกับพื้นเบื้องล่างเป็นจังหวะแปลกๆ ราวกับกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ" ผมกระซิบถามด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "รู้ว่าผมจะมาที่นี่ รู้ว่าพวกมันกำลังตามหาอะไร และรู้ว่าผมกำลังตกเป็นเหยื่อ" อลิซหันมามองผม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม "ฉลาดมากครับคุณนักสืบ แต่ถ้าคุณอยากรู้คำตอบทั้งหมดว่าทำไมระบบถึงเลือกคุณ และทำไมฉันถึงต้องมาช่วยคุณในตอนนี้..." เธอยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปากตัวเองเบาๆ "เราต้องออกไปจากที่นี่เสียก่อน และวิธีเดียวที่จะรอดออกไปได้... คือต้องใช้ 'วิธีคาดไม่ถึง' ที่คุณอาจจะไม่ชอบใจนัก" "วิธีอะไรครับ?" ผมถามกลับด้วยความสงสัยระคนระแวง แต่อาจารย์สาวไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแต่ยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปคว้าปกเสื้อโค้ทของผมเข้ามาใกล้ ก่อนที่เธอจะหยิบอุปกรณ์ทรงกระบอกขนาดเล็กชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วกดสวิตช์ทำงานทันที! *เปรี๊ยะ! ฟู่————!* ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากอุปกรณ์ชิ้นนั้นอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนียภาพทั้งหมดภายในรัศมีห้าเมตรในชั่วพริบตา เสียงโวยวายของกลุ่มคนแปลกหน้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นด้วยความตื่นตระหนก "เฮ้ย! ควันอะไรวะ! จับมันไว้!" "ไอ้เวรเอ๊ย มองไม่เห็นอะไรเลย!" ในจังหวะที่ชุลมุนวุ่นวายที่สุด อลิซไม่รอช้า เธอฉุดแขนผมให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะออกแรงวิ่งพุ่งทะยานฝ่าม่านควันหนาทึบไปทางหน้าต่างบานใหญ่สุดทางเดินของห้องสมุด "จับแน่นๆ นะครับคุณนักสืบ ทางนี้แหละคือทางลัด!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงโกลาหล ผมไม่มีเวลาให้ลังเล ตรรกะทั้งหมดถูกพับเก็บชั่วคราว เหลือเพียงสัญชาตญาณและการตัดสินใจในเสี้ยววินาที ผมกำแว่นขยายในมือแน่น กระชับฝ่ามือตอบรับแรงดึงของเธอ และพุ่งทะยานตามร่างบางเบานั้นไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับความรู้สึกไร้น้ำหนักที่พุ่งวาบเข้ามาในช่องท้อง เมื่อร่างของเราทั้งสองคนพุ่งทะลุกรอบหน้าต่างออกไปสู่ความมืดเบื้องล่าง โดยมีแสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องลงมาทาบทับเงาร่างที่กำลังร่วงหล่นลงสู่อีกมิติหนึ่งของการผจญภัยที่ผมไม่มีวันคาดคิด... *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับคิณและอาจารย์อลิซในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%