กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดน้ำค้างที่เกาะตามซากปรักหักพังของกำแพงเมืองเก่า เป็นสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของผมให้ตื่นตัวเต็มที่ รอยขูดขีดบนแผ่นศิลาโบราณตรงหน้าไม่ใช่ร่องรอยของกาลเวลา แต่มันคือรอยกรงเล็บของสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ทรงพลังและดุร้ายเกินกว่าจะพบเจอในเขตปลอดภัยชั้นใน
แว่นขยายคู่ใจในมือของผมสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเตอร์เฟซระบบเลเวลอัปที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ข้อมูลตัวเลขและสถิติต่างๆ ถูกประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเบาะแสที่เรากำลังตามล่า
"ถ้าเดินลึกเข้าไปมากกว่านี้อีกร้อยเมตร แผนที่โฮโลแกรมคงจะเตือนภัยสีแดงฉานจนแสบตานะครับ อาจารย์อลิซ" ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากรอยเท้าขนาดใหญ่บนพื้นดิน
ศาสตราจารย์อลิซที่ยืนพิงเสาหินผุพังอยู่ด้านหลัง หัวเราะในลำคอเบาๆ เธอขยับปีกหมวกทรงแปลกตาลงเล็กน้อยเพื่อบังแสงสลัวจากบรรยากาศรอบตัว ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเลื้อ P ตามสไตล์ของเธอ
"ก็เพราะมันอันตรายและไม่มีใครกล้าเข้ามานี่แหละ คิณ เบาะแสสำคัญถึงได้ซ่อนอยู่ตรงนี้... นายก็รู้ว่าระบบไม่ได้สร้างเส้นทางง่ายๆ ให้เราเดินเล่นเหมือนทางเท้าในเมืองหลวงหรอกนะ" เธอกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ที่ด้ามปากกาเวทมนตร์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์
เขตชานเมืองด้านทิศเหนือ หรือที่นักผจญภัยขนานนามกันว่า "เขตก,กเงาอสูร" เป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างอารยธรรมมนุษย์กับดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่คำว่า "ระดับต่ำ" ในตำราเรียนกับความเป็นจริงนั้นมีความหมายต่างกันราวฟ้ากับเหว สำหรับคนทั่วไป มอนสเตอร์เหล่านี้คือภัยพิบัติที่พรากชีวิตได้ในพริบตา แต่สำหรับพวกเรา มันคือสิ่งกีดขวางที่ต้องไขปริศนาเพื่อผ่านไปให้ได้
ผมย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเศษดินที่ติดอยู่บนรอยเท้า สัมผัสได้ถึงพลังงานมานาที่ยังหลงเหลืออยู่
[ระบบตรวจพบร่องรอยของ "ฮาวเลอร์เงา" (Shadow Howler) - มอนสเตอร์ระดับ E]
[คำเตือน: ความหนาแน่นของมานาในพื้นที่สูงกว่าค่ามาตรฐาน 45% ความสามารถในการฟื้นฟูมานาของผู้เล่นจะลดลงชั่วคราว]
หน้าต่างแจ้งเตือนสีเหลืองปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมพยักหน้ารับรู้เงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางปรับโฟกัสแว่นขยายเพื่อสแกนพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ต้นไม้รอบตัวบิดเบี้ยวเป็นรูปทรงประหลาด กิ่งก้านของพวกมันแผ่ขยายราวกับซี่โครงของยักษ์ใหญ่ที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน บรรยากาศเงียบสงบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านซากปรักหักพังจนเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบ
"ระวังตัวด้วยนะครับอาจารย์ รอยเท้าพวกนี้สดใหม่มาก คาดว่าพวกมันน่าจะหากินอยู่แถวนี้ไม่เกินสิบนาที" ผมเตือนคู่หูด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับกระชับอุปกรณ์สืบสวนในกระเป๋าเสื้อ
อลิซไม่ตอบคำแต่เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นในระยะที่สามารถสนับสนุนได้ทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเธอจางหายไป เหลือเพียงแววตานักวิชาการผู้รอบคอบที่มองทะลุความมืดเบื้องหน้า
พวกเราก้าวเดินไปตามเส้นทางที่รกร้าง อาคารบ้านเรือนปรักหักพังทอดตัวยาวไปตามสองข้างทาง แต่ละแห่งมีร่องรอยการต่อสู้ที่เก่าแก่และปริศนาที่ยังไม่มีใครไขคำตอบ เบาะแสจากคดีลักขโมยตำราโบราณในเมืองหลวงนำพาเรามาถึงจุดนี้ จุดที่เส้นแบ่งระหว่างความจริงและความลี้ลับเริ่มพร่าเลือน
ทันใดนั้นเอง ลมที่เคยสงบก็พัดกรรโชกอย่างรุนแรง กลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยมาแตะจมูก
"กรรร..."
เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนมาจากความมืดหลังซากกำแพงห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตร ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งคู่เลือนรางปรากฏขึ้นในความสลัว ตามด้วยเงาร่างขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วกว่าที่คิด
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ ปรับโหมดการมองเห็นของแว่นขยายเข้าสู่ "โหมดวิเคราะห์จุดอ่อน" ทันที
"มาแล้วสินะครับ..." ผมพึมพำเบาๆ พร้อมกับก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ในเขตต้องห้ามแห่งนี้ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอคอยพวกเราอยู่เบื้องหลังเงาอสูรนั้น ไม่ใช่แค่สัตว์ป่ากลายพันธุ์ธรรมดา แต่เป็นกับดักอันซับซ้อนที่ถูกวางเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
[ระบบตรวจพบการเปลี่ยนแปลงฉับพลันของพลังงานมานา!]
[คำเตือนพิเศษ: เงื่อนไขการปลดล็อก "บอสลับประจำเขต" เริ่มต้นขึ้นแล้ว...]
[กรุณาเตรียมพร้อมรับมือ...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับพวกเราในตอนนี้ด้วยนะครับ
สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 13
การเดินทางสู่เขตต้องห้าม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!