สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 3

ร่องรอยบนหน้ากระดาษ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"ถ้าอาจารย์ยังปัดฝุ่นเล่มนั้นแรงกว่านี้อีกนิดเดียว เราคงได้เห็นซากกระดาษอายุกรุงศรีอยุธยาปลิวว่อนกลายเป็นขี้เถ้าไปจริงๆ แน่นอนครับ" คิณเอ่ยท้วing ขึ้นเบาๆ พร้อมกับยื่นมือไปจับข้อมือเรียวของศาสตราจารย์สาวเอาไว้ เพื่อหยุดยั้งการกระทำที่ดูคล้ายการขุดหาทองคำในกองขยะมากกว่าการทะนุถนอมตำราโบราณ ในห้องสมุดใต้ดินของมหาวิทยาลัยยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคคว้างอยู่ใต้ลำแสงสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะ อลิซชะงักมือเล็กน้อย เธอช้อนตาขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่มผู้มีแว่นตาทรงกลมประดับอยู่บนสันจมูก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากตามนิสัยประจำตัว ดวงตาคู่สวยพราวระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกสนานกับการแกล้งเพื่อนร่วมชั้น "แหม คิณนี่ล่ะก็... อาจารย์แค่กลัวว่าความลับที่ซ่อนอยู่มันจะอึดอัดจนหายใจไม่ออกต่างหากเล่า อีกอย่างนะ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอบบางอย่างที่นายคิดหรอก มันผ่านสงครามโลกมาตั้งหลายรอบแล้วนะ" อลิซตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยอมวางแปรงปัดฝุ่นในมือลงบนโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ คิณถอนหายใจเบาๆ อย่างระอากับความกวนประสาทของอาจารย์สาว แต่ในขณะเดียวกัน สายตากลับคมกริบขึ้นเมื่อก้มลงมองตำราปกหนังสีดำเข้มที่วางอยู่ตรงหน้า หนังสือเล่มหนาปึ้กที่เพิ่งถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากชั้นหนังสือลับหลังชั้นวางตำราประวัติศาสตร์ นิ้วเรียวใต้ถุงมือสีขาวของคิณหยิบแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาสวมทับแว่นสายตาอีกชั้น เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟวับวาว ในสายตาของนักสืบหนุ่ม เวลานี้สิ่งรอบตัวไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องสมุดเก่าๆ อีกต่อไป ระบบอินเทอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสงได้ดีดตัวขึ้นลอยเด่นอยู่กลางอากาศตามคำสั่งจิตของเขา [ตรวจพบไอเทมระดับ : ยูนิค (Unique)] [ชื่อไอเทม : บันทึกชำระบาตรแห่งคาร์ลตัน (The Ledger of Atonement)] [สถานะ : เสียหายเล็กน้อย / มีรหัสลับซ่อนเร้นระดับสูง] [เงื่อนไขการปลดล็อก : ต้องใช้ทักษะ 'สายตาแห่งการสังเกตการณ์' เลเวล 3 ร่วมกับการไขปริศนารหัสอักษรโบราณ] คิณหรี่ตามองตัวเลขค่าพลังสมาธิที่แสดงผลมุมขวาบนของจอภาพ มันค่อยๆ ลดลงทีละนิดตามระยะเวลาการใช้งานทักษะ นี่คือข้อจำกัดของระบบเลเวลอัปที่เขาได้รับมา แม้ว่ามันจะช่วยให้เขามองเห็นร่องรอยที่มนุษย์มองไม่เห็น แต่ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยพลังงานสมาธิและมันสมองของตัวเขาเอง "เจออะไรไหม นายท่านนักสืบ?" อลิซโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนคิณได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่มักจะลอยมาเตะจมูกทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ใบหน้าของอาจารย์สาวอยู่ห่างออกไปเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องมองตรงมาที่หน้ากระดาษสีเหลืองกรอบราวกับต้องการจับผิด "อาจารย์ช่วยถอยห่างไปสักสองเซนติเมตรได้ไหมครับ ระยะนี้มันใกล้เกินไปจนทำให้สมาธิผมกระเจิงหมดแล้ว" คิณเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด อลิซหัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจ ยอมผกายกายถอยหลังกลับไปนั่งพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม แต่สายตายังคงไม่ละไปจากหน้ากระดาษ "เด็กนี่นะ... ขี้อายชะมัด เวลาสืบคดีท่าทางสุขุมเหมือนผู้ใหญ่อายุสี่สิบ แต่พอเจอเรื่องใกล้ตัวหน่อยทำเป็นหน้าแดงทุกที" คิณแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำแซวของอาจารย์สาว เขาเบนความสนใจกลับมาที่ตำราตรงหน้า มือขวาพลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวังด้วยความนุ่มนวล กระดาษแต่ละแผ่นส่งเสียงกรอบแกรบราวกับมันกำลังกระซิบเรื่องราวในอดีตให้ฟัง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นหนึ่งในช่วงกลางเล่ม หน้ากระดาษแผ่นนี้ดูแตกต่างจากหน้าอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ตรงกลางไม่มีตัวอักษรบรรยายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงภาพวาดลายเส้นหมึกดำรูป 'ตาชั่ง' ที่เอียงไปข้างหนึ่งอย่างน่าสงสัย และรอบๆ ภาพนั้นถูกเติมเต็มด้วยตัวเลขและอักษรย่อที่เรียงสลับกันไปมาอย่างไร้ระเบียบ "นั่นมัน..." อลิซพึมพำ สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังและเคร่งเครียด "รหัสตัวเลขชุดนั้น... มันคือระบบการลงบัญชีแบบดับเบิ้ลเอ็นทรีที่ใช้กันในกลุ่มพ่อค้าใต้ดินช่วงศตวรรษที่สิบเก้าไม่ใช่หรือ?" "ไม่ใช่แค่ระบบบัญชีธรรมดาหรอกครับอาจารย์" คิณเอ่ยตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นหรี่แคบลงเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล "ถ้ามองด้วยตาเปล่า มันอาจจะดูเหมือนบันทึกรายรับรายจ่ายของการซื้อขายสินค้า แต่ถ้าเราใช้รหัสถอดรหัสแบบ 'สลับแถวคอลัมน์' (Columnar Transposition Cipher) ที่อ้างอิงจากลำดับหน้าของบทกวีในหน้าแรก..." นิ้วมือของคิณขยับไปหยิบดินสอไม้ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว เขาเริ่มเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษทดสีขาวที่เตรียมไว้ เสียงปลายดินสอขูดขีดไปกับกระดาษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความคาดหวัง อลิซนั่งนิ่งไม่ไหวติง เฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของลูกศิษย์หนุ่มด้วยความทึ่ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีเต็ม ตัวอักษรที่กระจัดกระจายก็เริ่มเชื่อมโยงเข้าหากันจนกลายเป็นประโยคที่สมบูรณ์ คิณวางดินสอลงบนโต๊ะ ลมหายใจถูกพ่นออกมาเบาๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนกระดาษทดทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เบาะแสธรรมดา แต่มันคือแผนผังและพิกัดที่ระบุสถานที่ซ่อนตัวของฆاءกรรต่อเนื่องที่กำลังสร้างความหวาดผวาให้กับเมืองในขณะนี้ "ถนนมืดสายที่เจาะจง... โกดังสินค้าหมายเลข 13 ใกล้ท่าเรือร้าง" คิณอ่านออกเสียงข้อความที่ถอดรหัสได้ "และข้างใต้พิกัดนั้น มีตัวเลขกำกับไว้อีกชุดหนึ่ง... 03:00 น. คืนนี้" อลิซโน้มตัวเข้ามาดูผลลัพธ์บนกระดาษทด รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มหยอกล้อ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอันตราย "ดูท่าทางว่า เจ้าฆาตกรที่พวกเราตามหาตัวอยู่ตั้งนาน จะไม่ได้เป็นแค่ฆาตกรโรคจิตธรรมดาเสียแล้วล่ะสิ คิณ" อลิซเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ ราวกับเสียงถอนหายใจ "รหัสลับนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายใครก็ตามที่ฉลาดพอจะแกะมันออก... และตอนนี้ นายก็รับคำท้าของมันเข้าเต็มๆ แล้วด้วย" เสียงแจ้งเตือนจากระบบอินเทอร์เฟซของคิณดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาททันที ราวกับตอบสนองต่อการค้นพบครั้งสำคัญนี้ [ติ๊ง! ผู้เล่นทำภารกิจลับสำเร็จ : 'ร่องรอยบนหน้ากระดาษ'] [ท่านได้รับไอเทม : กุญแจปริศนาแห่งคาร์ลตัน (x1)] [ปลดล็อกเควสต์รองระดับ SSS : "การเผชิญหน้าในเงื้อมมือมรณะ"] [คำเตือนจากระบบ : เป้าหมายในพิกัดดังกล่าวรับรู้ถึงการไขรหัสแล้ว... และพวกมันกำลังรอคอยการมาเยือนของท่านอยู่เช่นกัน] คิณมองตัวหนังสือสีแดงฉานที่กระพริบเตือนอยู่ตรงหน้า มุมปากของนักสืบหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในแววตานั้น มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชนขึ้น เขากวาดสายตามองไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของตัวเองและอาจารย์สาว ท้องนภ้ายามวิกาลข้างนอกมืดสนิท เมฆฝนสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมเมืองทั้งเมือง ทว่า ในขณะที่คิณกำลังจะเอ่ยปากบอกแผนการขั้นต่อไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่ทางเดินด้านนอกห้องสมุด—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาจากยามรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่จงใจเดินเข้ามาหาพวกเขาโดยเฉพาะ และกำลังหยุดลงตรงหน้าประตูไม้บานทึบที่ปิดสนิท! ประตูห้องสมุดถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงบานพับขึ้นสนิมกรีดร้องแหลมสูงท่ามกลางความเงียบ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกปีกกว้าง และเสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ ดังขึ้นต้อนรับพวกเขาทั้งสองคน "ฉลาดมาก... เด็กน้อยผู้ไขปริศนา และแม่มดแห่งหอสมุด" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้นก้องกังวาน "ฉันอุตส่าห์ทิ้งเบาะแสไว้ตั้งนานสองนาน กว่าจะมีคนตามมาถึงที่นี่ได้... น่าประทับใจจริงๆ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับคิณและอาจารย์อลิซในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%